ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ค้นหาเจ้าแบคทีเรียตัวร้าย ในกุ้งขาวเมื่อหลายคนลงความเห็นว่าอาจเป็นตัวทำให้กุ้งขาวตายในไทย
บทความโดย เอกอนันต์ ยุวเบญจพล (บ.ไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์จำกัด)


จากที่มีกุ้งขาวตายกันมากในช่วงหนึ่งที่ผ่านมา และจากการที่หลายฝ่ายพบว่าไม่ได้เกิดจากเชื้อไวรัสทอร่า หรือ ไวรัสดวงขาว และก็ไม่ได้ตายด้วยอาการกล้ามเนื้อขาวแบบ ไอเอ็มเอ็นวี (IMNV) จีงมีการตั้งคำถามให้กับบรรดา นักวิชาการกุ้งของไทย ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ดร.บุญเสริม วิทยชำนาญกุล และท่านก้อตั้งประเด็นว่าน่าจะเกิด เชื้อแบคทีเรีย เอ็นเอชพี (NHP) ตามรายงานที่ทางกุ้งไทย ได้นำเสนอผ่านไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
ด้วยความน่าสนใจในตัวแบคทีเรียตัวนี้ ผมเลยค้นหาข้อมูลจากแหล่งข้อมูลทั่วโลกและพบว่า มีหลายข้อมูลที่น่าสนใจและน่าทำความรู้จักเพราะสิ่งที่ได้มาคือคำตอบว่าโรคตัวนี้เกิดและทำลายความเสียหายให้กับหลายประเทศที่มีการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมมาก่อนนั้นเอง เอาล่ะครับเรามาลองมาทำความรู้จักกับโรคและแบคทีเรียตัวนี้กันเลยครับ
โรคนี้มีชื่อว่า NHP ย่อมาจาก คำว่า Necrotizing Hepatopancreatitis, หรือ ว่า Necrotising Hepatopancreatitis
นอกจากนี้ยังมีการตั้งชื่อและเรียกได้อีกหลายชื่อ หากไปพบชื่อนี้ที่ไหนก็ขอให้เข้าใจว่าคือตัวเดียวกันครับ
ชื่อที่เรียกต่างๆได้แก่

(TNHP) Texas necrotizing hepatopancreatitis
(TPMS) Texas pond mortality syndrome
(PNHP) Peru necrotizing hepatopancreatitis
(ENHP) Ecuador necrotizing hepatopancreatitis

การค้นพบ
พบครั้งแรกในการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม จากเท็กซัส สหรัฐอเมริกา โดยมีรายงานจริงๆในปี 1985 ซึ่งส่งผลให้มีอัตราการตายสูง และ ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากในการเลี้ยงกุ้งทะเล ในพื้นที่ดังกล่าว

โรคนี้ตอนเริ่มมีรายงานคือมีการระบาด และก่อให้เกิดความเสียหายในบ่อกุ้งและฟาร์มกุ้งในอเมริกากลาง กับอเมริกาใต้และกลุ่มซีกโลกตะวันตก (อเมริกาเหนือ กับอเมริกาใต้)
แต่ไม่มีรายงาน ในด้านฝั่งซีกโลกตะวันออก

ประเทศที่มีรายงานว่าพบโรคนี้แล้ว คือ
เปรู เอกวาดอร์ เวเนซูเอล่า บราซิล ปานามา คอสตาริก้า(Lightner,1996 :Jimenez 1996)
และปัจจุบัน ตั้งข้อสงสัยว่าอาจเกิดและพบในไทย


รายงานกุ้งทะเล ที่สามารถรับเชื้อโรคนี้ได้
Litopenaeus vannamei(กุ้งขาวแวนนาไม)
P. setiferus (กุ้งขาวตอนเหนือ)
P .stylirostris(กุ้งสีฟ้า)
P. aztecus (กุ้งน้ำตาลตอนเหนือ)
P.californiensis (กุ้งขาเหลือง)
ปัจจัยจากสิ่งแวดล้อมที่เร่งให้เกิดโรคนี้ได้ง่ายคือ
อุณหภูมิน้ำที่สูง ที่ 29-31 องศาเซลเซียส
ความเค็มสูง 20 - 40 พีพีที

อาการที่สังเกตได้ เมื่อเกิดการติดเชื้อ เอ็นเอ็ชพี คือ
-กินอาหารลด ลำไส้ว่างไม่มีอาหาร กุ้งเฉื่อย กุ้งไม่กินอาหาร สีกุ้งซีด และ ตับฝ่อ ตับลีบเล็ก ไม่สมบูรณ์
-เปลือกกุ้งบาง เหงือกสีเข้ม
-ขอบขาว่ายน้ำขาเดินมีสีดำ
-ตัวกุ้งอ่อนแอไม่สู้มือ อาจพบว่าตัวกุ้งเปรอะตัวเลอะ(ตัวสกปรกเนื่องจากสารอินทรีย์และแบคทีเรียที่ทำลายเปลือก)
-อาการตับฝ่อ ลีบ เซลตับตาย และอาจพบร่วมกับอาการเป็นปื้นขาวในตับ ซึ่งกินเนื้อที่มากกว่าสีน้ำตาลของตับ
หรือสีส้มของตับปกติ(Krol et al.,1991)
- ที่ตับอาจมีลักษณะคล้ายมีเส้นสีดำเกิดขึ้น หรือ กุ้งมีอาการตับบวมน้ำ (Lightner,1996)
และอาจมีอาการร่วมของแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดความเสียหายที่เปลือก (Sindermann,1990) เช่นจุดดำหรือเป็นแผลดำที่เปลือก
- อัตราการตายของกุ้งจะเพิ่มมากขึ้น เมื่อเซลตับถูกทำลายเป็นบริเวณกว้าง (Frelier et al.,1992)
-กุ้งที่ติดเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ส่งผลให้ กุ้งโตช้า ผอม หางบาง อัตราการตายเพิ่มขึ้นมากว่า 90% ในเวลา 30วัน (Lightner,1993)

รู้จักแบคทีเรียตัวที่ก่อให้เกิดโรคนี้
-เป็นแบคทีเรีย แกรมลบ สายพันธุ์ชนิด อัลฟา โปรทีโอแบคทีเรีย(Frelier et al.,1994)
-ซึ่งมีรูปร่าง 2 แบบ คือ รูปแท่ง ไม่มีหาง และ แบบเกลียวมีหาง9-10 หาง ((Lightner,1992)
โดยเชื้อรูปแท่งจะพบมาก และเป็นตัวที่ก่อให้เกิดโรคได้มากกว่า (Frelier et al.,1992)

การวินิจฉัยโรค
ดูจากอาการภายนอก และยืนยันด้วยการ ตรวจตับหาเชื้อแบคทีเรีย ด้วยการใช้เทคนิค ย้อมสีเนื้อเยื่อ ด้วย Giemsa and modified Steiner,s silver stain (Frelier et al.,1992)

การแพร่กระจายของเชื้อ
เข้าไปในร่างกายกุ้งโดยตรง และ สิ่งแวดล้อมที่ทำให้ง่ายต่อการเพิ่มจำนวนและแพร่กระจายคือ อุณหภูมิน้ำที่สูงและ ความเค็มน้ำที่สูง

การป้องกันและรักษา
ข้อมูลจากต่างประเทศคือ ให้อาหารผสมยาออกซีเตตตร้าซัยคลิน(Lightner,1993) เมื่อพบว่ากุ้งในบ่อเริ่มป่วยและตรวจพบเชื้อแบคทีเรียตัวนี้
แต่สำหรับในไทย ผมว่าเราก็สามารถทำได้โดยการป้องกันคือ ใช้ระบบโปรไบโอติก ฟาร์มมิ่ง และ เข้มงวดก่อนนำลูกกุ้งเข้าฟาร์มต้องส่งตรวจหาเชื้อ เอ็นเอชพี

จากข้อมูลที่นำมาสรุปให้สำหรับโรคเอ็นเอชพี ตัวนี้ ง่ายๆและสั้นๆโรคนี้เป็นโรคที่ทำให้ตับกุ้งมีอาการผิดปกติ และทำให้กุ้งตาย ดังนั้นหากกุ้งขาวในบ่อเริ่มมีอาการผิดปกติ ขอให้ลอกเปลือกหัวกุ้งแล้วดูตับกุ้งด้วยตาเปล่าก่อนเลยครับ ถ้าพบว่ามีอาการตับบวมน้ำ ตับฝ่อ ตับแฟ๊บ ตับตาย ตับเป็นสีขาวซีด ก็ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน จะยืนยันได้ก็คือการส่งตรวจที่ห้องแลบ นั่นเอง กันไว้ดีกว่าแก้ครับ
และข้อมูลเพิ่มเติมจากการติดตามเจ้าเชื้อแบคทีเรียตัวนี้ เราพบว่า แหล่งจำหน่ายพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวจากต่างประเทศหลายบริษัท ยืนยันและรับประกันว่าพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวของตนเอง ปลอดเชื้อตัวนี้ ดังนั้นผู้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวจากต่างประเทศก็ควรเลือกจากบริษัทที่รับประกันว่าปลอดจากเชื้อตัวนี้ วิธีนี้ก็จะเป็นอีกการป้องกันหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้เกิดปัญหาโรคเอ็นเอชพีได้ดีเช่นกัน


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด