ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

เทคนิคลดต้นทุน รีไซเคิ้ลใบพัดเครื่องตีน้ำแบบคำนึง

คนเลี้ยงกุ้งกับเครื่องตีน้ำเป็นของคู่กันคงไม่มีใครปฏิเสธ เพราะด้วยเหตุที่ทุกฟาร์ม ล้วนต้องมีเครื่องตีน้ำประจำบ่อ มากบ้าง น้อยบ้าง เป็นเครื่องใช้น้ำมันบ้าง ไฟฟ้าบ้าง ก็สุดแล้วแต่ความจำเป็นของพื้นที่แต่ละแห่ง กำลังทรัพย์ รวมถึงปัจจัยเอื้อหลายๆ ตัว
แต่มีเกษตรกรอยู่ท่านหนึ่ง ที่ไม่เคยที่จะหยุดการเรียนรู้ หยุดการสร้างสรรค์ หรือแม้กระทั่งหยุดที่จะคิดพัฒนา นั่นก็คือ
คุณคำนึง มฤคี กรรมการชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดตรัง เกษตรกรซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างขว้างขวางในจังหวัด ผู้ประยุกต์เครื่องตีน้ำให้สามารถตีน้ำได้ปริมาตรมาก โดยใช้ใบพัดเหลือใช้ที่แทบจะไร้ค่ามาสร้างประโยชน์ แถมใช้เครื่องตัวเดียว แต่นำใบพัด 2 - 3 ใบ มาผูกติดกัน เพื่อให้ตีน้ำได้ทีละมากๆ ทำให้นอกจากจะประหยัดแล้ว เจ้าเครื่องตีน้ำสูตรพี่คำนึงนี้ ยังมีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องตีน้ำทั่วไป ชนิดที่เรียกได้คำเดียวว่า "สุดยอด"
ด้วยความที่ชอบเรียนรู้สิ่งที่มีประโยชน์จากคนอื่น แต่ไม่ชอบการลอกเลียนแบบ ทำให้คุณคำนึง กลายเป็นนักสร้างสรรค์ นักประดิษฐ์ตัวยง ที่คอยสรรค์สร้างสิ่งใหม่อยู่ตลาดเวลา คุณคำนึง เล่าให้ฟังว่า โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนไม่ชอบอยู่นิ่ง ชอบดัดแปลง คิดค้นสิ่งใหม่ๆ เพื่อประยุกต์ต่อยอดสิ่งต่างมาใช้ประโยชน์อยู่เสมอ
สำหรับในส่วนของเครื่องตีน้ำนั้น เริ่มแรกเมื่อเห็นใบพัดของเครื่องมีแค่ใบเดียว จึงคิดว่า 2 ใบน่าจะตีน้ำได้ปริมาตรที่มากกว่า จึงทดลองทำดู จากนั้นก็พัฒนามาเป็นการทำให้ใบพัดทั้งสองชิดกันมากขึ้น เพื่อให้ได้ปริมาตรน้ำที่ตีมากขึ้นไปอีก จนกระทั่งพัฒนามาเป็นการนำใบพัด 3 ชนิด มาไว้ในรอบๆ เดียวกัน และกลายมาเป็นเครื่องตีน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
"ต้องยอมรับว่า การทดลองย่อมต้องมีการลองผิดลองถูก ผมก็เช่นเดียวกัน จากใส่เครื่องตีน้ำ 2 ใบ มาเป็นใส่ให้ชิดกัน จนพัฒนามาเป็นใส่ 3 ใบต่างชนิดกัน เพื่อดูว่า อย่างไหนจะตีน้ำได้ปริมาตรมากกว ่าหรือตีน้ำได้สูงกว่ากัน จากนั้น ก็จะมาถึงขั้นตอนการนำสิ่งที่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากที่สุด มาประยุกต์ จนกระทั่งได้เจ้าเครื่องตีน้ำที่ใช้อยู่ในขณะนี้"
คุณคำนึง เล่าต่อไปว่า ส่วนเครื่องตีน้ำที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็ได้มาจากแนวคิดว่า เหตุใดต้องทิ้งใบพัดที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ โดยเฉพาะใบที่ข้อตรงกลางแตก ด้วยเหตุนี้จึงได้ทดลองนำเอาเหล็กแป๊ปมาตัดครอบข้อใบพัดที่แตก เจาะรูตามรูน๊อต จากนั้นก็เอาไปใช้ติดในเครื่องตีน้ำ ซึ่งคุณคำนึงบอกว่า "ใช้ได้เหมือนเดิม แถมประสิทธิภาพดีกว่าเก่า"
"เราจะทิ้งใบพัดที่ข้อกลางแตกทำไม ในเมื่อ 70 เปอร์เซ็นต์ มันยังดีอยู่ เพราะเหตุนี้เอง ผมจึงได้นำใบพัดนี้มา แล้วตัดท่อเหล็กมาครอบข้อใบพัดไว้ แล้วเจารู จากนั้นนำมาติดที่เครื่องตีน้ำเหมือนเดิม ปรากฏว่าก็สามารถใช้ได้ แถมยังได้ประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม ทนกว่าเก่า ที่สำคัญจะประหยัดไปมาก เพราะแต่ละตัวลงทุนแค่ 58 สตางค์ ยอมเปลืองแรง เสียเวลานิดหน่อย แต่ผลที่ได้ถือว่าเกินคุ้ม"
คุณคำนึง เล่าต่อไปอีกว่า นอกจากจะใช้ใบพัดเก่ามาทำให้เกิดประโยชน์แล้ว ยังได้นำใบพัดที่ผ่านการประยุกต์เหล่านั้นจำนวน 2 - 3 อัน มาวางไว้ใกล้กันแล้วมัดด้วยเชือกหรือลวดให้ติดกัน เพื่อเพิ่มตัวใบพัดให้สามารถสัมผัสกับน้ำได้มากขึ้น อันจะเพิ่มปริมาตรน้ำที่ดีได้ให้มากขึ้น ทำให้ออกซิเจนที่ได้จากการตีน้ำในเครื่องตีน้ำ 1 เครื่อง มีประสิทธิภาพเท่ากับเครื่องตีน้ำ 2 - 3 เครื่อง ในคราเดียว นอกจากนี้ยอยที่ใช้กับเครื่องตีน้ำ ยังมีการประยุกต์โดยใช้ยางรถยนต์ บวกกับเทคนิคพิเศษเฉพาะตัวของพี่คำนึง ทำให้ยอยมีความทนทานกว่าที่เคยใช้กันมา ส่งผลให้เครื่องตีน้ำใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้งนี้นอกจากประหยัดเงินในกระเป๋า ประหยัดน้ำมัน ยังเห็นได้อย่างชัดเจนอีกด้วยว่า น้ำที่พุ่งขึ้นจากการตีน้ำสูงและไกลไม่ต่ำกว่า 2 - 3 เมตรอีกด้วย
คุณคำนึง ยังกล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า การใช้เครื่องตีน้ำใส่ใบมากไปก็ไม่ดี แต่จะใส่น้อยไปก็จะเกิดการสิ้นเปลือง เพราะฉะนั้นจากประสบการณ์ในการทดลองที่ผ่านมา ทำให้ทราบว่า จำนวนใบที่เหมาะสมคือ 2-3 ใบ เพราะจะทำให้เครื่องตีน้ำทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่วนหากเกษตรกรท่านใด สนใจนำหลักการนี้ไปใช้ ก็แนะนำว่า เมื่อทำตามขั้นตอนทุกอย่างแล้ว ต้องไม่ลืมว่า การที่เครื่องตีน้ำจะตีได้ไกล หรือตีน้ำได้ทีละมากๆ นั้น ต้องขึ้นอยู่กับระยะความล ึกของใบพัดที่สัมผัสกับน้ำที่เหมาะสมด้วย ซึ่งเรื่องนี้ต้องขึ้นกับประสบการณ์ การคำนวณระยะของใบพัดกับความลึกของน้ำ และการสังเกตของแต่ละคน
ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลี้ยงของคุณคำนึง ใช้เครื่องตีน้ำชนิดประยุกต์นี้ในบ่อขนาด 2 ไร่ เพียง 4 ตัวเท่านั้น แต่จะใช้จริงเพียง 3 ตัว ซึ่งคุณคำนึงก็แอบกระซิบบอกทีมงานว่า จริงๆ แล้ว ใช้แค่ 2 ตัวก็เพียงพอต่อความต้องการออกซิเจนของกุ้งในบ่อแล้ว โดยบ่อข้างต้นจับไปแล้ว ได้กุ้งถึง 6 ตัน
อย่างไรก็ตาม ที่คุณคำนึงประสบความสำเร็จในการเลี้ยง ส่วนหนึ่งนอกจากจะมาจากแนวคิดจนกระทั่งกลายเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ประยุกต์มาจากสิ่งต่างๆ แล้ว ส่วนใหญ่มาจากการเลี้ยงแบบอิงธรรมชาติ โดยไม่พึ่งยา พ่วงด้วยการเข้าใจธรรมชาติของตัวกุ้ง ที่สำคัญต้องไม่หยุดนิ่ง หาแนวทางการเลี้ยงที่เหมาะสมไปเรื่อยๆ เพราะต้องยอมรับว่า เรายังใหม่กับกุ้งขาว และเขาก็ไม่ใช่กุ้งสายพันธุ์บ้านเรา


นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด