ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

แร่ธาตุสำคัญสำหรับกุ้งขาว

ในการจัดการคุณภาพน้ำในระหว่างการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมเราจะพบว่าคุณภาพน้ำที่เราเน้นมากตลอด
การเลี้ยงนั้นก็คือปริมาณของแร่ธาตุที่อยู่ในน้ำ แร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกุ้งขาว
แวนนาไม มีมากกว่า 1 ชนิด อย่างแน่นอน ที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญเฉพาะกับธาตุ แมกนีเซียม เท่านั้น จนลืมนึกถึงธาตุตัวอื่นไป แท้จริงแล้วแร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อกุ้งมีมากมายหลายชนิด แต่ที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ได้แก่
แมกนีเซียม แคลเซียม โปแตสเซียม โซเดียม และ คลอไรด์
การเลี้ยงกุ้งขาวที่ผ่านมาเราให้ความสำคัญมากกับธาตุแมกนีเซียมเนื่องจากมีความสัมพันธ์กันโดยตรงกับค่าอัลคาไลนิตี้จึงไม่น่าแปลกใจที่เราจะให้ความสำคัญเป็นอันหนึ่งกับธาตุแมกนีเซียม เพราะ แมกนีเซียม ทำหน้าที่ในการรักษาระดับอัลคาไลน์ให้คงที่ ให้เปลี่ยนแปลงน้อยที่สุด หรือไม่ให้อัลคาไลน์ลดต่ำลงเป็นความคิดที่ถูกต้อง แต่มองไม่รอบด้านหรือทุกแง่มุมอยู่ดีนั้นเอง สำหรับการเลี้ยงกุ้งขาวหรือกุ้งทุกชนิดก็ว่าได้ ตามหลักแห่งความจริงการที่กุ้งจะดำรงชีวิตอยู่ในธรรมชาติได้นั้น
ต้องอาศัยความสมดุลหรือสภาวะที่สมดุลของธาตุต่างๆ

หากพิจารณาเราจะพบว่า การเลี้ยงกุ้งขาวต้อง
ให้ความสำคัญกับแร่ธาตุมากกว่า 1 ชนิด ต่อจากนี้ไปขอให้ผู้เลี้ยงกุ้งอ่านและพิจารณาตามไปด้วยเพราะ
ข้อความต่อไปนี้จะแสดงให้เห็นถึงความเป็นจริงตามหลักธรรมชาติและตามหลักวิทยาศาสตร์ในเรื่องการใช้
แร่ธาตุของกุ้ง


การแลกเปลี่ยนแร่ธาตุ และการควบคุมสมดุลของร่างกายกุ้ง

เมื่อกุ้งดำรงชีวิตอยู่ในน้ำกุ้งจะควบคุมความสมดุลของแร่ธาตุต่างๆระหว่างร่างกายของกุ้งเองกับน้ำอยู่ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงของแร่ธาตุอย่างกะทันหันไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของแร่ธาตุในน้ำจัดว่าเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้กุ้งเครียดและช็อคตายในที่สุด
การควบคุมระดับของอิออนต่างๆได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และซัลเฟต จะเกิดขึ้นในเลือด คลอไรด์ในร่างกายกุ้งจะถูกควบคุมให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าปริมาณที่ละลายอยู่ในน้ำ
โปแตสเซี่ยม กุ้งจะรักษาระดับโปแตสเซี่ยมให้เท่ากับปริมาณของโปแตสเซี่ยมที่ละลายอยู่ในน้ำทะเล
แคลเซียม จะถูกสะสมไว้ตามเนื้อเยื่อและเปลือกส่วนที่เกินความต้องการจะถูกขับถ่ายออกมา
โซเดียม โปแตสเซียม และ คลอไรด์ จะถูกควบคุมโดยเหงือก แร่ธาตุเหล่านี้จะช่วยให้กุ้งขาวทนทาน
ต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาวะแวดล้อม
จากที่กล่าวมาไม่ใช่เฉพาะแมกนีเซียมเท่านั้นที่มีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของกุ้งขาว (หรือว่าเรา
ให้ความสำคัญเฉพาะค่า อัลคาไลน์และการสร้างเปลือกของกุ้งขาวที่เจริญเติบโตเร็วเท่านั้น) เราลองมาพิจารณาถึงระบบอื่นดูบ้างโดยเฉพาะระบบการย่อยอาหารการเผาผลาญสารอาหารเพื่อใช้เป็นพลังงาน
ในการดำรงชีวิต รวมทั้งความจำเป็นของแร่ธาตุตัวอื่นๆที่มีผลต่อการทำงานของอวัยวะส่วนอื่นๆ
ของกุ้งขาว ขอให้เราลองมาพิจารณาดูกันให้ชัดเจนเพื่อความเข้าใจอีกครั้ง
ความสัมพันธ์ของแร่ธาตุต่อการเจริญเติบโตของ
กุ้งขาวแวนนาไม

แมกนีเซียม ( Mg+2 )
ธาตุที่เราให้ความอันดับ 1.
แมกนีเซียมอยู่ในโครงสร้างร่างกายของกุ้ง 70 % ส่วนอีก 30 % พบในเนื้อเยื่อและเลือด กุ้งจะใช้
แมกนีเซียมได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีสัดส่วนที่สมดุลกับแคลเซียม คือ อัตราส่วน แมกนีเซียม
3 ส่วนต่อแคลเซียม 1 ส่วน
ความสำคัญของแมกนีเซียม :
- กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์หรือน้ำย่อยของกุ้งช่วยให้อาหารเปลี่ยนไปเป็นพลังงานในการดำรงชีวิต
ได้อย่างสมบูรณ์ โดยแมกนีเซียมจะช่วยในการกระตุ้นการทำงานของ ATPหากขาดแมกนีเซียมจะส่ง
ผลให้การยืดตัวของกล้ามเนื้อและการเต้นของหัวใจผิดปกติ
-แมกนีเซียมช่วยควบคุมการเต้นของหัวใจและการยืดหดตัวของกล้ามเนื้อ แมกนีเซียมส่วนเกินจะถูกขับ
ออกออกมาพร้อมกับอุจจาระ
ผลของการขาดแมกนีเซียม
- ค่าอัลคาไลน์ของน้ำไม่คงที่และลดต่ำลง กุ้งลอกคราบแล้วเปลือกแข็งช้า
- กล้ามเนื้อเกร็ง และเกิดสภาวะ หัวใจล้มเหลว

แคลเซียม ( Ca+2 )
กุ้งจะใช้แคลเซียมควบคู่กับฟอสฟอรัสในอัตราส่วน 1 : 1 จึงจะมีประสิทธิภาพสูงสุด แคลเซียมจะถูก
ดูดซึมเข้าสู่เนื้อเยื่อได้ดีกว่าฟอสฟอรัส การดูดซึมของแคลเซียมจะเกิดได้ดีและมากขึ้น เมื่อมี วิตามิน ดี อยู่ด้วย ตามปกติแคลเซียมจะสะสมที่ตับและตับอ่อนในรูปของเกลือแคลเซียมฟอสเฟตและเป็นองค์ประกอบของ
โครงสร้างภายนอกของกุ้ง เมื่อขาดแคลเซียมจะส่งผลให้กุ้งเปลือกบางนิ่มเปลือกแข็งช้าหลังจากลอกคราบ

โซเดียม ( Na+) และ โปแตสเซียม ( K+)
โซเดียมเป็นธาตุที่เป็นองค์ประกอบในร่างกายของกุ้ง โดยจะเป็นองค์ประกอบของกล้ามเนื้อ 90 %
และโซเดียมที่เป็นส่วนเกิน กุ้งจะขับออกมาพร้อมกับอุจจาระ
ความสำคัญของโซเดียมและโปแตสเซียม
-ควบคุมและรักษาสมดุลแร่ธาตุภายในร่างกายกับสิ่งแวดล้อมภายนอกให้สมดุลอยู่ตลอดเวลา
-รักษาสภาวะความเป็น กรด - ด่าง ของร่างกายให้สมดุลอยู่เสมอ
ผลของการขาดโซเดียมและโปแตสเซียม
-กุ้งเบื่ออาหาร โตช้าสูญเสียน้ำหนนักตัว
-การใช้ประโยชน์จากโปรตีนน้อยลง เนื่องจากโซเดียมเป็นตัวกระตุ้นการทำงาน หรือ โคเอนไซม์
ของ เอนไซม์ โปรติเอส ( น้ำย่อยโปรตีน ) หากขาดโซเดียมจะทำให้การย่อยโปรตีนต่ำลง
-เลือดเป็นกรด

คลอไรด์ ( Cl- )
คลอไรด์พบในของเหลวที่เป็นประกอบของร่างกายทั้งที่อยู่ภายในและภายนอกเซลล์ คลอไรด์ภายใน
ตัวกุ้งกับน้ำทะเลจะมีปริมาณใกล้เคียงกันจึงไม่ส่งผลต่อการปรับสมดุลของแร่ธาตุตัวอื่น กรณีที่เลี้ยงใน
น้ำจืดจะส่งผลโดยตรงต่อการย่อยอาหารของกุ้งโดยเฉพาะการย่อยอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต
ความสำคัญของคลอไรด์
-เมื่ออยู่ในเลือดจะรักษาระดับความเป็น กรด - ด่าง ของเอนไซม์
-ควบคุมการเข้าออกของสารละลายระหว่างร่างกายกับสิ่งแวดล้อมและน้ำภายในเซลล์
-กระตุ้นการทำงานของเอนไซม์อะไมเลสให้ทำงานอย่างเป็นปกติ (ย่อยแป้ง หรือ คาร์โบไฮเดรต)
ผลของการขาดคลอไรด์
การเลี้ยงกุ้งในพื้นที่ความเค็มต่ำ - น้ำจืด การเลี้ยงแบบหนาแน่น จะส่งผลให้กุ้งขาดแร่ธาตุ และส่งผล
ให้กุ้งใช้สารอาหารกลุ่ม คาร์โบไฮเดรตได้ไม่เต็มที่ และนี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่สงผลให้กุ้งสูญเสียน้ำหนัก
เปลือกนิ่ม ตัวหลวม
ที่มา: รวมเทคนิคการเลี้ยงกุ้งขาว 2547 (หน้า97-100)


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด