กลับหน้าแรกครับผม

ปัญหาสารตกค้างในสินค้าสัตว์น้ำที่สืบเนื่องมาจากการใช้ยาต้านจุลชีพในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีสาเหตุหลักมาจากการใช้ยาไม่ถูกต้อง โดยเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ยาโดยขาดความรู้และความเข้าใจในยานั้น ๆ รวมทั้งการใช้ยาโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ทำให้มีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าสัตว์น้ำในปัจจุบัน ภาครัฐและเอกชนหลายฝ่ายได้เร่งระดมความคิดในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นักวิชาการ ผู้ค้าปัจจัย และเกษตรกรหลายรายเริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการใช้สมุนไพรที่มีสรรพคุณทางยา ในการรักษาโรคต่าง ๆ เพื่อใช้ทดแทนยาต้านจุลชีพที่ก่อให้เกิดปัญหาในปัจจุบัน สมุนไพรหลายชนิดที่เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำนำมาใช้ในการป้องกันและรักษาโรค เช่น พญายอ ใบฝรั่ง และฟ้าทะลายโจร ในบทความนี้จะขอกล่าวถึงฟ้าทะลายโจร

ฟ้าทะลายโจรเป็นไม้ล้มลุก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Andrographis paniculata (Burm. F.) Wall. ex Nees อยู่ในวงศ์ Acanthaceae พบทั่วไปในทวีปเอเซีย มีชื่อเรียกแตกต่างกันตามท้องถิ่น ได้แก่ฟ้าทะลาย น้ำลายพังพอน (กรุงเทพฯ) หญ้ากันงู (สงขลา) ฟ้าสาง (พนัสนิคม) เขตตายยายคลุม (โพธาราม) สามสิบดี (ร้อยเอ็ด) เมฆทะลาย (ยะลา) ฟ้าสะท้าน (พัทลุง) Kalmegh (อินเดีย) Chaun Xin Lian (จีน) และ Hempudu Bumi (มาเลย์) พืชชนิดนี้ขึ้นได้ทั่วไปในดินทุกชนิด พบขึ้นอยู่ตามป่าดงดิบ ป่าสน ป่าก่อ ป่าเต็งรัง ริมถนน และปลูกตามบ้าน เป็นพืชที่มีความสูง 30-60 เซนติเมตร ลำต้นตั้งตรงเป็นสี่เหลี่ยม แตกกิ่งเป็นพุ่มเล็ก ๆ ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กว้าง 2-3 เซนติเมตร ยาว 4-8 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อที่ยอดและตามง่ามใบ ช่อดอกยาว 2.5-10 เซนติเมตร ดอกยาวประมาณ 1 เซนติเมตร มีกลีบดอกสีขาว โคนกลีบดอกติดกัน ปลายแยกออกเป็น 2 ปาก ปากบนมี 3 มีเส้นสีแดงเข้มพาดตามยาว ปากล่างมี 2 กลีบ ผลเป็นฝักสีเขียวอมน้ำตาล ปลายแหลม มีขนาดกว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 1.5 เซนติเมตร เมื่อผลแก่จะแตกเป็น 2 ซีก ภายในมีเมล็ดซีกละ 3-7 เมล็ด เมล็ดมีสีเหลืองอมน้ำตาล สามารถขายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ปลูกได้ทุกฤดูกาล

ชาวอินเดียและจีนนำฟ้าทะลายโจรมาใช้ประโยชน์ทางยาแต่โบราณ อินเดียใช้สมุนไพรนี้ในการผสมยาอย่างน้อย 26 สูตร การแพทย์จีนจัดจัดฟ้าทะลายโจรไว้ในทำเนียบยาตำราหลวง โดยใช้เป็นยาเดี่ยว รักษาได้หลายโรค ประเทศกลุ่มสแกนดิเนเวีย ใช้สมุนไพรนี้ในการป้องกันและรักษาโรคหวัด ส่วนในประเทศไทยมีการใช้ประโยชน์ทางยามาไม่นานนัก โดยใช้ทั้งต้นหรือเฉพาะใบ การเก็บเกี่ยวมาใช้จะเก็บก่อนที่ฟ้าทะลายโจรจะมีดอก ต้นมีรสขม ใช้เป็นยาแก้เจ็บคอ แก้ไข้ รักษาโรคท้องร่วง และแก้พิษแมลงกัดต่อย วิธีการใช้ฟ้าทะลายโจรของไทยในทางยามีหลายรูปแบบ เช่น ยาต้ม ยาลูกกลอน ยาแคบซูล และยาดองเหล้า นอกจากนี้ยังใช้ในรูปใบสดตำพอกฝีหนอง สารออกฤทธิ์ของฟ้าทะลายโจรมีประสิทธิภาพในการต่อต้านการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (antibacterial) กระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยการเพิ่มประสิทธิภาพของเม็ดเลือดขาวในการกลืนทำลายสิ่งแปลกปลอม (phayocytosis) ป้องกันการแข็งตัวของเลือด ยับยั้งเชื้อไวรัส ยับยั้งและทำลายเซลมะเร็ง ทำให้การย่อยอาหารดีขึ้น ลดไข้ นอกจากนี้ยังมีผลต่อการบีบตัวของกล้ามเนื้อ


สารที่ทำให้ฟ้าทะลายโจรขมมากจนได้สมญาว่าจ้าวแห่งความขม (King of bitters) คือandrographolide ได้มีผู้ทำการศึกษาโดยการติดสลากสารรังสีที่สาร andrographolide (Radioactively labeled andrographolide) พบว่าเมื่อสารนี้เข้าสู่ร่างกายจะกระจายไปยังระบบประสาทส่วนกลาง (สมอง และไขสันหลัง - spinal cord) และอวัยวะอื่น ได้แก่ ลำไส้ ม้าม หัวใจ ปอด และไต ร่างกายสามารถกำจัดสารนี้ออกจากร่างกายในปริมาณ 80% ของสารที่ได้รับภายใน 8 ชั่วโมง และมากกว่า 90% ภายใน 48 ชั่วโมง ใบและลำต้นของฟ้าทะลายโจรมีสารออกฤทธิ์ แลคโตน (lactone) ได้แก่ แอนโดรกราโฟไลด์ (andrographolide) ดีออกซี-แอนโดรกราโฟไลด์ (deoxy-andrographolide) และนีโอแอนโดรกราโฟไลด์ (neoandrographolide) ส่วนต่าง ๆ ของสมุนไพรนี้ คือ ใบ ราก ลำต้น เมื่อนำมาสกัดสารออกฤทธิ์ จะมีปริมาณสารและชนิดของสารแตกต่างกัน นอกจากนี้ขบวนการสกัดสารออกฤทธิ์ของฟ้าทะลายโจรยังมีผลต่อประสิทธิภาพของสมุนไพรชนิดนี้ โดยทิพวัลย์และสุมาลี (2531) ทดลองเปรียบเทียบการสกัดสารออกฤทธิ์จากฟ้าทะลายโจรด้วยตัวทำละลายชนิดต่าง ๆ พบว่า สารสกัดจากฟ้าทะลายโจรทั้งต้นด้วยคลอโรฟอร์ม (Chloroform) ให้ผลยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในกลุ่ม Staphylococcus aureus , b - hemolytic Streptococcus group A และ Pseudomonas aeruginosa ได้ดีที่สุด ส่วนสารสกัดจากใบและทั้งต้นของฟ้าทะลายโจรด้วยน้ำให้ผลดีในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย ที่เป็นสาเหตุของโรคท้องร่วง Gupta และคณะ (1990) พบว่าสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรมีผลในการรักษาโรคท้องร่วงที่มีสาเหตุจากเชื้อ E. coli โดย andrographolide และ neoandrographolide มีประสิทธิภาพเหมือน loperamide (Imodium) ซึ่งเป็นยาฆ่าเชื้อโรคท้องร่วง

การศึกษาระดับความเป็นพิษของฟ้าทะลายโจรที่สกัดจากต้นฟ้าทะลายโจรทั้งต้นด้วยเอทธานอล ที่ทำให้หนูตายครึ่งหนึ่ง โดยวิธีการฉีดเข้าช่องท้องมีค่ามากกว่า 215 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม Weiming และ Xiaotion (1982)
กุศล และวรรณพร 2538 ทดลองเปรียบเทียบการใช้ฟ้าทะลายโจรและสารปฏิชีวนะคลอเตตราไซคลินเพื่อเร่งอัตราการ เจริญเติบโตของไก่เนื้อพบว่าสามารถใช้ฟ้าทะลายโจรทดแทนคลอเตตราไซคลินได้
การทดสอบสารสกัดฟ้าทะลายโจร 3 เปอร์เซ็นต์ต่อการฆ่าเชื้อ Vibrio spp. ซึ่งแยกได้จากกุ้งป่วย จำนวน 30 สายพันธุ์ พบว่าค่าความเข้มข้นที่ทำให้เชื้อ Vibrio spp. ตาย มีค่าประมาณ 16 ppm ส่วนค่าความเข้มข้นที่ทำให้ลูกกุ้ง P20 ตายครึ่งหนึ่ง ภายในเวลา 96 ชั่วโมง โดยวิธีแช่ มีค่าประมาณ 688 ppm ซึ่งจะเห็นได้ว่าสารสกัดดังกล่าวมีความเป็นพิษต่อกุ้งต่ำมาก ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ในการนำสารสกัดนี้มาใช้ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรียในน้ำ ส่วนการนำมาใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อ ควรจะมีการศึกษาถึงระดับความเป็นพิษที่กุ้งได้รับโดยการกินสารสกัดชนิดนี้ก่อน ถ้าค่าความเป็นพิษต่อกุ้งสูงกว่าระดับความเข้มข้นที่ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย (MBC) มาก และกุ้งยอมกินอาหารที่ผสมสารสกัดฟ้าทะลายโจร ก็น่าจะนำมาใช้ในการรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียได้ นอกจากนี้การนำสมุนไพรมาใช้ ควรคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้
1. สารสกัดสมุนไพรที่ได้จากการสกัดโดยวิธีแตกต่างกัน จะได้สารออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน
2. สมุนไพรที่ได้จากเพาะปลูกโดยวิธีการที่แตกต่างกัน (ได้รับสารอาหารในระหว่างการเพาะปลูกที่แตกต่างกัน) หรือเพาะปลูกในฤดูกาลที่แตกต่างกัน เมื่อนำมาสกัด สารออกฤทธิ์ที่ได้อาจจะแตกต่างกัน
3. ส่วนต่าง ๆ ของพืชสมุนไพร เมื่อนำมาสกัดสารออกฤทธิ์ จะได้ปริมาณและชนิดของสารออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน
4. สารสกัดสมุนไพรที่ผลิตจากแหล่งผลิตที่ไม่ได้มาตราฐาน ในแต่ละรอบการผลิต จะได้สารออกฤทธิ์ที่มีปริมาณแตกต่างกันทั้งที่ผลิตในโรงงานเดียวกัน
เกษตรกรผู้ที่สนใจจะใช้สารสกัดสมุนไพรในการรักษาโรคสัตว์น้ำ จึงควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ในการตัดสินใจใช้สมุนไพรทดแทนสารปฏิชีวนะ

สูตรโครงสร้างของ andrographolide

บรรณานุกรม
กุศล คำเพราะ และ วรรณพร คำเพราะ. 2538. การศึกษาเบื้องต้นในการใช้สมุนไพรใบปีป และทะลายโจรเพื่อการเลี้ยงไก่เนื้อ
ทิพวัลย์ เลี้ยงบุญเลิศชัย และ สุมาลี เหลืองสกุล. 2531. ฤทธิ์ของสารสกัดจากฟ้าทะลายโจรในการยับยั้งการเจริญของแบคทีเรีย. วารสารวิทยาศาสตร์ มศว, 4(3) : 128-135.
พร้อมจิต ศรลัมพ์ วงศ์สถิตย์ ฉั่วกุล และสมภพ ประธานธุรารักษ์. 2543. สมุนไพรสวนสิรีรุกขชาติ. ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. 219 หน้า
วันดี กฤษณพันธ์. 2537. สมุนไพรน่ารู้. สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 257 หน้า
Weiming, C. and Xizotion, L. 1982. Deoxyandrographolide 19 b-D-glucoride from the leaves of Apaniculata. Planta Medica 15 : 245-246.
http:// www.altcancer.com/andcan.htm

ฟ้าทะลายโจร
ดร.เต็มดวง สมศิริ
สถาบันวิจัยสุขภาพสัตว์น้ำ กรมประมง