กลับหน้าแรกครับผม
ด้วย นโยบายของสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
ที่จำเป็นต้องดำเนินงานกิจกรรมในลักษณะ กิจกรรมเชิงรุกเพื่อให้กุ้งไทยสามารถพัฒนาก้าวหน้าต่อ เนื่องและก่อประโยชน์กับคนไทยและประเทศไทยอย่าง ยั่งยืน จึงมอบหมายให้คณะทำงาน จัดทำข้อมูลเบื้องต้น ประเมินสถานการณ์การผลิต และการตลาดกุ้งโลก ในปี พ.ศ.2545-2547

1. ประเมินการผลิตกุ้งโลก
ปี พ.ศ.2545
ปริมาณผลผลิตกุ้งโลกในปี พ.ศ.2545 ถึงปัจจุบัน เพิ่มขึ้น ประมาณ 5-8% จาก
- ภาวะ แอล นิญโญ ที่มีอิทธิพลให้กุ้งจากการ
- เพาะเลี้ยงในกลุ่มประเทศอเมริกากลาง-ใต้เพิ่มขึ้น อีกทั้ง กุ้งธรรมชาตินอกชายฝั่งเอกวาดอร์ (แปซิฟิก) และอ่าว เม็กซิโก (แอตแลนติค) เพิ่มจนถึงขั้นต้องชะลอการจับกุ้งธรรมชาติในอ่าวเม็กซิโกก่อนกำหนด เนื่องจากราคากุ้ง ธรรมชาติตกต่ำลง
- การผลิตกุ้งจากประเทศผู้ผลิตเอเชียใต้และ ตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นทุกประเทศ ยกเว้นไทย ประเทศ ที่เพิ่มชัดเจนจนราคาภายในลดลงมาก คือ จีน

ปี พ.ศ. 2546-2547
จากกระแสและแรงเฉื่อยจากนโยบายส่งเสริม และขยายการผลิตของแต่ละประเทศ ประกอบกับภาวะ แอล นิญโญที่ยังจะยังส่งผลให้ผลผลิตกุ้งในปี พ.ศ. 2546 เพิ่มขึ้นต่อเนื่องได้ คาดว่าผลผลิตกุ้งโลกจะเพิ่มหรือ ทรงหรือลดในปี พ.ศ.2547 จะเกิดจาก 2 สาเหตุหลัก คือ การเกิดโรคหรือภัยธรรมชาติที่ก่อความเสียหายต่อการผลิต กุ้งในบางประเทศ หรือราคาผลผลิตในแต่ละประเทศที่อาจ ต่ำจนผู้ประกอบการฟาร์มลดการผลิตลง

2. ประเมินการตลาดกุ้งโลก
ปี พ.ศ.2545
การที่ผลผลิตกุ้งโลกเพิ่มขึ้น จากประเทศผู้ผลิตที่ หลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้เกิดภาวะ "ตลาดเป็นของฝ่าย ประเทศผู้ซื้อ" อำนาจการต่อรองของฝ่ายประเทศผู้ซื้อจะ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามปริมาณผลผลิต โดยเงื่อนไขการต่อรอง แตกต่างกันตามนโยบายด้านเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ทั้งนี้ เงื่อนไขเรียงตามลำดับความสำคัญ คือ คุณภาพ/ความปลอดภัย/สุขอนามัย, คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์, ราคา, สิ่งแวดล้อม, การสนับสนุนจากรัฐหรือการทุ่มตลาด หรืออื่นๆ
ทั้งนี้ ในปี พ.ศ.2545 เงื่อนไขนำ คือ คุณภาพ ความปลอดภัย และสุขอนามัย ซึ่งเริ่มต้นโดยกลุ่มสหภาพ ยุโรป และเงื่อนไข สุขอนามัย/คุณภาพ ซึ่งเริ่มกำหนดโดย สหรัฐอเมริกา

ปี พ.ศ.2546-2547
หากผลผลิตกุ้งโลกเพิ่มตามการประเมินเบื้องต้น การต่อรองและเกิดเงื่อนไขด้านธุรกิจจะเพิ่มขึ้นจากเงื่อนไข
คุณสมบัติของผลิตภัณฑ์และราคา หรือเงื่อนไขการทุ่ม ตลาดได้

3. ประเมินการผลิตกุ้งไทย
ปี พ.ศ.2545
ผลผลิตกุ้งของไทยในปีการผลิต 2545 ต่ำกว่าปี การผลิต 2544 ประมาณ 40% โดยผลผลิตกุ้งกุลาดำจะอยู่ ที่ประมาณ 160,000 ตัน เนื่องจาก
- ปัญหาโรคระบาด ต้นปีและมีโรคระบาดต่อเนื่อง ในบางแหล่งเลี้ยง
- ปัญหาอากาศร้อน น้ำเค็มจัดกลางปี
- ปัญหากุ้งแคระแกรน โตช้า ผลผลิตต่อไร่ลดต่ำลง

อุตสาหกรรมกุ้งไทยในอนาคต ประเมินสถานการณ์
การผลิตและการตลาดกุ้งโลกในปี พ.ศ.2545-2547
โดยคณะทำงาน สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
ข้อมูลจากวารสาร"สัตว์น้ำ" ฉบับที่159 เดือนพฤศจิกายน 2545

ปัญหา "สารตกค้าง"
- ปัญหาการตรวจสารกลุ่ม คลอแรมฟินิคอล และไนโตรฟูแรน ด้วยเทคนิคพิเศษของ EU ได้ส่งผล กระทบต่อ "กุ้งไทย" โดยชะงักทั้งทาง ด้านการผลิต และส่งออก
- ผู้เลี้ยงกุ้งสับสน ชะลอการ ผลิตบางส่วน และพยายามปรับ เทคนิคการเลี้ยง โดยหลีกเลี่ยงการ ใช้เคมีภัณฑ์และยา โดยขาดความ เข้าใจทางวิชาการอย่างชัดเจน
- มีการครอบครองสารต้อง ห้าม ที่ไม่คืนแก่ภาครัฐ เนื่องจาก ปัญหาทางธุรกิจ และมีข้อมูลการนำ ออกจำหน่ายจากผู้ครอบครองบาง รายแต่หน่วยงานภาครัฐใช้เฉพาะ วิธีตรวจจับ ซึ่งยังไม่ได้ผลพอ
- ภาครัฐเน้นแก้ปัญหาการ ผลิตกุ้งส่งออก โดยการตรวจสารตก ค้างในผลผลิต และมีบทลงโทษผู้ส่ง ออก โดยไม่พยายามแก้ไขระดับการ ตกค้าง/การปนเปื้อนสุดวิสัย/ค่ายอม รับและวิธีตรวจสอบสากลด้วยแล้ว จะทำให้การแก้ปัญหาประสบผล สำเร็จได้ยาก
สรุปการดำเนินการ
ภาครัฐ หลายหน่วยงาน ได้ร่วม แก้ไข โดย
- กำหนดเป็นสารควบคุม
- ห้ามครอบครองและห้าม ใช้ในธุรกิจกุ้ง
- ประสานแก้ไขตาม EU
- กรมประมง ใช้ GAP,CoC ในระบบผลิต
- มีการตรวจสารตกค้างใน ผลผลิต และใช้ใบกำกับผลผลิต
ภาคเอกชน
- ผลักดันการห้ามมี/ห้ามใช้ สารต้องห้ามทุกขั้นตอนการผลิตกุ้ง
- ใช้ระบบรับรองผลิตภัณฑ์ ของตนเองตลอดสายการผลิต
- ปัจจัยการผลิตที่ใช้ใน ฟาร์มกุ้ง
- อาหารกุ้ง - ลูกกุ้ง
- กุ้งเนื้อ
- ใช้ระบบตรวจสารในการ ซื้อขายผลผลิต
- ปรับการผลิตตามเป้าหมาย คุณภาพและปลอดสารตกค้าง
- เสนอภาครัฐต่อสู้เรื่องสาร ตกค้าง
- ศึกษาข้อมูลระดับเป็น พิเศษ
- ศึกษาข้อมูลการปนเปื้อน สุดวิสัย
- ร่วมกำหนดค่ายอมรับสูงสุดที่อาจตรวจพบในธุรกิจอาหาร
ระหว่างประเทศ
- ประชุมหาเครื่องมือและ เทคนิคตรวจที่เป็นธรรม ถูกต้อง และ เหมาะสมกับธุรกิจอาหาร
ข้อเสนอแนะ
* เสนอให้รัฐรับซื้อและทำลายสาร ต้องห้าม

* เสนอให้รัฐเน้นปกป้องปัญหาสาร ตกค้างขยายผลสู่ประเทศสหรัฐ อเมริกา ญี่ปุ่น และอื่นๆ

* เสนอให้รัฐลดการเน้นใช้เทคนิค LC-MS-MS เพื่อประหยัด/ลดภาระ ทุนและไม่ใช้เครื่องมือนี้ในการตรวจ อาหารส่งออก

ปัญหาที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมกุ้งไทย การดำเนินการ และข้อเสนอ ที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูล
โดย คณะทำงาน สมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
2. ปัญหาพ่อแม่พันธุ์คุณภาพ
- ภาคเอกชนเสนอให้มีการ ผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งคุณภาพจากระบบ ฟาร์ม ตั้งแต่ปี 2539 และมีการตั้ง บริษัท (SCRD) เพื่อศึกษาวิจัย และ หยุดไป
- ภาคเอกชนบางรายทำการ ศึกษาวิจัยต่อเนื่องแต่ยังไม่ได้ผลเชิง ธุรกิจ
- กรมประมงให้ข้อมูลว่าการ ศึกษาวิจัยการผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้ง กุลาดำจากระบบฟาร์ม แต่ความ ก้าวหน้าหยุดนิ่ง
- สรุป ปัญหาขาดแคลนพ่อ แม่พันธุ์คุณภาพถึงปัจจุบัน ยังไม่มี กำหนดความสำเร็จเชิงธุรกิจและได้ เกิดปัญหาชะลอตัวของอุตสาหกรรม กุ้งไทยมาเป็นปัญหาเร่งด่วนแทน
สรุปการดำเนินการ
- เคยเสนอให้รัฐสนับสนุนทุนศึกษา วิจัยและผลิตพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำ เชิงธุรกิจภายใต้หลักการ
- รวมศูนย์เทคโนโลยี
- เงินทุนที่มากพอเกิน 300 ล้านบาท
- ผลิตเชิงธุรกิจได้ทันที
ข้อเสนอแนะ
*เสนอให้กรมประมงศึกษาด้านคุณภาพพ่อแม่พันธุ์ในแต่ละแหล่งพันธุ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการใช้พ่อแม่พันธุ์ธรรมชาติ

3. ปัญหา "ประสิทธิภาพการผลิต ถดถอย"
- จากกลางปี 2544 ถึง ปัจจุบันได้เกิดปัญหาประสิทธิภาพ การผลิตถดถอย เนื่องจากกุ้งแคระ แกรน โตช้า ผลผลิตต่อไร่ต่ำลง จน ต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขาย ประกอบกับปัญหาโรคระบาดที่ยังคง มีอยู่ต่อเนื่อง
- ปัญหาดังกล่าว ทำให้ผู้
เลี้ยงกุ้งขาดทุน และหยุดเลี้ยงเป็น จำนวนมากหรือปรับไปเลี้ยงกุ้งสาย พันธุ์อื่นที่การเตรียมตลาดรองรับยัง ไม่สมบูรณ์
สรุปการดำเนินการ
สมาคมฯ ได้มีกิจกรรมแก้ไขปัญหา โดย
- แสวงหาข้อมูลการลด ปัญหากุ้งโตช้า แคระแกรน เพื่อแก้ ปัญหาเฉพาะหน้า
- เสนอให้มีการศึกษาวิจัย ในปัญหานี้ โดยเร่งด่วน
- เสนอให้ภาครัฐสนับสนุน แหล่งเงินกู้เพื่อเพิ่มเงินหมุนเวียนในระบบธุรกิจ
4. ปัญหา "ศักยภาพไม่พร้อมต่อ การแข่งขันด้านธุรกิจกุ้งโลกใน อนาคต"
- จากการเพิ่มทั้ง ประเทศ และปริมาณการผลิตกุ้งส่งออก จะทำให้การแข่งขันในธุรกิจกุ้งโลก รุนแรงขึ้น แต่ถึงปัจจุบันศักยภาพ การแข่งขันของไทยยังไม่เพียงพอ จะ ทำให้อุตสาหกรรมกุ้งไทยถดถอยและ ยากที่จะคงฐานะผู้ผลิตกลุ่มนำอย่าง ยั่งยืนได้
- สมาคมฯ ได้นำเสนอข้อมูล ให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงปัญหานี้มา อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีความคืบ หน้า ทั้งการจัดตั้งศูนย์บริหารอุตสา- หกรรมกุ้งไทยโดยเฉพาะ และกิจ-กรรมเชิงพัฒนาการที่มุ่งสู่เป้าหมาย เพิ่มศักยภาพการผลิตและการแข่ง ขันอย่างแท้จริง
สรุปการณ์ดำเนินการ
- ภาคผู้เลี้ยงและผู้ส่งออก บางส่วนเริ่มโครงการผลักดันความ เชื่อมั่นให้ "กุ้งไทย คือ กุ้งคุณภาพ" เพื่อถือครองตลาดเกรด A (หรือ ตลาดบน) ทั่วโลกให้มากที่สุดพร้อม มีกิจกรรมต่อเนื่องด้านความโปร่งใส รองรับการตรวจสอบ
- กรมประมงมีโครงการ พัฒนากุ้งไทยตามระบบ GAP และ CoC แต่มีปัญหาที่ให้ความหมาย กุ้ง คุณภาพจากการผลิต เฉพาะฟาร์ม CoC ทำให้มีอุปสรรคในกิจกรรม สร้างความเชื่อมั่น "กุ้งไทย คือ กุ้ง คุณภาพ" โดยรวม