ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

อานนท์ อารีราษฎร์ แฟนพันธุ์แท้กุ้งดำ ฮิ

ฉบับนี้ทีมงานหนังสือพิมพ์กุ้งไทย อยากจะขอนำเสนอเทคนิคการเลี้ยงกุ้งกุลาดำบ้าง
เดี๋ยวจะหาว่าทางทีมงานมุ่งสนใจแต่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวเพียงอย่างเดียว ฉบับนี้ทางทีมงานได้เดินทางไปขอสัมภาษณ์ถึงริมบ่อ คุณอานนท์ อารีราษฎร์ เลขานุการชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพCoC จ.ระยอง ฟาร์มตั้งอยู่ที่ 124/14 ถ.ริมน้ำ ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ผู้ที่มีประสบการณ์เชี่ยวชาญในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากท่านหนึ่ง และเป็นอีกท่านหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นแฟนพันธุแท้กุ้งกุลาดำต่อไป
คุณอานนท์ กล่าวว่า ก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงกุ้งเคยทำงานในตำแหน่ง ผู้ช่วยวิศวกรน้ำมัน ขายแรงงานอยู่ที่ประเทศซาอุโน้นครับ หลังจากนั้นจึงได้เดินทางกลับประเทศไทยในปี พ.ศ.2527 เห็นกุ้งได้ราคาดี ในจังหวะเดียวกันกับที่พรรคพวกเลี้ยงกุ้งอยู่ที่ อำเภอเนินพระ จังหวัดระยอง จึงตัดสินใจทดลองเลี้ยงกับเขาดูบ้าง สมัยนั้นกุ้งไซซ์ 30 ตัว ราคาตก กก. 120 บาท บ่อหนึ่งจับได้ 5-7 ตัน ขายได้ 6-7 แสนบาท ไม่มีเกษตรกรรมไหนแล้วที่ได้เงินมากขนาดนี้ ตอนนั้นมีแต่กุ้งกุลาดำเท่านั้น ส่วนกุ้งขาวยังไม่เป็นที่รู้จัก จะมีแต่กุ้งแชบ๊วยและกุ้งก้ามกราม ที่มีการเลี้ยงกัน

เลี้ยงแบบ 1 ต่อ 1
คุณอานนท์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับพื้นที่ของฟาร์มแห่งนี้จะมีทั้งหมด 4 บ่อ บ่อเลี้ยงขนาด 6 ไร่ 2 บ่อ บ่อเก็บน้ำขนาด 7 ไร่ อีก 2 บ่อ เรียกว่าถ้ามีบ่อเลี้ยง 1 บ่อ ก็ต้องบ่อพักน้ำ 1 บ่อ ซึ่งตอนนี้ที่ฟาร์มกำลังฟื้นฟูสภาพของบ่อ และปรับสภาพภูมิทัศน์โดยรอบของฟาร์ม สำหรับวิธีการเตรียมบ่อจะมีวิธีการจัดการคล้ายๆ กับบ่อกุ้งโดยทั่วไป หลังจากจับกุ้งขายแล้วจะปรับสภาพหน้าดินภายในบ่อให้ดีก่อนการเลี้ยงในครอปใหม่ โดยมีวิธีการทำดังนี้ หลังจากจับกุ้งแล้ว จะทำการฉีดเลนที่พื้นบ่อ แล้วดันเลนไปทิ้งในบ่อเก็บเลน จากนั้นจะปล่อยบ่อให้แห้งทิ้งไว้ประมาณ 15 วัน แล้วถึงเริ่มนำรถไถเข้าไปไถพรวน ระหว่างการไถจะทำการตรวจเช็คสภาพดินก่อนว่าขาดธาตุอะไรบ้าง ถึงจะกำหนดได้ว่าจะปรับสภาพหน้าดินด้วยวัสดุอะไร ถ้าปรับสภาพดินด้วยปูนขาว ปูนโดโลไมท์ หรือแคลเซียม จะใช้เวลา 5 วัน
"หากปรับสถาพดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นถึงโทรศัทพ์สั่งลูกกุ้งจากแฮชเชอร์รี่ที่ได้มาตาฐาน โดยย้ำกับแฮชเชอรี่ว่า ขณะนี้ที่ฟาร์มของเราเริ่มเตรียมบ่อไว้แล้ว ให้ทำการผลิตลูกกุ้งส่งมาเราในเดือนหน้า คือเราพยายามกำหนดวันส่งกุ้งให้ตรงกับวันที่เราเตรียมบ่อเสร็จ และก่อนลงลูกกุ้ง 15 วัน จะเริ่มขั้นตอนการเตรียมน้ำ และการสร้างสัตว์หน้าดิน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการลงกุ้ง"

เทคนิคการใช้เชื้อ ปม. 1
คุณอานนท์ กล่าวอีกว่า วิธีการใช้ ปม.1 ที่นี้เราจะทำการปล่อยน้ำเข้าบ่อ ให้ได้ระดับสูงประมาณครึ่งเอว แล้วใส่หัวเชื้อปม.1 ของกรมประมง โดยนำหัวเชื้อปม.1 ใส่ลงไปในบ่อแล้วเปิดเครื่องตีน้ำเคล้าให้เชื้อให้เข้ากับน้ำ โดยใช้เวลาประมาณ 5-6 ชั่วโมง จากนั้นเปิดเครื่องตีน้ำต่อไปอีกหนึ่งคืน แต่เกษตรกรบางท่านไม่เข้าใจถึงวิธีการใช้ ปม.1 เขาจะนำไปสาดในระหว่างที่ยังไม่ดึงน้ำเข้าบ่อ จุลินทรีย์ที่สาดลงไปพื้นบ่อที่แห้งๆ ไม่มีน้ำจะทำให้จุลินทรีย์เหล่านั้นตาย เสียประโยชน์โดยเปล่าประโยชน์
"ผมว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดที่สาดหัวเชื้อ ปม.1 ลงในบ่อ น่าจะเป็นช่วงแดดร่มลมตก ประมาณ 6 โมงเย็นถึง 1ทุ่มไปแล้ว แต่ในบ่อต้องมีน้ำอยู่บ้าง แล้วถึงสาด ปม.1 เพื่อให้จุลินทรีย์ได้ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนคือ 5 ไร่ต่อ 1ก.ก."

วัดคุณภาพน้ำก่อนใช้
คุณอานนท์ อธิบายการเตรียมน้ำว่า ที่นี้จะดึงน้ำมาจากแหล่งธรรมชาติ โดยก่อนนำน้ำเข้าบ่อจะใช้อวนตาถี่มาผูกไว้ที่ท่อสูบน้ำ จากนั้นถึงสูบน้ำเพื่อนำน้ำมาพักไว้ในบ่อพักน้ำ แต่จะไม่มีการใช้ยาฆ่าเชื้อหรือฆ่าพาหะแต่อย่างใด จากนั้นจะทำการตรวจเช็คน้ำ ด้วยการวัดค่าพีเอช ที่นี้ค่าพีเอชจะอยู่ที่ 7.5-8.5 แล้วนำน้ำไปเช็คที่กรมประมงดูค่า อัลคาไลค์ แอมโมเนีย ไนไตรท มีแพลงก์ตอนกลุ่มไหนอยู่ในน้ำบ้าง จะได้ทราบถึงคุณภาพน้ำภายในบ่อว่าเป็นอย่างไร แล้วถึงทำการปรับหรือลดส่วนต่างๆ ต่อไป

สูตรสร้างสัตว์น้ำดิน
การเตรียมสัตว์หน้าดิน คุณอานนท์ เล่าว่า วิธีการสร้างสัตว์หน้าดินที่ฟาร์มผมจะใช้มูลสัตว์แห้ง รำละเอียด จุรินทรีย์อีเอ็ม แกลบ ในอัตราส่วน 1:1 โดยมีวิธีการทำมีดังต่อไปนี้ เริ่มจากเอามูลสัตว์แห้ง รำ แกบ นำมาผสมเข้าด้วยกันแล้วใช้จุลินทรีย์อีเอ็มใส่ลงไปแล้วคลุกให้เข้ากัน ปริมาณที่ใส่พอหมาดๆ คือเมื่อเราบีบแล้วไม่มีน้ำไหลออกมา จากนั้นให้นำไปพึ่งไว้ในที่ร่มประมาณ 6-7 วัน ห้ามโดนแดดเลย มิฉะนั้นจุลินทรีย์จะตายหมด ส่วนวิธีการนำไปใช้ถ้าบ่อใหม่ๆ ก็ให้ใช้ในจำนวนที่มากหน่อย ประมาณ 300-400 ก.ก./ไร่ เพื่อเป็นการเร่งสร้างสัตว์หน้าดินให้เร็วขึ้น และให้มีจำนวนมากพอสำหรับกุ้งที่เลี้ยงในบ่อ

วิธีการเลือกลูกกุ้ง
คุณอานนท์ อธิบายต่อว่า การเลือกลูกกุ้งสมัยนี้จะไปเดินช็อปกันแบบแต่ก่อนไม่ได้แล้ว ตนจะเริ่มเข้าไปดูกุ้งตั้งแต่กุ้งเข้าพี10 ดูขนาดความยาว การเจริญเติบโตว่าขนาดเสมอกันหรือไม่ และไปตรวจลูกกุ้งอีกครั้งในระยะกุ้งพี 13 และนำลูกกุ้งแต่ละถังนำไปเช็คเชื้อต่างๆ
"ผมว่าขั้นตอนในการเลือกลูกกุ้ง เป็นขั้นตอนที่มีความละเอียดอ่อนมาก ไม่สามารถโทรศัพท์สั่งซื้อได้เหมือนในอดีตแล้ว เรารออย่างเดียวไม่ได้แล้ว เราต้องเลือกแบบแพ้คัดออก ถังไหนไม่ดีก็ไม่ต้องเอามาเลี้ยง และระยะพี13 ผมจะนำลูกกุ้งมาตรวจโรค โดยเอาลูกกุ้งจาก 2-3 ถัง มาใส่รวมกันเป็น 1 ถุง ทำอย่างนี้ให้หมดทุกถังที่เลือกไว้ แล้วนำมาตรวจโรคต่างๆ ทั้ง โรคทอร่า โรคตัวแดงดวงขาว"

ให้อาหาร 6 มื้อ
คุณอานนท์ เล่าต่อว่า ปริมาณการลงลูกกุ้ง ที่ฟาร์มจะลงประมาณลูกกุ้ง 40-50ตัว/ตร.ม. พื้นที่ 1 ไร่ ปล่อยลูกกุ้งประมาณ 60,000 ตัว ในขั้นตอนการลงลูกกุ้งควรนำลูกกุ้งลงมาแช่น้ำ ด้วยการกันคอกด้วยท่อPVC ที่ขึ้นรูปเป็นสี่เหลี่ยม โดยนำลูกกุ้งมาแช่ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที เพื่อปรับสภาพอุณหภูมิภายในถุงลูกกุ้ง จากนั้นให้เปิดปากถุงแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วปล่อยลูกกุ้งลงบ่อเลี้ยง แต่ก่อนปล่อยควรดูลูกกุ้งในถุงว่ามีตายในจำนวนเท่าไหร่ ถ้าลูกกุ้งมีการตายมากก็จะนำไปตรวจเช็คดูว่ามาจากสาเหตุใด สมมติเกิดโรคกับกุ้งชุดนั้นจะชักทิ้งไปได้ทันการณ์ เราจะไม่เก็บไว้เลี้ยงต่อไป เพื่อป้องไม่ให้เกิดความเสียหายในวันข้างหน้า
การให้อาหารที่นี้จะให้ 4-6 มื้อ แต่วันแรกที่ปล่อยลูกกุ้งจะไม่ให้อาหารจะให้ในวันต่อมา เพราะมีสัตว์หน้าดินอยู่แล้วจึงไม่จำเป็นต้องให้ ช่วงแรกให้ 4 มื้อ พอเช็คยอได้ให้ปรับเป็น 5 มื้อ แต่กุ้งกินมากติดมากอาจให้เป็น 6 มื้อก็ได้ ซึ่งมีอัตราส่วนการให้ดังนี้ มื้อแรกให้ 1 แสนตัว/ก.ก. จากนั้นทำการเพิ่มวันละ 2 ขีด ไปเรื่อยๆ จนกระทั้งเช็คยอได้ประมาณกุ้งอายุ 26 วัน จำนวนการใช้อาหารจะขึ้นอยู่กับการเช็คยอ ถ้าอาหารขาด ก็จะทำการเพิ่มอาหารเป็น 5 มื้อ ถ้ากุ้งยังกินอาหารมากหรือติดเยอะก็เพิ่มเป็น 6 มื้อ

เทคนิคพิเศษ
คุณอานนท์ เล่าต่อไปอีกว่า ควรคุมอาหารให้อยู่ น้ำไม่มีเปลี่ยนถ่ายไม่เป็นไร สำคัญที่สุดก็เรื่องการคุมอาหาร ยิ่งหน้าร้อนเช่นนี้ ใครอัดอาหารมากจะของเสียในบ่อมีมาก สีน้ำเปลี่ยน ค่าต่างๆ ในน้ำเปลี่ยนตามไปด้วย และอาการร้อนแดดแรงแบบนี้จะทำให้น้ำจะหนืดเร็ว และอีกเรื่องก็เป็นออกซิเจน เครื่องให้อากาศ ต้องเตรียมความพร้อมไว้เสมอ ความเค็มสูง อากาศร้อนออกซิเจนละลายน้ำอยาก และถ้าถ่ายน้ำไม่ได้ สีน้ำมันเข้ม จำเป็นต้องเปิดเครื่องตีน้ำในเวลากลางคืนอย่างน้อย 2 ตัวขึ้นไป เพื่อเป็นการเพิ่มออกซิเจนในน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของกุ้ง แต่ถ้ากุ้งเกิดโรคทอร่า ให้ทำการลดปริมาณการให้อาหารลง แล้วเปิดเครื่องตีน้ำตลอดทั้งวัน
คุณอานนท์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ควรให้ความสำคัญในการเลือกลูกกุ้ง เพราะถ้าได้ลูกกุ้งดีเราก็สามารถเลี้ยงให้ได้ผลดีตาม แต่ถ้าลูกกุ้งไม่ดีผลที่ได้ก็จะออกมาไม่ดี และอย่าลืมการเตรียมบ่อให้ดี ถ้าลูกกุ้งดีการเตรียมบ่อไม่ดีผลที่ออกมาก็คงไม่ดีเท่าที่ควร และถ้ามีปัญหาในระหว่างการเลี้ยงสามารถโทรศัพท์มาปรึกษาได้ ที่เบอร์ 01-6831682 (ผมเมียไม่ดุ แต่งานเยอะครับ)

ข้อมูลจาก หนังสือ พิมพ์กุ้งไทย ฉบับที่ 43


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด