ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เมืองไทย ยังมีกุ้งกุลาดำไซส์ 24 ตัวกิโล อีกที่เมืองขลุง เชื่อหรือไม่

เอกอนันต์ ยุวเบญจพล ฝ่ายวิชาการบริษัท ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด

หลังจากที่ได้รับข่าวจาก ทีมงานขาย พื้นที่จันทบุรี
เขตภาคตะวันออก แจ้งมาว่าลูกค้าจะจับกุ้งกุลาดำไซส์ใหญ่ ขนาด 24 ตัวต่อกิโลกรัม บ่อ4 ไร่ จับ 7 ตันกว่า สนใจไหม??? แถมฟาร์มนี้มี 11 บ่อ และจับได้แบบนี้ทุกบ่อเลย ฟังเสร็จปั๊บ มีหรือที่พวกเราจะพลาด ก็ใครจะไม่ไปดูล่ะ หากพูดว่า คนเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ในไทยมีกี่ราย คงต้องบอกว่าน้อยลงเยอะเลย และคนที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำแล้วตัวใหญ่ด้วยนี้ยิ่งหายากจริงๆ จากข้อมูลที่เคยลงนำเสนอในหนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทยมาแล้ว ได้แก่ คุณประยูร หงส์รัตน์ (อำเภอแหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ) และ คุณเดชา บรรลือเดช (อำเภอสามร้อยยอด จ.ประจวบฯ) เมื่อมีการรายงานมาว่าอำเภอขลุงก็มีเช่นกันมีหรือที่เราจะอยู่นิ่งได้ ตัดสินใจทันทีบึ่งรถไปดูถึงฟาร์มเลย เพื่อ นำมายืนยันว่าเมืองไทย ยังมีกุ้งกุลาดำอยู่น่ะครับ แถมไซส์บิ๊กด้วย เมื่อไปถึงฟาร์มเราได้พบกับ เฮียกวง ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มที่พูดน้อยคุยน้อย เราเลยต้องเป็นฝ่ายตั้งคำถามให้พี่เขาตอบ จริงอย่างที่ทีมงานเราบอกครับ ผลการจับในวันนั้นได้กุ้งไซส์ 24 ตัวแถมจับได้ 7.3 ตัน อีกต่างหาก เป๊ะเลย ไม่รอช้าเรารีบหาข้อมูลเพื่อนำมาเสนอให้แก่ผู้สนใจที่จะเลี้ยงกุ้งกุลาดำต่อว่ามีเกร็ด หรือมุมมองเฉพาะด้าน อย่างไรจึงทำให้สามารถฝ่าอุปสรรค์ การเลี้ยงกุ้งกุลาดำไซส์ใหญ่แบบนี้ได้
และนี้คือ คำบอกเล่าของ เฮียกวง แห่งฟาร์มเลี้ยงกุ้งกุลาดำ อำเภอขลุง
เราถามถึงสาเหตุว่าทำไมยังเลี้ยงกุ้งดำอยู่ เฮียกวงตอบว่าที่ตนเองหันมาเลี้ยงกุ้งดำเพราะกุ้งดำสามารถทำไซส์ใหญ่ได้ และ ราคากุ้งดำไซส์ใหญ่ ไม่ตก และเชื่อมั่นว่าใครก็ตามที่เลี้ยงแบบที่นี่คือเลี้ยงไปเรื่อยๆ รักษาสภาพน้ำในบ่อให้กุ้งอยู่ได้นานๆ อ้อ ! ลืมแจ้งให้ทราบว่าที่นี้เขาเลี้ยงกุ้งกุลาดำนานเกือบ 7 เดือนครับ
หลักๆคือ ปล่อยลูกกุ้ง ประมาณ 28- 30 ตัวต่อตารางเมตร เช่นบ่อ 4 ไร่ปล่อย 1.7-1.8 แสนตัว ถ้าปล่อยแบบนี้ ทุกบ่อโตแน่
การเตรียมบ่อ
ตากบ่อ จะตากไว้ 1 เดือน ตากให้ดินแตกระแหงเลย เอาแทรกเตอร์เกลี่ย กระจายทั่วบ่อ ปรับพื้น
ลงปูนขาว ไร่ละ 200 กิโลกรัม (ปูนดิบ หรือปูนมาร์ล) แต่เวลาเอาน้ำเข้าจะมีการเอาปูนหอยมาเสริม
สิ่งที่เฮียกวงพบคือ ถ้าบ่อไม่ฉีดเลน ค่าอัลคาไลน์จะไม่ต่ำ
อีกอย่าง ที่เป็นลักษณะเด่นเลยล่ะคือฟาร์มแห่งนี้ทุกบ่อที่จับ เลนรวมดีมาก จึงไม่นิยมฉีดเลน


การเตรียมน้ำ
เอาน้ำเข้าบ่อผ่านการกรอง ก่อนปล่อย จะเอาน้ำไปตรวจที่ห้องแลป ว่ามีคุณภาพน้ำอย่างไร เช่นความเค็มเท่าไหร่ อัลคาไลน์ เท่าไหร่ เพื่อที่จะได้แจ้งไปยังโรงเพาะฟักได้

ซึ่งถ้าพบว่าพีเอชต่ำ ก็ลงปูนขาว แต่ด้วยความที่เป็นคนช่างสังเกตพบว่า ในน้ำนั้นต้องมีอะไรบางอย่างที่กุ้งต้องการแต่เราไม่รู้ เพราะจากการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับผู้เลี้ยงอื่นๆแม้จะทำน้ำดีแล้ว ทุกอย่าง แต่กุ้งเขายังป่วยได้เลย สิ่งนี้จึงทำให้ เฮียกวง ลงปูนในบ่อเรื่อยๆ แต่น้อยๆ และเมื่อเจอฝนตก พบว่าในบ่อของ เฮียกวง ไม่ค่อยมีอะไรแปลง นั้นคือ น้ำแข็งแรง
ระหว่างเลี้ยง ไม่มีการใส่วิตามินซีผสมอาหาร เพราะมองว่าให้ผลไม่แตกต่างจากการให้อาหารผสมวิตามินซี เนื่องจากเฮียกวงมองว่าอาหารกุ้งดำที่เฮียกวงใช้ คือสูตรอาหารเทอร์โบของไทยยูเนี่ยนฯ นั้นน่าจะมีความสมบูรณ์ในทุกด้านของโภชนะที่กุ้งกุลาดำต้องการแล้ว
แต่ระหว่างเลี้ยงจะมีการนำฟ้าทะลายโจรผง ละลายน้ำ แล้วนำไปผสมกับอาหารกุ้งกุลาดำ ทุกมื้อ
เรื่องออกซิเจนในน้ำสำหรับกุ้ง ก้อไม่ต้องเป็นห่วง ปล่อยกุ้งแค่นี้ทางฟาร์มมีเครื่องให้อากาศแต่ละบ่อดังนี้ เครื่องตีน้ำ 6 แขน แอร์เจ๊ท 2 ตัว ซุปเปอร์ชาร์ท 1ตัว และถ้าดูว่ากุ้งแน่นก็จะเสริมแอร์เจ๊ทเพิ่มอีก2 ตัว

เทคนิคเพิ่มเติม ประจำบ่อคือ คัดกุ้งจิ๋ว หรือกุ้งตัวเล็กออก ด้วยจั่นมะพร้าว หรือ กิ่งไม้ จะเอากุ้งตัวเล็กออกไปปล่อยในบ่อพัก แต่เมื่ออายุกุ้งได้ 5 เราก็จะไม่คัดออกแล้วล่ะ
การให้อาหาร เทอร์โบ ของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน
เชื่อว่าอาหารที่มีโปรตีนสูง จะทำให้กุ้งโตดี แข็งแรง เพราะเคยใช้เทียบกับตัวอื่นแล้ว
ขนาดกุ้งที่ต้องการจับ คือ ต้องขึ้น หน้า 2 โดยจากประสบการณ์ เลี้ยง 200 วัน 23-24 ตัว/กก หรือบางรุ่นก็ 195วัน 20-22 ตัว/กก
หัวใจคือ คนเลี้ยงกุ้งต้องดึงให้กุ้งอยู่ในบ่อเราให้ได้แล้วกัน
วันนี้ห้องเย็นที่มาซื้อกุ้งจากเฮียกวง จะรีบนำส่งตลาดนอก และ ตัวแทนจากต่างประเทศก้อขอเข้ามาดูการจับกุ้ง เฮียกวงเช่นกันว่าสภาพกุ้งที่จับดีหรือไม่ดีขณะจับ และ ความสดของกุ้ง และระยะเวลาในการน๊อก ทุกอย่างถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานที่ต่างชาติต้องการ ผ่านฉลุย
ในการจับกุ้งหนนี้ เฮียกวงยังเล่าเรื่องตลกที่เกิดขึ้นขณะไปแจ้งขอใบเอ็มดี (MD) ที่กรมประมง ซึ่งเขาต้องถาม
คนของกรมประมงถามว่าจำนวนกี่ตันล่ะ ก็ตอบว่าประมาณ เจ็ดตันกว่าครับ
คนของกรมประมงถามอีกว่า แล้วไซส์ไหนล่ะ พอบอกว่า 24 ตัว/กก เขาทำท่าตกใจ เขาบอกว่า ทำไมเลี้ยงกุ้งขาวได้โตจัง ทางเฮียกวงก็บอกว่า ไม่ใช่กุ้งขาว น่ะ มันคือกุ้งดำ เท่านั้นแหละคนในกรมประมงเองก็ตะลึง แทบไม่เชื่อว่ายังมีคนเลี้ยงกุ้งดำอยู่และสามารถทำไซส์ใหญ่ได้แบบนี้ ไซส์นี้น่ะเป็นไซส์กุ้งจับจากทะเลแล้วน่ะครับ เฮียกวง
อีกจุดหนึ่งที่เฮียกวงพอจะบอกได้คือ ให้หอยอบ แก่กุ้งในบ่อ ตั้งแต่ กุ้งอายุ 45 วัน และ มีการผสมหอยอบ กับอาหารให้กุ้งเมื่อตอนอายุ 3 เดือน โดยผสมให้กิน วัน ละ 2 มื้อ ให้มื้อละ 3-5 กิโลกรัม ไม่มากเลยครับย้ำต่อมื้อน่ะครับ
ในหนึ่งปี จะเลี้ยงกุ้งรอบเดียวเอง
คือปล่อยปลายเดือน กุมภาพันธ์ หรือ ต้นมีนาคม เพราะถ้าปล่อยเร็วเจอแล้ง ปล่อยช้าเจอฝน

เครื่องให้อากาศ เป็นเครื่องตีน้ำ ใช้น้ำมันดีเซล 3 เครื่อง และเป็นมอร์เตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
ราคากุ้งที่เหมาะสม มองว่า
ถ้าไซส์กุ้งประมาณ 25 ตัว/กก ต้องได้ราคาประมาณ 300 บาทขึ้น
30 ตัว/กก ไม่ควรต่ำกว่า 280 บาท
จุลินทรีย์ มีการใช้ระหว่างช่วง 2 เดือนแรกเท่านั้น
การให้อาหารกุ้ง เทคนิคการให้อาหารเหมือนคนอื่นทั่วไป เช่นเริ่มต้น คือให้อาหาร 1 กิโลกรัมต่อแสนตัว และเวลาจะเพิ่มอาหารจะเพิ่มครึ่งกิโลกรัม เพื่อให้คนงานหรือทีมงานในฟาร์มสามารถทำงานได้จริง
การให้อาหารในยอ เนื่องจาก เฮียกวงมียอ ที่มีขอบสูงมาก จะให้อาหารในยอสูตรเดียวตลอดการเลี้ยงคือ 3 กรัมต่ออาหาร 1กิโลกรัมต่อยอ (ต้องหว่านอาหารทั่วบ่อหมดก่อน จึงค่อยเอาอาหารมาใส่ในยอ)
ในเรื่องของลูกกุ้ง เน้นว่า ลูกกุ้งต้องเป็นลูกกุ้งที่โตมาจากการกินอาทีเมีย และต้องผ่านการตรวจโรคดวงขาว
การปล่อยลูกกุ้ง จะปล่อยตอนเที่ยง เนื่องจาก ลูกกุ้งที่ออกมาจากโรงเพาะฟักจะต้องผ่านการลอกคราบมาก่อนแล้ว ไม่มีกุ้งอ่อนแอและสูญเสียในถุง เนื่องจากหากปล่อยเช้า ลูกกุ้งในถุงจะมีการลอกคราบ อ่อนแอ และอาจกินกันเอง
การปล่อยจะเป็นแบบปล่อยถัง แต่ละบ่อจะใช้ถัง500 ลิตร ประมาณ 4 ถัง (3 ถังสำหรับกุ้ง อีก 1 ถังสำหรับน้ำเพื่อปรับอุณภูมิ) ไม่ปล่อยแบบลอยถุง มองว่าการปล่อยแบบถังน่าจะดีกว่า
และสำคัญสุด กำหนดให้โรงเพาะบรรจุลูกกุ้ง ถุงล่ะ 1,000 ตัวเท่านั้น

ข้อฝากที่น่าสนใจ คือ สะพานยอที่นี้แข็งแรง และ เฮียกวงเองก็ฝากบอกให้คนเลี้ยงกุ้งยอมลงทุนเรื่องสะพานยอบ้าง คือขอให้แข็งแรง เพราะ คนเลี้ยงกุ้งต้องใช้สะพานยอวันล่ะหลายครั้ง ถ้าอาหารให้ 3 มื้อ สะพานยอก็โดนใช้สะพานละ 6 ครั้งต่อวัน

สูตรของการเลี้ยงกุ้งดำให้ได้ไซส์ใหญ่คือ การทำให้น้ำแข็งแรง ให้อากาศอย่างเพียงพอ และเลือกใช้อาหารโปรตีนสูงผสมหอยอบ และมีการให้ฟ้าทะลายโจรผงละลายน้ำ แล้วนำไปผสมกับอาหารกุ้งกุลาดำ จบแค่นี้ครับ เฮียกวงบอก...อิอิ

;;;ข้อมูลจาก หนังสือสวัสดีสัตว์น้ำไทย ฉบับที่ 6


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด