ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

แนะเทคนิคให้อาหารเมื่อกุ้งพร้อมกิน
ท.พ.สุรพล ประเทืองธรรม นายกสมาคมกุ้งทะเลไทย

ออกโรงเตือนเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในช่วงนี้ว่า ขอให้เน้นเรื่องสภาพแวดล้อม ต้องควบคุมคุณภาพน้ำให้นิ่ง ยิ่งในช่วงอากาศร้อนคุณภาพน้ำจะเปลี่ยนแปลงเร็ว เพราะอุณหภูมิสูง การเน่าเสียของอาหารเกิดขึ้นได้ง่าย แพลงก์ตอนบูมเร็ว แอมโมเนียสูง และค่าออกซิเจนต่ำได้ ดังนั้นเกษตรกรต้องระมัดระวังในการให้อาหาร
ทพ.สุรพล กล่าวว่า ผู้เลี้ยงหลายท่านที่เลี้ยงกุ้งขาว มักบุกอาหารกันเพลิน ซึ่งเป็นผลเสียมากกว่าดี เพราะทำให้คุณภาพน้ำมีแอมโนเนียสูงตั้งแต่กุ้งอายุยังน้อย ทำให้สุขภาพกุ้งอ่อนแอจากสภาพแวดล้อมตั้งแต่ต้นการเลี้ยง เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง กุ้งจะเป็นโรคได้ง่าย

"อย่าลืมว่าเชื้อไวรัสมีกระจายทุกแหล่งน้ำ ทุกพื้นที่ตลอดเวลา ดังนั้นเราต้องควบคุมสภาพน้ำให้นิ่งเพื่อให้กุ้งแข็งแรง โดยเฉพาะในช่วงอายุน้อย สังเกตจากแม้จะมีการระบาดการตายในหลายพื้นที่แต่บางฟาร์มสามารถเลี้ยงได้ เท่าที่ผมดูเป็นเพราะเขาสามารถจัดการคุณภาพน้ำให้นิ่งได้ และอาหารไม่เกิน"
ท.พ.สุรพล กล่าวต่อไปว่า จากการสังเกต เกษตรกรมักอิงกับโปรแกรมการให้อาหารมากเกินไป เช่นตอนเช้าบางฟาร์มให้อาหารตามเวลา 6.00 น. ซึ่งตนมองว่าไม่ถูกต้องนัก เพราะเวลาดังกล่าวค่าออกซิเจนต่ำมาก ถ้าดับเครื่องเพื่อเตรียมให้อาหารจะทำให้กุ้งเสียหายได้ ควรให้อาหารมื้อแรกในช่วงเวลาที่ออกซิเจนขึ้นดีแล้ว เป็นช่วงที่กุ้งพร้อมจะกิน ในสภาพแวดล้อมที่ดี นอกจากนี้ในช่วงมื้อดึกที่เป็นมื้อสุดท้าย ถ้าออกซิเจนต่ำ น้ำล้มในช่วงดึกให้ตัดอาหารทิ้งเลยยิ่งดี แต่ส่วนมากจะตัดออก 50% ให้สังเกตปริมาณออกซิเจนถ้ามีไม่สูง ก็อย่าปิดเครื่องตีน้ำทั้งหมด ให้ปิดบางส่วนก็พอ
"อย่าไปกำหนดว่าต้องให้อาหารมื้อแรกในช่วง 6.00 น. มื้อแรกไม่จำเป็นว่าต้องให้ตรงเวลา เพราะตอนเช้าออกซิเจนต่ำมาทั้งคืน ใจเย็นๆ รอให้ออกซิเจนขึ้นมาหน่อย ให้ช้าไป 1-2 ชั่วโมงไม่เป็นไร ช่วง 7.00-8.00 น.ก็ได้ เมื่อมีแดดดีออกซิเจนนิ่งถึงจะให้ ที่สำคัญอุปกรณ์วัดออกซิเจนเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับคนเลี้ยงกุ้งในยุคนี้ ส่วนกลางวัน สถานการณ์เชื้อเพลิงแพงอย่างนี้ เชื่อผมเถอะครับดับได้ อย่าตี 100% ตี 30% ก็เพียงพอแล้ว ยิ่งถ้าลมเดิน และอายุกุ้งไม่มาก ก็ดับเครื่องได้เลย แต่ถ้าอายุกุ้งมากให้ดับบางส่วน ที่ให้ดับไม่ใช้เพื่อประหยัด แต่เพื่อเอาเงินที่เหลือจากตรงนี้ไปตีน้ำตอนกลางคืนให้ระเบิดเถิดเทิงไปเลย"
นายกสมาคมกุ้งทะเลไทย กล่าวว่า ประเด็นของการเลี้ยงกุ้งให้รอดในช่วงนี้คือ เรื่องออกซิเจน การควบคุมอาหาร และคุณภาพน้ำ กลางวันอย่าตีน้ำจนเชี่ยวเกินไป เพราะกุ้งจะต้องว่ายทวนน้ำตลอดเวลา น้ำเวียนทั้งวันทั้งคืน กิจกรรมเยอะเกิน ทำให้น้ำหนักได้ไม่ดีเท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้อากาศร้อน ระดับในบ่อควรจะสูงกว่าปกติ และให้ระวังอากาศแกว่งในช่วงเดือนมิถุนายน ที่เข้าใกล้หน้าฝน ถ้ายังมีสภาพโรคระบาด อย่างนี้ การเลี้ยงจะยิ่งยากขึ้นอีก แต่หากเราจัดการดีก็สามารถผ่อนหนักเป็นเบาได้
ทพ.สุรพล ทิ้งท้ายว่า ขอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสังเกตให้ดี ว่า
1.เราบุกอาหารมากเกินไปหรือเปล่า
2.ดูแลเอาใจใส่สุขภาพกุ้งหรือยัง
3.ตีน้ำตามความเป็นจริงหรือไม่ เน้นให้ตีน้ำตอนกลางวันลดลง และตีกลางคืนให้มาก 4.หน้าร้อนระดับน้ำต้องสูงกว่าปกติ
และ 5.ไม่ว่าจะเลี้ยงกุ้งขาวหรือดำ ต้องเลี้ยงตามอุปกรณ์ ถ้าอุปกรณ์น้อยไม่พร้อมก็ปล่อยให้บางลง และขอย้ำว่า พ.ศ.นี้ต้องมีเครื่องวัดออกซิเจนด้วยครับ

ข้อมูลจาก หนังสือ พิมพ์กุ้งไทย ฉบับที่ 42


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด