ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

มาทำความรู้จักกับ Bond

ที่ผ่านมาพี่น้องเกษตรกรคงเคยได้ยินได้ฟังปัญหาของอุตสาหกรรมกุ้งไทย มาหลายเรื่องแล้ว ทั้งปัญหาด้านการเลี้ยง ปัญหาราคาตกต่ำและปัญหาการส่งออก โดยเฉพาะปัญหาทางด้านการส่งออก บางครั้งเรามักได้ยินผู้ส่งออกหลายท่านพูดถึงเรื่องปัญหาเอดี ต้องมีการวางเงินค้ำประกันหรือ บอนด์ ( Bond ) ทำให้ไม่สามารถส่งกุ้งเข้าตลาดสหรัฐฯ ได้เหมือนในอดีต เรื่องนี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่กับมาถึงการซื้อขายในประเทศ ทำให้ผู้ส่งออกรับซื้อกุ้งจากเกษตรกรได้ในจำนวนที่จำกัด และเป็นต้นเหตุของปัญหาราคาตกต่ำที่เราต้องประสบกันอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นทีมงานกุ้งไทยจึงขอหยิบประเด็นการวางเงินบอนด์ มาเล่าสู่ท่านอ่านเพื่อเข้าใจเรื่องนี้ให้มากยิ่งขึ้น
ก่อนอื่นพี่น้องเกษตรกรควรจะรู้จักความหมายของบอนด์ ( Bond ) ก่อน
วามหมายของ บอนด์ คือ เงินค้ำประกัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Continuous Bond หมายถึง เงินค้ำประกันที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากผู้นำเข้ากุ้งในสหรัฐฯ ก่อนที่จะทำการนำเข้า โดยคำนวณจากยอดส่งออกกุ้งของบริษัทที่ถูกเรียกเก็บภาษีทุ่มตลาด ( AD ) ผ่านบริษัทผู้นำเข้าในปีที่ผ่านมา และ
Cash Bond หมายถึง เงินค้ำประกันที่บริษัทผู้ส่งออกจะต้องจ่ายต่อตู้คอนเทรนเนอร์เมื่อมีการนำเข้ากุ้ง

สำหรับเงื่อนไขการวางเงินค้ำประกัน เกิดจากการที่สหรัฐฯ ประกาศฟ้องทุ่มตลาดสินค้ากุ้ง กับ 6 ประเทศส่งออกกุ้ง ได้แก่ เอกวาดอร์ บราซิล อินเดีย จีน เวียดนาม และไทย ทำให้ผู้ส่งออกกุ้งทั้ง 6 ประเทศต้องถูกเรียกเก็บเงินบอนด์ และผู้ที่นำเข้ากุ้งในสหรัฐฯ จะต้องวางเงินค้ำประกันในรูปของ Continuous Bond ในอัตราที่สูง ทำให้ผู้นำเข้าบางราย จำเป็นต้องผลักภาระการวางเงินค้ำประกันดังกล่าวให้กับผู้ส่งออกของไทยเป็นผู้รับผิดชอบ โดยผู้ส่งออกจะต้องเข้าไปจดทะเบียนเป็นผู้นำเข้าหรือ Importer of Record ของสหรัฐฯ และรับภาระเงินค้ำประกันเอง อันจะส่งผลให้ผู้ส่งออกขนาดกลางและขนาดเล็กประสบปัญหาในการจัดหาวงเงินสินเชื่อเพื่อใช้ในการค้ำประกัน
ทั้งนี้ในเบื้องต้นบริษัทผู้ส่งออกจะต้องติดต่อกับบริษัทนายหน้าส่งออกของนายหน้าส่งออก เพื่อจดทะเบียนเป็น Importer of Record ซึ่งจะได้รับเลขประจำตัวกับศุลกากรสหรัฐฯ ( U.S Customs ) และบริษัทผู้ส่งออกจะต้องติดต่อบริษัทผู้ค้ำประกัน ( Surety ) ซึ่งอาจติดต่อผ่านบริษัทนายหน้าส่งออก เพื่อช่วยประสานในการหาบริษัทผู้ค้ำประกันให้ โดยบริษัทจะต้องแจ้งยอดที่นำเข้าทั้งปี ซึ่งอาจทำโดยการประมาณการ เนื่องจากเป็นบริษัทรายใหม่ และให้คำนวณเงินบอนด์ที่จะต้องวางในการค้ำประกัน ( ประมาณ 6 % )

โดยบริษัทผู้ค้ำประกัน จะทำหน้าที่ในการพิจารณามูลค่าบอนด์ ที่แต่ละบริษัทส่งออกจะต้องวาง โดยจะแจ้งกลับมายังบริษัทส่งออกนั้นๆ ว่าต้องการเงินประกันเป็นจำนวนเงินเท่าไร และหนังสือค้ำประกัน ( Stand by L/C ) ที่ผู้ส่งออกจะต้องเปิด ซึ่งจะต้องทำตามระเบียบที่บริษัทผู้ค้ำประกันกำหนดให้ และผู้ส่งออกจะต้องดำเนินการติดต่อธนาคารพาณิชย์ภายในประเทศของตนเอง เพื่อขอเปิดหนังสือค้ำประกันไปให้กับบริษัทค้ำประกัน ซึ่งในเรื่องนี้อาจต้องให้ธนาคารพาณิชย์สหรัฐฯ ช่วยยืนยันหนังสือค้ำประกันให้อีกครั้ง โดยทั้งสองขั้นตอนข้างต้น จะต้องเสียค่าธรรมเนียมเป็นเงินอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นหลังจากบริษัทผู้ค้ำประกัน ได้รับหนังสือค้ำประกันแล้ว จะต้องมีการยืนยันวงเงินค้ำประกันอีกครั้ง เมื่อเสร็จทุกขั้นตอนแล้วบริษัทผู้ค้ำประกัน จึงจะดำเนินการจัดวางเงินบอนด์ เพื่อยืนยันให้กับศุลกากรสหรัฐฯ
เมื่อขั้นตอนการออก Continuous Bond ได้รับการตรวจสอบความถูกต้องจากศุลกากรสหรัฐฯ แล้ว หลังจากนั้นบริษัทผู้ส่งออกต้องจ่ายค่า Cash Bond ในอัตรา 5.95 % ของมูลค่าสินค้า ให้กับสหรัฐฯ อีกครั้งหนึ่ง
และนี่คือข้อมูลเบื้องต้นของการวางเงินค้ำประกัน หรือที่เรียกว่า บอนด์ (Bond)
ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ กุ้งไทย


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด