ขอต้อนรับสู่ www.shrimpcenter.com ครับ.

ก๊าซ"ผสม"ดีเซล" ตีน้ำเพิ่มออกซิเจน "เลี้ยงกุ้ง"สู้น้ำมันแพง

มติชน 12/4/2549

รายงานโดย จุมพล นิคมรักษ์
ลดค่าใช้จ่าย - ติดตั้งถังก๊าซหุงต้มขนาด 15 ก.ก. ต่อสายยางเข้าท่อไอดีเครื่องยนต์ เป็นตัวเร่งเครื่องทำให้รอบเครื่องยนต์หมุนเร็ว ฉุดใบพัดตีน้ำในบ่อกุ้งทำให้ลดรายจ่าย
จากสภาวะราคาน้ำมันในประเทศราคาสูงขึ้น ทำให้รายจ่ายเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว แต่กุ้งกลับมีราคาตกต่ำ เจ้าของฟาร์มกุ้งต้องประสบความเดือดร้อน เป็นหนี้เป็นสินนับล้านบาท เจ้าของฟาร์มกุ้งบางรายไม่มีเงินทุนที่จะดำเนินการต่อ ต้องเลิกกิจการ

แต่ "มณีพันธ์ ศักดิ์ศรีไพจิตร" อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/1 หมู่ 8 ต.เนินฆ้อ อ.แกลง จ.ระยอง เกษตรกรเลี้ยงกุ้งมานาน ประสบความสำเร็จบ้าง ขาดทุนบ้าง แต่จะทำอย่างไรได้ต้องดิ้นรนหาวิธีที่จะลดรายจ่ายให้ได้มากที่สุดเพื่อความอยู่รอด

จากราคาน้ำมันดีเซลที่มีราคาสูงขึ้นจากราคาลิตรละ 22 บาทเศษ ปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นถึง 27 บาทเศษ นี่คือปัญหาใหญ่ เนื่องจากเลี้ยงกุ้งถึง 8 บ่อ

"ที่ผ่านมาราคาน้ำมันดีเซลลิตรละ 22 บาทเศษ ต้องใช้น้ำมันดีเซลในการติดเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 8 แรงม้า สูบเดียวหมุนใบพัดตีน้ำ ทำให้เกิดออกซิเจนในบ่อเลี้ยงกุ้ง แต่ละบ่อต้องติดเครื่องหมุนใบพัดตีน้ำ 1 บ่อ ต่อ 2 เครื่อง แล้วแต่สภาพบ่อเลี้ยงกุ้งมากน้อยเท่าไหร่ ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่าน้ำมันดีเซลไม่ต่ำกว่าวันละ 200 บาท ต่อ 1 บ่อ ทั้งหมด 8 บ่อ ต้องซื้อน้ำมันดีเซลวันละ 1,600 บาทเศษ"

มณีพันธ์เล่าว่า มานั่งคิดว่าจะทำอย่างไรในเมื่อราคาน้ำมันดีเซลมีราคาแพงเท่ากับราคาน้ำมันเบนซินแล้ว

"แต่ทำไมรถยนต์ใช้ก็าซเติมก็วิ่งได้ ทำไมเครื่องยนต์ 8 แรงม้า สูบเดียวจะเปลี่ยนไปใช้ก๊าซบ้างไม่ได้ ก๊าซหุงต้มมีราคาถูกกว่ากันมาก จึงคิดหาวิธีโดยการใช้ก๊าซขนาด 15 กิโลกรัมต่อสายยางเข้าที่ท่อไอดีเครื่องยนต์"

"วิธีใช้ติดเครื่องยนต์โดยใช้น้ำมันดีเซลเป็นตัวจุดระเบิด เมื่อเครื่องติดแล้ว เบาเครื่องเพื่อให้รอบช้าลง ทำให้การสิ้นเปลืองน้ำมันดีเซลลดลงไปมาก จากนั้นเปิดวาล์วเพื่อให้ก๊าซผ่านเข้าท่อไอดีไปผสมกับน้ำมันดีเซล เครื่องยนต์จะเร่งเร็วขึ้น ทำให้รอบหมุนเร็วตามไปด้วย ใบพัดตีน้ำก็จะตีน้ำในบ่อทำให้เกิดออกซิเจนในน้ำใช้ในการเลี้ยงกุ้ง ทำให้กุ้งกินอาหารได้สมบูรณ์ขึ้น และเจริญเติบโตเร็ว"

มณีพันธ์เล่าต่อว่าหลังจากใช้ก๊าซหุงต้มมาช่วยในการติดเครื่องยนต์ ทำให้น้ำมันดีเซลใช้น้อยลงไปมากแทบไม่น่าเชื่อ ทำให้เป็นการลดรายจ่ายลงได้มากทีเดียว ซื้อก๊าซ 1 ถัง ราคาถังละ 270 บาท (ไม่รวมค่าถัง) ใช้ได้ถึง 70 ชั่วโมง จากเดิมที่ใช้น้ำมันดีเซลวันละ 200 บาท (จำนวน 1 บ่อ) หลังใช้ก๊าซหุงต้มเสียค่าใช้จ่ายเพียงวันละ 100 บาทเท่านั้น

"ทำให้เราลดต้นทุนในการเลี้ยงลงไปมากทีเดียว บวกกับราคาขายกุ้งปัจจุบันนี้ทำให้ผมอยู่ได้ ทุกวันนี้ใช้ก๊าซหุงต้มต่อสายยางเข้าท่อไอดีทุกเครื่องที่ใช้ในการสูบน้ำ ใบพัดตีน้ำ หลังจากทดลองใช้มานาน 8 เดือนเศษ เครื่องยนต์ไม่เคยขัดข้องแต่อย่างใด"

หลังประสบความสำเร็จ มณีพันธ์ก็บอกกับเพื่อนๆ ที่เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ใกล้เคียง แล้วนำไปทดลองใช้ก็ได้ผล ปัจจุบันนี้ฟาร์มกุ้งในพื้นที่ ต.เนินฆ้อ มีถังก๊าซขนาด 15 กิโลกรัม ตั้งอยู่ตามบ่อเลี้ยงกุ้งเต็มไปหมด "นอกจากนี้ผมก็บอกกับเพื่อนๆ ที่เลี้ยงกุ้งใน จ.ฉะเชิงเทรา หลายคน ครั้งแรกไม่เชื่อและไม่กล้านำไปทดลอง แต่ปัจจุบันนี้เจ้าของฟาร์มเลี้ยงกุ้งแห่กันมาดูไม่เว้นแต่ละวัน ต้องพาไปดูและอธิบายวิธีการติดตั้งสร้างความพอใจให้กับทุกคนที่มาเยี่ยมชม เดี๋ยวนี้ฟาร์มเลี้ยงกุ้ง จ.ฉะเชิงเทรา หันมาติดตั้งก๊าซใช้ผสมน้ำมันดีเซลกันทั้งนั้น"

มณีพันธ์กล่าวว่า เห็นใจเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งด้วยกัน ต้องประสบปัญหาเรื่องราคาตกต่ำ น้ำมันแพง กุ้งเป็นโรค ปัญหาหลายปัญหาวิ่งเข้ามาหลายคนขาดทุนหมดเนื้อหมดตัวไปก็มาก จะมานั่งรอให้รัฐบาลช่วยแก้ปัญหาราคาน้ำมัน ทุกวันนี้ก็จะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว
"ต้องพึ่งตัวเองเพื่อความอยู่รอด" โดย มติชน

ชาวนากุ้งแปดริ้ว ดิ้นหนีตาย หลังราคาน้ำมันเชื้อเพลิงพุ่งไม่หยุด หันหาทางรอดด้วยการดัดแปลงเครื่องยนต์การเกษตรมาใช้แก๊สหุงต้มแทน (แอลพีจี) ซึ่งมีราคาถูกกว่าน้ำมันดีเซล และประหยัดกว่าถึง 5-6 เท่า

นายกมล ลืมสวัสดิ์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งกุลาดำ และกุ้งก้ามกาม กล่าวว่า หลังจากเกิดปัญหาภาวะราคาน้ำมันแพงพุ่งสูงขึ้นไม่หยุดรายวัน อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดขึ้นอีกจนถึงขณะนี้น้ำมันดีเซลในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีราคาสูงถึงลิตรละ 27.64 บาท ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่ต้องใช้ต้นทุนน้ำมันในการตีน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งในปริมาณมาก เพราะต้องติดเครื่องยนต์ตลอดทั้งวันใน 48 ชม.ต้องใช้น้ำมันถึง 50 ลิตรต่อเครื่องยนต์ 1 ตัว หรือต้องซื้อน้ำมันที่มีราคาแพงเป็นเงินสูงถึง 1,382 บาท จึงประสบปัญหาภาวะขาดทุนอย่างหนัก ขณะเดียวกัน ราคากุ้งยังตกต่ำอยู่ที่ ขนาด 80 ตัว/กก.ราคาขายกิโลกรัมละ 100 บาทเท่านั้น

ต่อมาทราบจากเพื่อนบ้านว่าเครื่องยนต์การเกษตรสามารถดัดแปลงใช้แก๊สได้ในราคาถูกและประหยัดกว่าการใช้น้ำมันถึง 6 เท่าตัว ตนจึงได้ไปดูตัวอย่าง และทดลองจ้างช่างมาทำการดัดแปลงเครื่องยนต์ ด้วยวิธีการง่ายๆ เพียงต่อวาล์วแก๊สเข้าไปที่ท่อไอดี ของเครื่องยนต์เท่านั้นก็สามารถทำให้ประหยัดต้นทุนได้มากถึงกว่า 6 เท่าตัว โดยแก๊สหนึ่งถัง ราคา 275 บาท ขนาดน้ำหนัก 15 กก.สามารถใช้ติดเครื่องยนต์ตีน้ำได้นานถึงสามวัน หรือ 72 ชม.ทั้งที่ราคาถูกกว่า และใช้ติดเครื่องยนต์ได้นานกว่า และเมื่อคิดราคาต้นทุนรวมทุกบ่อที่เลี้ยง สามารถประหยัดต้นทุนได้มากนับแสนบาทต่อการเลี้ยงกุ้งหนึ่งรอบ

นายเสมียน เทาศิริ ลูกจ้างเลี้ยงกุ้งในนากุ้งแห่งหนึ่ง กล่าวว่า ตนเป็นผู้ดัดแปลงเครื่องยนต์ให้นายจ้าง ที่ทำการเปลี่ยนแปลงพลังงานหลักของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซล มาใช้เป็นแก๊สหุงต้มแทน เพราะประหยัดกว่ากันมาก หลายเท่าตัว โดยวิธีการดัดแปลงไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอะไร เพียงแค่เจาะรูท่อไอดี ของเครื่องยนต์การเกษตรแล้วทำเกลียว ให้สามารถขันตัววาล์วหัวจ่ายแก๊สเข้าไปยึดติดและต่อสายท่อแก๊สที่มีใช้ในครัวเรือนทั่วไปเข้าหาถังแก๊สเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

ในการใช้งานให้ติดเครื่องยนต์ดีเซลปกติด้วยน้ำมัน จากนั้นให้เบาเครื่องยนต์ให้อยู่ในรอบเดินเบาต่ำที่สุด จากนั้นค่อยเปิดวาล์วปล่อยเร่งแก๊สเข้าไปเลี้ยงเครื่องยนต์ ซึ่งสามารถเร่งรอบเครื่องยนต์ให้เบา หรือแรงได้จากวาล์วแก๊ส โดยไม่สิ้นเปลืองน้ำมันแต่อย่างใด โดยเครื่องยนต์หนึ่งเครื่องจะกินน้ำมันประมาณ 2.5 ลิตรต่อ 50 ชม.เท่านั้น จากเดิมในหนึ่งคืนจะต้องใช้น้ำมันประมาณ 20-30 ลิตร หรือ 50 ชม.จะใช้น้ำมันมากถึง 50 ลิตร ส่วนแก๊สจะสิ้นเปลืองไปเพียงครึ่งถัง หรือประมาณ 7.5 กก.ต่อ 50 ชม.ซึ่งเป็นการประหยัดน้ำมันได้อย่างมากกายมหาศาล เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนการติดตั้ง

สำหรับอุปกรณ์นั้นหาซื้อไม่ยาก มีจำหน่ายตามร้านขายอุปกรณ์แก๊สครัวเรือนทั่วไป ในวงเงินประมาณสองร้อยบาทเศษ ที่ประกอบด้วย วาล์วหัวถัง ราคา 80 บาท หัวปรับที่ต่อเข้ากับท่อไอดีของเครื่องยนต์ ราคา 130 บาท สายท่อแก๊ส 30 บาทเท่านั้น ส่วนถังแก๊สเป็นส่วนที่ต้องซื้อต่างหาก หรือหากมีอยู่ในครัวอยู่แล้วก็สามารถนำมาใช้ได้เลย

ส่วนในด้านเทคนิคนั้นจากประสบการณ์ที่ผ่านมา เครื่องยนต์ที่สามารถติดตั้งแก๊สได้ดีนั้นจะเป็นเครื่องยนต์การเกษตรขนาด 11 แรงม้าขึ้นไป ทุกยี่ห้อ ทั้งคูโบต้า ยันมาร์ และมิตซูบิชิ เพราะสามารถดูดแก๊สได้ดี เครื่องไม่ดับหรือน็อกง่าย ส่วนเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กลงมานั้นก็สามารถติดตั้งได้แต่อาจมีปัญหาในการปรับแต่งให้รอบนิ่ง หรือปรับแต่งยาก แต่ก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นเดียวกัน ส่วนด้านความปลอดภัยนั้นมีความปลอดภัยเท่ากับเราใช้แก๊สในครัวเรือน เพราะที่หัวถังจะใช้วาล์วตัดแก๊ส และอุปกรณ์ทุกอย่างเหมือนในครัวทั้งสิ้น จึงไม่น่าจะมีปัญหาในเรื่องนี้ เพราะถ้าหากเราใช้แก๊สกับเครื่องยนต์แล้วถูกมองว่าไม่ปลอดนั้น แก๊สในครัวเรือนก็ไม่ปลอดภัยเช่นกันเพราะใช้อุปกรณ์ตัวเดียวกัน

คนประจวบ เล่นด้วย ลดน้ำมันหันมาประยุกต์การใช้แก๊ส
นายเสนาะ โตทอเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาน้ำมันมีราคาสูงมากทำให้เกษตรกรอยู่กันไม่ได้ คิดว่าจะไปไม่รอดอยู่แล้ว บางรายก็ได้เลิกรากันไป เพราะน้ำมันมีราคาลิตรละ 14 บาท มาเป็น 27 บาท หนึ่งบ่อจะต้องลงทุนค่าน้ำมันตีออกซิเจนประมาณ 1 แสนบาท แต่พอน้ำมันขึ้น ก็ต้องลงทุนถึงบ่อละ 2 แสนบาท จึงมีชาวบ้านแนะนำต่อกันมา ให้ใช้แก๊สหุ้งต้มเป็นพลังงานใช้ร่วมกับน้ำมันดีเซล ในแต่ละวันที่เคยใช้น้ำมันเครื่องละ 10 ลิตร เป็นเงินประมาณ 270 บาท เมื่อใช้แก๊สเข้ามาเป็นส่วนผสม 1 ถัง น้ำหนัก 15 กิโลกรัม เป็นเงิน 260 บาท สามารถใช้ได้ถึง 3 วัน ทำให้ลดค่าใช้จ่ายไปได้มาก

สำหรับวิธีการผสมพลังงานนั้น เจาะรูท่อไอดีของเครื่องยนต์ขนาด 1 สูบ ตรงรูเดิมที่มีอยู่ ให้ได้ขนาดกับประตูปิด เปิด วาล์วแก๊ส เพื่อเร่งแก๊สตามความต้องการ แล้วต่อสายจากถังแก๊ส เข้ามาที่วาล์ว เมื่อสตาร์ตเครื่องยนต์ติดแล้ว ก็จะปล่อยแก๊สเข้าไปในช่องของท่อไอดี จากนั้น จะปรับลดระดับเครื่องยนต์ลงเพื่อลดการใช้น้ำมัน แต่จะไปเร่งที่วาล์วแก๊สเพื่อให้เร่งเครื่องยนต์ทำงานไปตามความต้องการ ซึ่งการลงทุนอุปกรณ์ที่จะต้องใช้เป็นเงินค่าวาล์วแก๊ส ประมาณ 270 บาทเท่านั้น ก็สามารถใช้ได้ ส่วนผลกระทบกับเครื่องยนต์ขณะนี้ยังไม่พบความแตกต่างจากการใช้

"ผมอยากให้เกษตรกรนำระบบนี้ไปใช้ ก่อนที่จะต้องล้มละลายด้วยปัญหาน้ำมันแพง ในขณะที่ผลผลิตกุ้งราคายังคงเท่าเดิม ดังนั้น ต้องลดต้นทุนในการผลิต และเห็นว่าการใช้แก๊สมาช่วยเป็นส่วนผสมพลังงานนี้ สามารถลดต้นทุนไปได้เดือนละกว่า 1 แสนบาท" นายเสนาะกล่าว

ที่มา หนังสือพิมพ์ข่าวสด
นำเสนอขึ้นสู่เวบไซต์ โดย www.shrimpcenter.com
เอกอนันต์ ยุวเบญจพล webmaster
สนับสนุนโดย บริษัทไทยยูเนี่ยน ฟีดมิลล์ จำกัด