เทคนิคการจัดการการเลี้ยงกุ้งระบบปิด (จากการสัมมนางานกุ้งสุราษฏร์ และตราด)
บรรยายโดย ดร.พุทธ ส่องแสงจินดา

การเลี้ยงระบบเปิดในอดีตและ ปัญหาที่ผู้เลี้ยงกุ้งพบในปัจจุบัน
1.ใช้ทรัพยากรสิ้นเปลือง บ่อสกปรกแต่น้ำสะอาด มีการเปลี่ยนถ่ายน้ำเสมอ
2.สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม ผลตามมาคือปัญหาสิ่งแวดล้อม โรคระบาด เสี่ยงต่อการติดเชื้อภายนอก
3. พ่อแม่พันธุ์มีการติดเชื้อ
4. การจัดการการเลี้ยงและการอนุบาลลูกกุ้งในโรงเพาะฟักที่ทำให้ได้ลูกกุ้งด้อยคุณภาพ
5. การจัดการอาหาร ที่ผิดพลาดทำให้ FCR สูง(อัตราแลกเนื้อสูง)

หลักการเลี้ยงกุ้งให้เจริญเติบโตดีภายใต้ระบบปิด
- ลูกกุ้งสุขภาพดี มีอัตราการปล่อยที่เหมาะสม ปล่อบบางเฉพาะตัวตามความสามารถของแต่ละบุคคล
- จัดการดินและน้ำในบ่อให้เหมาะสมต่อการเลี้ยงกุ้ง
- ปรับอาหารให้ดี สภาพแวดล้อมในบ่อดี
- เก็บเกี่ยวผลผลิตที่ได้ ดี ตรงตามความต้องการของตลาด/ ผู้บริโภค สำคัญที่สุดต้องไม่มีการปนเปื้อนของ
สารตกค้าง มีคุณภาพ ใหม่สดสะอาด รสชาติดี

ในเรื่องความหนาแน่นของกุ้งในบ่อซึ่งจะเป็นตัวกำหนดการเลี้ยง กุ้งจะดีหรือเสียจะอยู่ที่ตรงจุดนี้
หากปล่อยที่ความหนาแน่นสูง กุ้งติดมาก การจัดการไม่ดี ก่อให้เกิดความเสียหาย
ความหนาแน่นของกุ้งจะเป็นตัวไปกำหนด ปริมาณอาหาร ของเสียสะสมภายในบ่อ หากกุ้งแน่น ปริมาณการให้อาหารสูง ของเสียสะสมมาก เป็นแหล่งแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในบ่อ
ปล่อยกุ้งบาง การสะสมของเสียน้อยปัญหาต่างๆที่ตามมาก็น้อย แต่ลูกกุ้งต้องไม่มีปัญหา
ลดความหนาแน่นของกุ้งลง เน้นการจัดการอย่างอื่นทดแทน การเลี้ยงง่ายกว่าแต่ได้ผลผลิตเท่าเดิม

การเตรียมบ่อ
เน้นการทำหน้าดินที่ขาดออกซิเจน ให้ได้รับออกซิเจน
เร่งให้มีการย่อยสลายในบ่อ ลดสารอินทรีย์ในเลน ใช้ออกซิเจนในธรรมชาติในน้ำและในแสงแดด
ใช้ธรรมชาติบำบัดแต่ อย่าให้ดินเปรี้ยว รักษาความชื้นของดิน เร่งให้จุลินทรีย์ทำงานได้
วิธีการฉีดเลน ถึงแม้จะฉีดเลนออกไปแต่หน้าดินเลนเก่ายังมีสารอินทรีย์สะสมอยู่
การไถพลิกหน้าดิน เป็นการเตรียมบ่อปรับปรุงคุณภาพดิน โดยให้ดินมีสีใกล้เคียงสีดินเดิมเตรียมให้มีอาหารธรรมชาติ การเติมยาฆ่าเชื้อมากๆในบ่อ จะทำให้หน้าดินเสีย ควรจะมีบ่อพัก

การบำบัดเลน
เปลี่ยนสภาพดินเลนที่ขาดออกซิเจนให้มีออกซิเจน โดยตากบ่อ 2-3 อาทิตย์
บำบัดสารอินทรีย์ ขี้กุ้ง ตากแห้งควบคุมให้มีความชื้นในดิน โดยการรดน้ำให้ชุ่ม หรือจะใช้น้ำพลิกหน้าดิน เติมออกซิเจน ถ้าน้ำมีออกซิเจนไม่เพียงพอจะมีข้อจำกัด เมื่อพลิกหน้าดินตะกอนฟุ้ง สัมผัสออกซิเจน แบคทีเรียในน้ำก็ออกซิไดซ์ของเสียออกไป ใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 อาทิตย์
การฟื้นฟูสมดุลดินที่เลี้ยงนานๆ
การไถพรวน เติมจุลินทรีย์หมัก ปุ๋ยคอกและแกลบ ตัวจุลินทรีย์จะเปลี่ยนสารอินทรีย์ให้มาเป็นแร่ธาตุและเติมกลับเข้าไปในดินได้

-น้ำ
ควรมีบ่อพักน้ำ เพื่อพักเชื้อโรคไม่ให้เพิ่มปริมาณการเตรียมน้ำก่อนปล่อยกุ้ง ไม่ควรเกิน 7-10 วัน
-การจัดการอาหารกุ้ง
กุ้งเล็กกินน้อย หิวเร็ว กินอาหารบ่อย ลอกคราบถี่
-การตอบสนองต่ออาหารกุ้งกุลาดำที่ระดับออกซิเจนต่างกัน
ที่ระดับออกซิเจน 4 มิลลิกรัมต่อลิตร การตอบสนองต่ออาหารของกุ้งจะเร็ว
แต่ถ้าออกซิเจนต่ำกว่า 2.5 มิลลิกรัมต่อลิตร กุ้งจะเริ่มเฉื่อย กุ้งจะไม่ตอบสนองต่อการกินอาหาร เพราะฉะนั้นการให้อาหารต้องเปลี่ยนแปลง
-กุ้งไม่กินอาหารอย่าฝืน เพราะจะส่งผลกับพื้นบ่อหากอาหารเหลือ อาหารที่ใส่ยอต้องสอดคล้องกับอาหารในลำไส้กุ้ง ให้ตรวจสอบโดยปรับระยะเวลาเช็คยอให้เร็วขึ้น 30-45 นาที (บีบอาหาร) เพิ่มปริมาณออกซิเจนให้มากเพื่อให้กุ้งตอบสนองอาหารให้ดีขึ้น หากพบว่ากุ้งมีอาหารไม่เต็มลำไส้
การเพิ่มออกซิเจนเพื่อให้ต้นทุนการผลิตต่ำ คือเพิ่มในช่วง 2 ทุ่ม ถ้ากุ้งวิกฤติ ให้เพิ่มตอน 6 โมงเย็น
-การแก้ปัญหา แอมโมเนียที่สูง มากกว่า 4 มิลลิกรัมต่อลิตร เติมออกซิเจน ควบคุมพีเอชให้ต่ำ เสริมจุลินทรีย์ตัวที่ไปลดแอมโมเนีย
-ไนไตรท์ พบว่าออกซิเจนที่ระดับ 4 มิลลิกรัมต่อลิตร ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
ปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นในบ่อกุ้งเป็นปัญหาลูกโซ่ถ้าหากต้องการทราบสาเหตุที่แท้จริงต้องลงลึกถึงต้นเหตุที่แท้จริง
หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมหรือตอบข้อสงสัยเพิ่มเติมกับดร.พุทธ ส่องแสงจินดาได้ที่www.thaiqualityshrimp.com หรือ www.nicaonline.com

สรุปข้อมูลการบรรยาย โดย อิสริยา ปราบคเชนทร์ (ซิตโต้กรุ๊ป)



เทคนิคการจัดการการเลี้ยงกุ้งระบบปิด (จากการสัมมนางานกุ้งสุราษฏร์ และตราด)
บรรยายโดย ดร.พุทธ ส่องแสงจินดา