ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ข้อมูลสรุปจากกิจกรรมสัมมนา วันกุ้งโลก 2548
Global Shrimp Outlook 2005 : GSOL 2005 ณ ประเทศเวียดนาม
การดูงานแหล่งเลี้ยง, ฟาร์มกุ้งดำ, โรงงานแปรรูป และปลา
เมื่อวันที่ 24 ต.ค.2548 ได้เดินทางไปดูงานในแหล่งเลี้ยง ฟาร์มเลี้ยงกุ้งกุลาดำ โรงงานแปรรูปกุ้ง และปลา ในพื้นที่ดูงานจังหวัดเบนตรีหรือเบนเจอ (เขตพื้นที่ปากแม่น้ำโขงตอนบน ด้านทิศใต้และใกล้โฮจิมินห์ซิตี้)

โดย น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ

การดูงาน-
รับทราบการดำเนินชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และนโยบายโซนนิ่ง จากไกด์บริการ/เจ้าหน้าที่
-ได้ชมสภาพแหล่งน้ำ การเลี้ยงกุ้งรายย่อย และสภาพพื้นที่ราบลุ่มปากแม่น้ำโขง จากการล่องเรือ 3 ชม.
-ได้รับข้อมูลการดำเนินการฟาร์มกุ้งกุลาดำของบริษัท FAQUAINEX (Fishery Aquaculture Import and Export) ของรัฐบาล พร้อมชมกิจการฟาร์ม
-ได้รับข้อมูลการดำเนินการโรงงานแปรรูปกุ้งและปลาบาซ่า ของบริษัท FAQUAINEX พร้อมชมกิจการ

ข้อมูลสรุป
โรงงานแปรรูปสัตว์น้ำของเวียดนามส่วนใหญ่จะกระจายและอยู่ใกล้แหล่งผลิต และส่วนใหญ่มีมาตรฐานโรงงานและศักยภาพการผลิตระดับเดียวกับไทย
การผลิตกุ้งกุลาดำ มีข้อจำกัด เพราะฟาร์มรัฐบาลมีจำกัด และฟาร์มขนาดใหญ่น้อย แต่ได้ผลผลิตจากฟาร์มย่อยๆ (มีพื้นที่เลี้ยงกุ้งทุกรูปแบบมากกว่า 2.0 ล้านไร่ แม้เสียหายบางส่วนได้บางส่วน ก็ยังมีผลผลิตเข้าโรงงานได้)
ข้อจำกัดโดยรวมด้านการผลิต
-เงินทุน เพราะต้องซื้อขายด้วยเงินสดเป็นหลัก ฟาร์มเลี้ยงที่ประสบปัญหาเสียหายจะขาดทุน และต้องลดหรือหยุดผลิตระยะหนึ่ง
-มีเทคโนโลยีเชิงวิชาการ/เอกสารพร้อม แต่จำกัดในประสบการณ์การเลี้ยงและการแก้ไขปัญหา ในส่วนนี้ชดเชยด้วยการมีพื้นที่เลี้ยงกุ้งมาก มีแพรกปากน้ำโขงมากและกว้าง จึงช่วยให้แหล่งน้ำและแหล่งเลี้ยงฟื้นตัวจากปัญหาได้ง่าย


ข้อคิดเห็น-
บริษัทวิสาหกิจสัตว์น้ำของเวียตนาม มีการพัฒนาตนเองเร็ว ทั้งการผลิต การแปรรูป และการตลาด
-มีตัวแทนภาครัฐเข้าประสานกำกับอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้บริษัทโดยรวมก้าวไปข้างหน้าในทิศทางเดียวกันได้

การสัมมนาในห้องประชุม (25 ต.ค. - 27 ต.ค.)

ข้อมูลทั่วไป
-การสัมมนาในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมสัมมนาเกินเป้าหมาย (ต้องเสริมที่นั่ง) โดยมีผู้ลงทะเบียนร่วมสัมมนารายประเทศทั้งสิ้น 295 คน จาก 26 ประเทศ และมีผู้ร่วมสัมมนาและวิทยากรที่ไม่ต้องลงทะเบียนอีกจำนวนหนึ่ง
ทุกรายการทัวร์ชมกิจการสัตว์น้ำเวียดนาม มีผู้ลงทะเบียนเต็มทุกรายการ
-ฝ่ายเจ้าภาพร่วม (เวียดนาม) เตรียมความพร้อมดีมาก ทั้งการรับรอง บริการ และการบรรยาย หรือ ปราศรัยแสดงความเห็น ทั้งในที่สัมมนา/ดูงาน ซึ่งฝ่าย GAA และผู้ร่วมสัมมนา กล่าวชม และปรบมือให้เกียรติเป็นพิเศษหลายครั้ง
-บรรยากาศในการสัมมนาโดยรวม "ค่อนข้างเครียด" เพราะสถานการณ์ธุรกิจกุ้งเต็มตลาดโลกดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะ "ยาก" ทั้งฝ่ายผู้ผลิตส่งออก และผู้นำเข้า
สรุปข้อมูล "ด้านการผลิต" ( 25 ต.ค.)


ภาพรวม
-เน้นการผลิตกุ้งคุณภาพและปลอดภัย ปลอดสารปนเปื้อนตามมาตรฐาน วิธีการผลิตมาตรฐาน และมีระบบสอบย้อนกลับชัดเจน พร้อมตระหนักในการอนุรักษ์สิ ่งแวดล้อม และการประกอบการที่ยั่งยืน (โดยกลุ่มประเทศผู้ผลิตเอเชีย จะย้ำประเด็นเหล่านี้เป็นพิเศษกว่าผู้ผลิตอเมริกากลาง-ใต้ ซึ่งเขาไม่ค่อยกังวลด้านนี้)
-ทุกประเทศสื่อถึง แนวโน้มการผลิตกุ้งเพิ่มในปี 2549 ยกเว้นไทย (ยืน) จีน (เพิ่มแต่บริโภคภายในเพิ่ม) บราซิล (อยู่ในภาวะมืด เพราะกำลังมีปัญหา)


เฉพาะประเทศไทย
-ปี 2549 ผลิตยืน และจะเพิ่มมากในปี 2550-2551 พร้อมการพัฒนามาตรฐาน การตลาดและบริการเพิ่มขึ้น โดยกุ้งขาวเพิ่มมากและกุ้งดำเพิ่มตาม (ตามแผนพัฒนาของกระทรวงเกษตรฯ) และเน้นผลิตกุ้งเล็ก, กลาง โดยเพิ่มปริมาณส่งออกตามการผลิต (มีผู้ฟังบางส่วนงงว่าเพิ่มในอีก 2 ปีข้างหน้าได้อย่างไร)

จีน -ผลิตเพิ่ม (ทั้งพื้นที่และผลผลิตเฉลี่ย) แต่มีข้อคิดเห็นว่า การบริโภคจะเพิ่มเร็วกว่าผลิต และอาจปรับเป็นประเทศนำเข้าในอนาคต (เพราะ GDP จะเพิ่มเฉลี่ย 8% ต่อเนื่อง)
อินโดนีเซีย -ผลิตเพิ่มต่อเนื่อง (เพิ่มพื้นที่เลี้ยง และผลผลิตเฉลี่ย) โดยเน้นทั้ง ขาวและดำ เน้นการพัฒนาพันธุ์ มาตรฐานการผลิต การป้องกันโรค และบริการ
อินเดีย -สรุปเฉพาะข้อมูลอดีตถึงปัจจุบัน จากสถิติแนวโน้มเพิ่มยาก ทั้งการผลิตและจับจากธรรมชาติ แต่เฉพาะส่วนองค์กรของผู้บรรยายเน้นการบริหารจัดการแบบคลัสเตอร์ (เป็นกลุ่มธุรกิจของตนเป็นหลัก)
เวียดนาม - เสนอข้อมูลด้วยความเชื่อมั่น ว่าจะเพิ่มเร็วทั้ง ปริมาณ มาตรฐาน และศักยภาพธุรกิจ โดยผลผลิตจะเพิ่มเร็วจากกุ้งขาว แวนนาไม ที่มีแผนขยายการผลิตในภาคกลางและภาคเหนือ โดยเน้นโชว์ภาพผลิตภัณฑ์และฟาร์มกุ้งอินทรีย์ (วาระนี้ ที่ประชุมตบมือรับและสนใจเป็นพิเศษ)
บราซิล -เสนอปัญหาผลผลิตลด เนื่องจากโรคระบาด และยังสรุปแนวทางแก้ไขไม่สำเร็จ จึงประมาณการแนวโน้มทั้ง ลด ตรง และเพิ่ม (แล้วแต่เงื่อนไขที่จะเกิดขึ้น)
กลุ่มอเมริกากลาง-ใต้ -สรุปแนวโน้มพัฒนาผลิตภัณฑ์มูลค่าเพิ่ม และชี้ให้เห็นปัญหาที่เป็นเหตุให้อุตสาหกรรมชะงักหรือโตช้า เพราะ "โรค" และ "ราคา"
ประเมินโดยรวม
ผลผลิตกุ้งโลก จะเพิ่มจากเอเชียเป็นหลัก โดยอเมริกากลาง-ใต้ จะทรงอยู่ที่ระดับ 400,000 ตัน ส่วนแต่ละประเทศในเอเชียจะเพิ่มมากหรือน้อยขึ้นกับศักยภาพการประกอบการ ทั้ง การผลิต มาตรฐาน และการขาย
กรณีผลผลิตกุ้งโลกเพิ่ม กลายเป็นเงื่อนไขกังวลของฝ่ายผู้นำเข้า เพราะการที่กุ้งมากเช่นนี้ผู้นำเข้ารู้สึกว่าทำธุรกิจยากขึ้น

;;;ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์กุ้งไทย


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด