BACK

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับข่าวที่ทางสหภาพยุโรป (อียู) ยกเลิกการตรวจสอบสินค้ากุ้งที่ส่งออกจากประเทศไทย 100% ส่วนไก่แช่แข็งจากประเทศไทย ยังคงถูกตรวจสอบอย่างเข้มงวด 100% ทุกล็อตต่อไปอีก เรียกว่างานนี้ต้องลุ้นกันอย่างชนิดที่ใจหายใจคว่ำ ถึงผ่านไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด
ในขณะที่ทางสมาชิกสหภาพยุโรป 3 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมันนี และสเปน ร่วมแสดงท่าทีไม่เห็นด้วย

ดังนั้นแม้ว่าไทยจะไม่ต้องถูกตรวจสอบ 100 % แล้วก็ตาม
แต่สิ่งที่จะต้องระมัดระวังต่อไป คือ การออกใบรับรองปลอดสารต้องห้ามของกรมประมง จะต้องไม่ออกใบอนุญาตให้สินค้าที่มีสารตกค้างต้องห้ามโดยเด็ดขาด แม้ว่าจะตรวจพบระดับการตกค้างเพียงเล็กน้อยก็ตาม เพราะเยอรมันนีได้ประกาศออกมาแล้วว่าจะไม่ยอมให้มีการตกค้างของสารต้องห้ามอย่างเด็ดขาด
สำหรับการตรวจพบยาปฏิชีวนะ ต้องห้ามตกค้างอยู่ในสินค้าอาหารจากประเทศไทยครั้งล่าสุด โดยสหภาพยุโรปได้แจ้งการตรวจพบสารตกค้างไนโตรฟูแรนส์ ในสินค้าเปาะเปี๊ยะกุ้งแช่แข็งจากประเทศไทยในปริมาณ 2.0 - 2.7 ppb. และจากสินค้าขนมปังหน้ากุ้งในปริมาณ 0.3 ppb.
ข่าวทำนองนี้ยังคงมีอยู่เรื่อยๆ ต้องระมัดระวังครับ
ปัจจุบันสินค้าประเภทแปรรูปจากกุ้ง มีหลากหลายชนิด ประเทศไทยเป็นผู้นำในด้านการส่งออก มีส่วนแบ่งของตลาดสูงไม่ต่ำกว่า 70% ที่ต้องระมัดระวัง ไม่เฉพาะเพียงแต่กุ้งที่ได้มาจากการเลี้ยงเท่านั้น
แต่วัตถุดิบส่วนประกอบต่างๆ เช่น แป้งที่นำมาปรุงแต่ง แม้จะสั่งซื้อมาจากต่างประเทศโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศในทวีปยุโรป เราก็ยังจำเป็นต้องตรวจวิเคราะห์ให้แน่ชัดก่อนว่า มีการปนเปื้อนของยาต้องห้ามหรือไม่ ต้องป้องกันทุกด้านครับ เพราะสินค้าแปรรูปอาจจะมีสารปนเปื้อนจากส่วนประกอบอื่นๆที่นำมาปรุงแต่ง
ผมเพิ่งฟังข่าวที่ทางกระทรวงสาธารณะสุข จะเข้มงวดการนำเข้าสารเคมีและยา โดยเฉพาะสารต้องห้ามต่างๆ ขอให้เข้มงวดจริงจังครับ ที่ผ่านมาปีที่แล้ว ยาแต่ละชนิดนำเข้ามาในปริมาณที่มาก ไม่ทราบว่าในขณะนี้ยังหลบซ่อนเก็บเอาไว้อีกเท่าไหร่ อยากจะให้มีการตรวจค้นและชี้แจงทำความเข้าใจอย่างต่อเนื่อง
ข่าวที่ออกมาอย่างต่อเนื่องจากสหภาพยุโรป เรื่องการตรวจพบสารตกค้าง จะส่งผลถึงตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งน่าเป็นห่วงมาก เพราะเป็นตลาดที่เปรียบเสมือนหัวใจของประเทศไทย กุ้งไทยส่งออกไปสหรัฐอเมริกาประเทศเดียวมากกว่าครึ่งหนึ่งของสินค้ากุ้งส่งออกทั้งหมด เข้าตลาดสหรัฐอเมริกาแล้วมีปัญหาด้านการส่งออก รับรองอุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งพังแน่ จะระบายสินค้าไปไหน อย่าลืมครับว่าผลผลิตกุ้งทั้งหมดส่งออกไปถึง 80% บริโภคภายในประเทศน้อยกว่ามาก โดยเฉพาะกุ้งกุลาดำส่งออกมากกว่า 80% จากผลผลิตทั้งหมด อุตสาหกรรมระดับการส่งออกนำเงินเข้าประเทศปีละ ประมาณ 1 แสนล้านบาท ต้องประคับประคองและร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งในด้านเชิงรุกอย่าเอาแต่ตั้งรับเพียงอย่างเดียวสักวันก็อาจจะพลาดพลั้งได้
ในด้านการเลี้ยงกุ้ง ฤดูกาลเลี้ยงกุ้งรอบแรกของปีนี้ (ปีแพะ) เริ่มขึ้นแล้ว หลังจากอากาศหนาวมาล่าช้า ทำให้ระยะเวลาการปล่อยลูกกุ้งล่าช้าตามไปด้วย เดือนมีนาคมจะมีการปล่อยลูกกุ้งมากขึ้น ถ้าไม่เริ่มเดือนนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นเมื่อไหร่
ปีนี้เริ่มต้นปีค่อนข้างจะเงียบเหงา เพราะผู้เลี้ยงกุ้งประสบปัญหาการขาดทุนจากปีก่อน ถ้าไม่มั่นใจจะไม่บุ่มบ่าม เรียกว่า อยู่ในภาวะไม่ประมาท คงจะทราบกันแล้วว่า ในเรื่องของราคากุ้งปีนี้ไม่น่าจะสูงมาก เพราะมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่างๆมากมาย ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามีกุ้งน้อย แต่ราคาก็ไม่สูงมาก ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าเป็นช่วงที่กุ้งออกมามาก โดยเฉพาะช่วงที่ประเทศจีนมีกุ้งออกมามากช่วงกลางปี ราคาจะเหลือเท่าไหร่
เกษตรกรหลายคนมักจะถามเรื่องราคา เพราะถ้าราคากุ้งดีตามปกติ จะเป็นปัจจัยที่มีผลทำให้การปล่อยกุ้งมากขึ้น อย่างไรก็ตามถ้าราคาไม่สูงมากแต่การเลี้ยงให้ผลผลิตได้ตามเป้าหมาย คงจะมีกำไรแน่นอน แต่ต้องระมัดระวังควบคุมการใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้อยู่ในขอบเขต อะไรจำเป็นหรือไม่จำเป็น อย่าลืมครับ ทุกอย่างที่ใส่ลงไปในบ่อ เป็นต้นทุนทั้งสิ้น
ปีนี้กุ้งน่าจะโตดีกว่าปีที่แล้ว
ปีที่แล้วกุ้งโตช้าและมีกุ้งจิ๊กโก๋มากผิดปกติ แต่ปีนี้จะเหมือนกับปีที่แล้วหรือไม่ อีกไม่นานก็คงจะทราบ ในความเห็นส่วนตัว ผมคิดว่าปีแพะปีนี้ การเลี้ยงกุ้งโดยภาพรวมทั้งประเทศจะได้ผลดีกว่าปีที่แล้ว ทำไมผมคิดเช่นนั้น ลองมาฟังเหตุผลดูครับว่าจะเป็นไปได้แค่ไหน
1.ผู้เลี้ยงกุ้งน้อยแต่แข็งแกร่ง ปีที่แล้วทำเอาผู้เลี้ยงหดหายไปมากพอสมควร รายที่ไม่แข็งแกร่งจริงอยู่ไม่ได้ รายที่เหลือรอดปีนี้ คือ พวกที่เหนียวแน่น ถ้าเป็นภาษามวยเรียกว่าพวกกระดูกมวยแข็งมาก ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ปรับตัวได้แล้วและเลี้ยงในทำเลที่ไม่เหมาะสมน่าจะเหลือน้อยมาก รายใหม่ที่จะเข้ามาเสริมทดแทนรายเก่าที่เลิกราไป ก็ต้องมีการศึกษาหาข้อมูลต่างๆอย่างรัดกุมมากขึ้น ประเมินจากเหตุผลข้อนี้ คือ ผู้เลี้ยงน้อยลงกว่าปีก่อน แต่ทุกคนมีฝีมือ
2.แนวโน้มปล่อยกุ้งบางลง ผลจากปีที่แล้วที่กุ้งโตช้ามากๆ ๆ และแตกไซส์มาก ทำให้การปล่อยกุ้งจะลดลงโดยอัตโนมัติ ยิ่งมาดูข้อมูลสอบถามรายที่ไม่เสียหายและได้ผลดีปีที่แล้วส่วนใหญ่ปล่อยกุ้งบาง กุ้งโตไว กำไรงามกันทั้งนั้น เพราะการปล่อยลูกกุ้งไม่แน่น เรียกภาษาชาวกุ้งคือกุ้งบาง ปัญหาระหว่างการเลี้ยงจะมีน้อย เหมาะกับการเลี้ยงแบบใช้ระบบปิดหรือที่มีการถ่ายน้ำน้อย กุ้งโตเร็ว ในขณะที่ปล่อยกุ้งแน่น ถ้ากุ้งติดดี อัตรารอดสูง ระบบปิดหรือถ่ายน้ำน้อย จะทำให้กุ้งโตช้า โอกาสที่เชื้อไวรัส เอ็มบีวี (MBV) และเอชพีวี (HPV) จะติดต่อกันมากขึ้นเรื่อยๆ ในระหว่างการเลี้ยงจะมากขึ้นด้วย
เมื่อปล่อยกุ้งไม่หนาแน่น เลี้ยงก็จะง่ายขึ้น กุ้งโตตามปกติ ได้ขนาด ราคาดี โอกาสขาดทุนน้อยลง ผู้เลี้ยงก็จะไม่เครียด ตามปกติการใช้เคมีภัณฑ์ต่างๆจะน้อยลง ถ้าระหว่างการเลี้ยงไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้ากุ้งมีปัญหาโอกาสที่จะมีการใช้เคมีภัณฑ์ต่างๆ สูงมากขึ้นตามไปด้วย ต้นทุนในการผลิตก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
3.อุปกรณ์เครื่องให้อากาศดีขึ้น ทุกคนคงจะทราบกันดีแล้วว่า กุ้งจะมีการเจริญเติบโตดี ปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำจะต้องอยู่ในระดับที่สูง คือ ไม่ต่ำกว่า 4 ppm. ในกรณีที่ออกซิเจนต่ำ กุ้งจะโตช้า และถ้าต่ำมากนานๆ เช่น ต่ำกว่า 3 ppm. เป็นเวลานานๆ กุ้งจะไม่แข็งแรงและเป็นโรคได้ง่าย
ที่ผ่านมาเกษตรกรรายย่อยเป็นจำนวนมาก ใช้เครื่องให้อากาศค่อนข้างน้อย แต่ปล่อยลูกกุ้งหนาแน่น ถ้ากุ้งมีอัตรารอดสูง เลี้ยงไปถึงระยะหนึ่งอาจจะระหว่าง 60 -70 วัน มักจะเกิดปัญหากุ้งเริ่มโตช้า ไม่แข็งแรงและป่วยเป็นโรค
ในที่สุดก็ต้องจับก่อนกำหนด ทำให้ขาดทุน ปีที่แล้วการเลี้ยงไม่ค่อยได้ผล ส่งผลให้ปีนี้การเลี้ยงน้อยลง สมมุติว่ามี 4 บ่อ อาจจะเลี้ยง 2 บ่อ ดังนั้นเครื่องมือต่างๆจะมีเพียงพอ นอกจากนั้น บ่อพักน้ำก็จะมีมากขึ้น เมื่อเครื่องตีน้ำมีเพียงพอ มีน้ำสำหรับเปลี่ยนถ่ายมากขึ้น การเลี้ยงจะประสบความสำเร็จด้วย
4.ปีนี้น่าจะไม่แล้งเท่ากับปีที่แล้ว ปีที่แล้วทางภาคใต้อากาศร้อนจัดมาก และไม่มีฝนตกติดต่อกันนานมาก ทำให้ความเค็มของน้ำสูงมากกว่าปกติ ส่งผลให้กุ้งโตช้ามาก แต่ปีนี้ซึ่งตามปกติฤดูร้อนของประเทศไทย จะเริ่มตั้งแต่ 15 กุมภาพันธ์ ถึง 15 พฤษภาคม แต่ปีนี้จะมีลมพัดสอบจากภาคใต้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ จนถึงกลางเดือนเมษายน หรือช่วงสงกรานต์ ซึ่งตามปกติระยะตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ -เมษายน จะเป็นช่วงที่ร้อนและแล้งจัด
แต่ปีนี้โดยภาพรวมน่าจะมีฝนตกเรื่อยๆ อากาศก็จะไม่ร้อนจัดจนเกินไป การเลี้ยงกุ้งจะไม่ยากเหมือนกับปีที่แล้ว สำหรับข้อนี้ ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมพยายามรวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ และนำมาประกอบเข้าด้วยกัน เพื่อเป็นแนวทางในการพิจารณาว่าควรจะทำอย่างไรในการเลี้ยงกุ้งให้ได้ผลดี
จากเหตุผลทั้ง 4 ข้อ ที่กล่าวมานี้ ผมมีความมั่นใจว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในปีนี้จะประสบความสำเร็จมากกว่าปีที่แล้ว อีกไม่นานเกินรอก็คงจะรู้ว่าที่ผมคาดการณ์ไว้นั้นจะถูกมากน้อยแค่ไหน ซึ่งอาจจะผิดเกือบทุกข้อก็เป็นไปได้ ผมพยายามจะมองหาอะไรในแง่ดีไว้ก่อนเพื่อเป็นกำลังใจ สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งซึ่งต้องการทั้งกำลังใจ และปัจจัยต่างๆทุกด้าน เพื่อต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ
ขออวยพรให้การเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรรอบแรกของปีแพะ ประสบความสำเร็จตามเป้าที่วางไว้
ดร.ชลอ มั่นใจ ปีนี้กุ้งโตดีแน่
สนับสนุนข้อมูลจาก วารสารสัตว์น้ำเศรษฐกิจ