ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ลุ้นโครงการ SPV(เอสพีวี)
รอสุดารัตน์รับลูก
โครงการนิติบุคคลเฉพาะกิจ SPV อยากให้เป็นแบบโค ยางพารา ปารล์มบ้าง หวังรัฐช่วยอุ้มกุ้ง หากเป็นจริงไม่ต้องเสียเงินค่าปัจจัยการผลิตทุกอย่าง

นายภิญโญ เกียรติภิญโญ ประธานชมรมผู้ประกอบการกุ้งขาว เปิดเผยถึงความคืบหน้าเรื่องโครงการSPV กุ้ง ที่เสนอเรื่องให้ภาครัฐพิจารณาว่า ที่ผ่านมาทางชมรมผู้ประกอบการกุ้งขาว ได้ร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งตะวันออกไทย ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพซีโอซี (CoC) จังหวัดระยอง สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด ชมรมผู้ประกอบการกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำ จ.สุราษฎร์ธานี ชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ จังหวัดสมุทรสาคร สหกรณ์ผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ จังหวัดภูเก็ต และชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาจัดหาสภาพคล่องให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง เนื่องจากการเลี้ยงกุ้งปัจจุบันมีความเสี่ยงสูง สถาบันการเงินหรือธนาคารไม่ปล่อยกู้ หรือถ้าจะมีการปล่อยกู้ก็มีเงื่อนไขผูกมัดสูงจนหลายคนไม่กู้ได้
ดำ-ขาว-ก้ามกราม เข้าได้หมด
นายภิญโญ กล่าวต่อไปว่า ขณะที่ปัจจัยต่างๆ ในยุคปัจจุบันมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้น ทั้งอาหารสัตว์ก็มีราคาแพง ค่าน้ำมันก็มีการปรับขึ้น อีกทั้งเงื่อนไขกฎระเบียบทางการค้าระหว่างประเทศมีความซับซ้อนมากขึ้น เช่น การเลี้ยงต้องปลอดสารปฏิชีวนะ ต้องมีระบบตรวจสอบย้อนกลับ ต้องเข้าสู่มาตรฐานที่สูงขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มภาระต้นทุนของเกษตรกร ขณะที่เกษตรกรรายย่อยส่วนใหญ่ไม่มีทุนที่จะดำเนินการดังกล่าว ดังนั้นที่ประชุมจึงได้ข้อสรุปว่าควรทำหนังสือถึง ดร.สิทธิ บุณยรัตผลิน อธิบดีกรมประมง โดยขอให้นำโครงการเพาะเลี้ยงกุ้งทุกชนิดทั้งกุ้งขาว กุ้งกุลาดำ และกุ้งก้ามกรามของเกษตรกรเข้าสู่โครงการเอสพีวี (SPV- SPECIAL PURPOSE VEHICE) หรือโครงการนิติบุคคลเฉพาะกิจ เช่นเดียวกับการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค ยางพารา และปาล์มน้ำมัน ซึ่งล่าสุดทางชมรมได้เป็นตัวแทนเกษตรกรยื่นข้อเสนอไปแล้วเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา
"เท่าที่ทราบขณะนี้ทางกรมประมงอยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องดังกล่าว เพื่อนำเสนอเรื่องให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณา และเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป"
หวังลดความเสี่ยงคนเลี้ยงกุ้ง
นายภิญโญ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้โครงการ SPV มีวัตถุประสงค์หลักคือ ต้องการที่จะลดความเสี่ยงของเกษตรกร โดยให้เกษตรกรกู้ยืมปัจจัยการผลิต และใช้คืนในรูปแบบผลผลิตที่ได้ แทนรูปแบบเดิมที่ต้องไปกู้หนี้เป็นเงิน แล้วจ่ายคืนเป็นตัวเงินพร้อมดอกเบี้ย นอกจากนี้ SPV ยังทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการกำหนดราคาสินค้าในโครงการ ซึ่งบทบาทของ SPV กับสินค้าแต่ละชนิดจะไม่เหมือนกัน แต่โดยหลักแล้ว SPV จะเข้าไปทำให้เกิดกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นการผลิต การจัดการ การขนส่ง และการตลาด
ราคาคงที่ตลอด 8 เดือน

ประธานชมรมผู้ประกอบการกุ้งขาว กล่าวอีกว่า ทางคณะทำงานได้เสนอแนวคิดวิธีการในการแก้ปัญหาสภาพคล่องไว้ 4 ขั้นตอนคือ
1.เกษตรกรทำสัญญาผลิตกุ้งให้กับโรงงาน (contract farming) โดยมีหลักเกณฑ์ใหญ่ๆ 3 ข้อคือ ราคากุ้งที่ขายให้กับโรงงานจะเป็นราคาคงที่ (fix price) ตลอดระยะเวลา 8 เดือน และเริ่มใหม่ได้โดยอัตโนมัติ หากไม่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดร้องขอเลิก เช่น กุ้ง 100 ตัว/กิโลกรัม ตกลงซื้อที่ 110 บาท ยืนราคาเป็นระยะเวลา 8 เดือน, ปริมาณกุ้งที่เข้าสู่โรงงานจะต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เช่น วันละ 30 ตัน หรือ 60 ตัน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลง และสัญญาที่กลุ่มเกษตรกรทำร่วมกับโรงงานจะมีอายุ 1 ปี หากเกษตรกรรายใดไม่ต้องการจะเข้าร่วมโครงการหลัง 4 เดือนไปแล้ว ก็สามารถบอกเลิกสัญญาได้ หากต้องการเข้าร่วมโครงการจนหมดอายุสัญญา จะมีการร่างสัญญาใหม่ปีต่อปี
2. สัญญาที่เกษตรกรทำกับโรงงานถือว่าเป็นสัญญาซื้อขายล่วงหน้า โดยมีอายุของสัญญาระหว่าง 8 เดือนถึง 1 ปี กล่าวคือ สัญญาจะครอบคลุมการผลิตกุ้ง 2 รอบ ช่วง 8 เดือน และ 3 รอบ กรณี 1 ปี
3. สัญญาซื้อขายล่วงหน้านี้ น่าจะนำไปเปลี่ยนหรือแปลงเป็นสภาพคล่องได้ เช่น การทำ packing credit ภายในประเทศ หรือเป็นหลักประกันเพื่อขอให้สถาบันการเงินหรือ "สถาบัน SPV" ที่รัฐบาลจะตั้งขึ้น ออกหนังสือค้ำประกันให้กับบริษัทผู้ผลิตอาหารสัตว์และผู้ผลิตลูกกุ้งคุณภาพ โดยระยะเวลาการค้ำประกันของหนังสือจะเริ่มต้นและสิ้นสุดลงแต่ละรอบของการเลี้ยง โดยส่งมอบสินค้ากุ้งให้กับโรงงานและจ่ายค่าลูกกุ้งให้กับบริษัทหรือโรงเพาะฟักลูกกุ้ง กลุ่มเกษตรกรเป็นผู้คัดเลือกบริษัทอาหารกุ้งและผู้ผลิตลูกกุ้งคุณภาพเอง
ส่วนหนังสือค้ำประกันจากสถาบันการเงิน หรือสถาบัน SPV จะสิ้นสุดลงเมื่อบริษัทผู้ผลิตอาหารกุ้งและผู้ผลิตลูกกุ้งได้รับชำระเงินแล้ว และคืนหนังสือค้ำประกันกลับมา โดยโรงงานแปรรูปจะเป็นผู้โอนเงินเข้าบัญชีสถาบันการเงินที่ผู้เลี้ยงกุ้งไปเปิดบัญชีไว้ สถาบันการเงิน หรือสถาบัน SPV จะเป็นผู้จัดการชำระหนี้แทนเกษตรกร และคืนเงินที่เหลือให้กับเกษตรกร
คุณสมบัติเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ
สำหรับในข้อสุดท้าย นายภิญโญ กล่าวว่า ในข้อที่ 4. ผลผลิตกุ้งทั้งหมดจะมีระบบการตรวจสอบย้อนกลับ และสามารถให้ผลผลิตได้ตรงตามความต้องการของตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเพื่อมิให้มีความเสี่ยงเกินไป ได้มีการกำหนดคุณสมบัติของเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการด้วย อาทิ เกษตรกรจะต้องมีบ่อเลี้ยงกุ้งตั้งแต่ 4 บ่อขึ้นไป ซึ่งจะไม่มีการกำหนดพื้นที่ วิธีการเลี้ยงหรือปริมาณผลผลิตกุ้งที่ทำได้ในแต่ละครอป อย่างไรก็ดีการพิจารณาคุณสมบัติผู้เลี้ยงจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของสมาคม หรือชมรมที่เกษตรกรสมัครเข้าร่วมโครงการ
ทั้งนี้การกำหนดให้เกษตรต้องมีบ่อเลี้ยงกุ้ง 4 บ่อขึ้นไป เนื่องจากต้องการลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกร ซึ่งในเบื้องต้น เกษตรกรอาจไม่ต้องลงกุ้งครบ 4 บ่อ เพื่อดูอัตราการรอด หากครบ 45 วันแล้ว ปรากฏว่ามีอัตราการรอดที่ดี เกษตรกรก็สามารถลงกุ้งในบ่อที่เหลือต่อไปได้เลย
รับเฉพาะ GAP และ CoC
นายภิญโญ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตามฟาร์มที่ประสงค์เข้าร่วมโครงการต้องอยู่ภายใต้มาตรฐาน GAP และ CoC มีแผนงานในการจัดการภายในฟาร์มที่ดี และมีคณะทำงานคอยช่วยกลั่นกรองคัดเลือกเกษตรกรที่มีระบบการบริหารจัดการฟาร์มที่ดี และสามารถปฏิบัติตามพันธสัญญาได้โดยไม่บิดพลิ้วเข้าร่วมโครงการ และการช่วยเหลือของโครงการ SPV จะมีการใช้เงินสดในการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง แต่จะให้อยู่ในรูปหนังสือค้ำประกันทั้งหมด
ทั้งนี้สมาคมหรือชมรมต่างๆ จะมีหน้าที่หาตลาดรองรับโดยประสานงานกับห้องเย็นที่มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการ จากนั้นจะมีข้อกำหนดร่วมกันถึงปริมาณผลผลิตโดยรวม และราคาที่จะสามารถรับซื้อได้ รวมถึงการบริการจัดการทุกเรื่องเกี่ยวกับโครงการตามความเหมาะสม รวมทั้งคัดเลือกเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ โดยมีมาตรฐานกำหนดไว้ตามที่ระบุไว้ข้างต้น ซึ่งรวมถึงการพิจารณาความเหมาะสมในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผลผลิตของเกษตรกร ราคา หรือส่วนอื่นๆ โดยจะดูที่ความพอใจระหว่างเกษตรกรในโครงการและห้องเย็นที่เข้าร่วมในโครงการ สำหรับในผู้ส่งออกหรือห้องเย็นที่เข้าร่วมโครงการ ในเบื้องต้นมีผู้สนใจเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวนหนึ่ง
ชมรม/สมาคมบริหารกันเอง
อ.ภิญโญ กล่าวทิ้งท้ายว่า "เกษตรกรต้องทำความเข้าใจว่า เราต้องการที่จะลดความเสี่ยงให้มากที่สุด เพราะฉะนั้นเกษตรกรต้องไม่เลี้ยงแบบชาวบ้านที่เลี้ยงแบบไม่รู้อะไรเลย ส่วนในขั้นตอนอื่นๆ แต่ละจังหวัดแต่ละชมรม/สมาคมจะเป็นผู้เลือกเอง ว่าใครจะสามารถเข้าโครงการได้บ้าง ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าโครงได้หมด และทุกคนต้องพร้อมใจกันว่าจะทำสัญญากับห้องเย็นหรือไม่ ตนเป็นเพียงหัวหน้าคณะทำงานแต่ขั้นตอนการปฏิบัติจริงขึ้นอยู่แต่ละชมรม/สมาคม ซึ่งขณะนี้ทางเรารอให้ท่านสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ รมว.เกษตรฯ นำโครงการนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี และเบื้องต้นตนได้ผลักดันผ่านไปยังท่านเนวิน ชิดชอบ รมช.เกษตรฯ และสส.ในจังหวัดที่มีการเลี้ยงกุ้งเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เขตภาคตะวันออก แปดริ้ว เขตภาคกลาง ลงไปยังภาคใต้ พังงา สุราษฎร์ธานี"
ประมงเห็นด้วย
ขณะเดียวกันแหล่งข่าวจากกรมประมง เปิดเผยอีกว่า ขณะนี้อธิบดีกรมประมง ได้รับหนังสือจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ต้องการให้นำโครงการเพาะเลี้ยงกุ้งเข้าสู่ โครงการ SPV แล้ว โดยนายสิทธิก็ต้องการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะถ้าเกษตรกรได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลในเรื่องสภาพคล่องจะเป็นสิ่งที่ดี จึงได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ไปประสานงานกับกระทรวงการคลัง เพื่อนำข้อมูลของโครงการ SPV ที่ใช้กับโค ปาล์ม และยางพารา นำมาเปรียบเทียบถึงความเป็นไปได้ที่จะเสนอในส่วนของกุ้ง แต่โครงการ SPV ของโค ยางพารา และปาล์ม เป็นนโยบายที่ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว ถ้าจะเสนอโครงการ SPV ของกุ้ง คงต้องเสนอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาก่อน และนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.เพื่อดันเข้าไปอีกโครงการหนึ่ง
ข้อมูลจาก หนังสือ พิมพ์กุ้งไทย ฉบับที่ 41


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด