เลี้ยงแวนนาเมแบบพัฒนา
ตามสไตล์ ชาวบ้านไทย
29/6/46

เลี้ยงแวนนาเมแบบพัฒนา
ต้นทุนเพียง 60 บาท ต่อกก.

เกษตรกรที่เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมส่วนใหญ่มักจะบอกว่า กุ้งขาวแวนนาเมเช็คยอเหมือนกับกุ้งกุลาดำไม่ได้ เพราะกุ้งขาวไม่เข้ายอจึงไม่สามารถปรับอาหารตามยอให้พอดีกับความต้องการของกุ้งได้ ซึ่งการให้อาหารทุกวันนี้จะให้ตามตารางอาหารที่บริษัทขายอาหาร หรือชมรม สมาคมต่างๆ ทำมาให้ แต่คำกล่าวนี้อาจจะไม่เป็นจริงเสมอไป เพราะคุณทิว ฤกษ์โหรา คณะกรรมการสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่น้ำจืด 86 หมู่ 10 ต.บางตาเถร อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี โทร. 0-1931-8563 ผู้ที่หันมาเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมแทนการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ บอกว่า "การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมสามารถเลี้ยงเหมือนกุ้งกุลาดำได้ทุกอย่าง ใครว่ากุ้งขาวแวนนาเมเช็คยอเพื่อปรับอาหารตามยอไม่ได้ ไม่จริงเลยครับ ก็เพราะทุกวันนี้ผมให้อาหารโดยปรับตามยออยู่"
คุณทิว เล่าว่า ตนเข้าสู่วงการกุ้งกุลาดำมาตั้งแต่ปี 2538 โดยเริ่มแรกเป็นคนเพาะลูกกุ้ง ประมาณปี 2540 จึงหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำในบ่อดิน แต่มาในระยะหลังกุ้งกุลาดำเลี้ยงไม่ค่อยได้ผลเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนมาเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเม ซึ่งปัจจุบันก็เลี้ยงมาเป็นครอปที่ 3 แล้ว โดยเริ่มเลี้ยงครอปแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2544 ตอนนั้นก็โละกุ้งกุลาดำแล้วนำกุ้งขาวแวนนาเมมาลงเลี้ยง 5 บ่อ จากทั้งหมด 8 บ่อที่มีอยู่
"ครอปแรกที่เริ่มเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเม หลังจากจับกุ้งกุลาดำแล้วผมก็นำรถไถลงไปคราดพื้นบ่อพลิกหน้าดินเลยโดยไม่ได้นำของเสียในบ่อขึ้น จากนั้นก็ลงปูนมาร์ล 1,000 กก./ไร่ เพื่อปรับสภาพดิน แล้วตามด้วยปูนขาว 6 ถุงต่อพื้นที่เลี้ยง 3 ไร่ เมื่อใส่ปูนเสร็จก็สูบน้ำจืดเข้ามารองพื้นก้นบ่อก่อนประมาณ 15 ซม. จากนั้นก็ล้อมคอกแล้วนำน้ำเค็มมาใส่ในคอก ปรับความเค็มให้ได้ 5 พีพีที แล้วนำลูกกุ้งพี 11 ที่โรงเพาะฟักปรับความเค็มมาให้ 5 พีพีที มาปล่อยลงไปในคอกในอัตรา 60,000 ตัว/ไร่ หลังจากนั้นก็เปิดคอกด้านที่ติดกับขอบบ่อทั้งสองข้างออกประมาณ 6 นิ้วแล้วใช้มุ้งเขียวปิดไว้เพื่อป้องกันไม่ให้กุ้งออกจากคอก ซึ่งในคอกเราจะเปิดใบพัดตีน้ำไว้ตลอดเวลา น้ำก็จะเกิดการหมุนเวียนเข้า-ออก เป็นการปรับความเค็มไปโดยอัตโนมัติ ประมาณ 3 วันน้ำในคอกก็จะจืดสนิทไม่เหลือความเค็มอยู่เลย เราก็เปิดคอกออกทั้งหมด และในระหว่างการเลี้ยงจะไม่มีการเติมน้ำเค็มเข้ามาในบ่ออีก โดยจะเลี้ยงความเค็มศูนย์ไปตลอดจนจับ ซึ่งปัจจุบันผมก็ยังเตรียมบ่อและเตรียมน้ำแบบนี้อยู่ ผมจะเลี้ยงแบบใช้น้ำสดเลย ไม่เน้นสร้างอาหารธรรมชาติ เพราะหลังจากเลี้ยงไปประมาณ 1 อาทิตย์ ในบ่อก็จะเกิดไรแดงขึ้นมาเองตามธรรมชาติอยู่แล้ว"
คุณทิว บอกว่า ในระยะหลังมานี้ลูกกุ้งขาวแวนนาเมขาดตลาด เพราะมีคนเลี้ยงกันมาก เมื่อก่อนปล่อยกุ้งพี 11 ในอัตรา 60,000-80,000 ตัว/ไร่ แล้วเลี้ยง 4? เดือนได้ไซซ์ 56 ตัว/กก. แต่ปัจจุบันลูกกุ้งพี 7 ก็ต้องนำมาปล่อยลงเลี้ยงแล้ว แต่จะปล่อยให้หนาแน่นขึ้น ในอัตราประมาณ 1 แสนตัว/ไร่ ซึ่งปัจจุบันจะไม่เน้นทำไซซ์กุ้งเหมือนแต่ก่อน แต่จะเน้นทำน้ำหนักกุ้งแทน เพราะการทำน้ำหนัก 3 เดือนก็สามารถลากอวนจับกุ้งไซซ์หัว 60-70 ตัว/กก.ขึ้นมาขายได้แล้ว

เลี้ยงแวนนาเมก็ปรับอาหารตามยอเหมือนกุลาดำได้
คุณทิว บอกว่า ตนเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมเหมือนกับเลี้ยงกุ้งกุลาดำทุกอย่าง คือมีการวางใบพัดตีน้ำเต็มบ่อ และทำการตีน้ำเหมือนกับระบบการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ นอกจากนี้การให้อาหารก็ทำเหมือนกุ้งกุลาดำ คือวันแรกหลังจากปล่อยกุ้งแล้วจะให้อาหารในอัตรา ? กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว (ถ้าให้ 1 กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว น้ำจะเสียเร็วเพราะช่วงนี้ยังเลี้ยงอยู่ในคอก) โดยแบ่งออกเป็น 3 มื้อ คือ มื้อเช้า มื้อกลางวัน และมื้อเย็น แล้วจะเพิ่มวันละ 200 กรัม หลังจากวันที่ 10 จะแบ่งอาหารออกเป็น 4 มื้อ จากนั้นก็ให้อาหารไปตามสเต็ปเหมือนกุ้งกุลาดำ จนกระทั้งกุ้งมีอายุประมาณ 20 วัน ก็จะเริ่มเช็คยอได้ การเช็คยอก็จะทำเหมือนกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเช่นกัน คืออาหาร 1 กิโลกรัม ใส่ยอ 3 กรัม เช็ค 3 ชั่วโมง ถ้ามีอาหารเหลืออยู่ในยอไม่มาก มื้อต่อไปก็ยังให้เท่าเดิมอยู่ แต่ถ้ากุ้งกินอาหารไม่หมดมื้อต่อไปก็ลดอาหารลง และถ้ากุ้งกินหมดก็จะเพิ่มอาหารในมื้อต่อไป
สำหรับในช่วงแรกหลังจากปล่อยกุ้งแล้วจะให้อาหารของกุ้งกุลาดำ จนกระทั้งกุ้งกินอาหารถึงเบอร์ 4s ก็จะเริ่มนำอาหารกุ้งก้ามกรามมาผสมกับอาหารกุ้งกุลาดำอย่างละครึ่ง (50:50) กล่าวคือ วันแรกที่ปล่อยกุ้งจะให้อาหารกุ้งกุลาดำเบอร์ 1 พอเลี้ยงไปได้ 10 วันก็จะนำอาหารเบอร์ 2 มาผสม ประมาณวันที่ 15 ก็จะเป็นอาหารเบอร์ 2 ล้วน เมื่อกุ้งมีอายุ 1 เดือนก็จะเริ่มผสมอาหารเบอร์ 3 และเลี้ยงไปอีก 15 วัน หรือประมาณวันที่ 45 ก็จะเป็นอาหารเบอร์ 3 ล้วน หลังจากนั้นพอกุ้งมีอายุประมาณ 50-60 วันก็จะเปลี่ยนอาหารมาเป็นเบอร์ 4S ให้ไปสักระยะหนึ่งก็จะเริ่มนำอาหารกุ้งก้ามกรามเบอร์ 3 มาผสมกับอาหารกุ้งกุลาดำอย่างละครึ่งตลอดจนจับ
"มีบางคนบอกว่าในช่วงท้ายๆ ของการเลี้ยง ควรเปลี่ยนมาให้อาหารกุ้งก้ามกรามอย่างเดียว เพราะว่าถ้าให้กุ้งขาวแวนนาเมกินอาหารของกุ้งกุลาดำตลอดจนจับจะทำให้กุ้งหัวแตก ผมว่าไม่เป็นความจริง เพราะผมก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า กุ้งขาวแวนนาเมสามารถกินอาหารกุ้งกุลาดำได้ตลอดโดยที่กุ้งไม่เป็นอะไรเลย แถมยังทำให้กุ้งโตเร็วอีกด้วย"

ใส่จุลินทรีย์ทุกๆ 10 วัน
ในระหว่างการเลี้ยงจะหมักจุลินทรีย์แล้วนำไปสาดลงในบ่อ เพื่อให้ไปย่อยสลายของเสียที่เกิดขึ้น ซึ่งการหมักจะจุลินทรีย์ก็จะนำหัวเชื้อจุลินทรีย์จำนวน 2 ลิตร มาหมักกับกากน้ำตาล 6 กก. ในถังที่เตรียมน้ำไว้ประมาณ 200 ลิตร ปิดฝาให้สนิทไม่ให้อากาศเข้าไปได้ หมักไว้ประมาณ 6 วัน พอเลี้ยงกุ้งได้ 15 วันก็นำจุลินทรีย์ที่หมักไว้มาสาดลงในบ่อหลังเที่ยงคืนในอัตรา 100 ลิตร/ไร่ คุณทิว บอกว่า เคยใส่จุลินทรีย์ในช่วง 3 โมงเช้า แล้วจุลินทรีย์ไปดึงพีเอชให้ลดต่ำลง จึงเปลี่ยนมาใส่หลังเที่ยงคืน เพราะระยะเวลาในการทำงานของจุลินทรีย์จะดีกว่า หลังจากนั้นก็จะเริ่มหมักจุลินทรีย์ใหม่ แล้วนำมาสาดทุกๆ 10 วันตลอดจนจับ ถ้าจุลินทรีย์ทำงานดีเวลาจับกุ้งจะพบขี้กุ้งเหลืออยู่ในบ่อน้อยมาก

เปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยกุ้งโตเร็ว
คุณทิว บอกว่า กุ้งขาวแวนนาเมต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ ถึงจะดี เพราะจะทำให้กุ้งลอกคราบและโตเร็ว คือหลังจากปล่อยกุ้งจะเติมน้ำอย่างเดียว ประมาณ 1 เดือนต้องให้ได้ระดับน้ำในบ่อสูง 1.60-1.70 เมตร แล้วเลี้ยงไปอีก 15 วันก็จะเริ่มเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยการสูบน้ำออกประมาณ 30 ซม. จากนั้นก็เติมน้ำเข้ามาให้ได้ระดับเท่าเดิม โดยจะเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกๆ 10 วัน หลังจากกุ้ง 70-80 วันไปแล้ว จะถ่ายน้ำทุกๆ 3 วัน คือพอเห็นน้ำเป็นสีเขียวก็จะถ่ายน้ำทันที

ล้อมอวนจับกุ้งอย่างถูกวิธี
คุณทิว อธิบายว่า การจับผลผลิตกุ้งขาวแวนนาเมแบบสูบน้ำออกเหมือนกับกุ้งกุลาดำนั้นทำได้ยาก จึงต้องใช้วิธีการลากอวนจับเหมือนกุ้งก้ามกราม ซึ่งจะลากอวนแบบทยอยจับขึ้นขาย หรือลากอวนแบบจับขายทั้งบ่อก็ได้ อวนที่ใช้มีขนาด 5 วา ซึ่งการลากอวนแบบจับกุ้งขายทั้งบ่อจะต้องลากอย่างน้อย 3 เที่ยวจึงจะหมดบ่อ แต่ต้องลากทีละครึ่งก่อนบ่อสัก 2 เที่ยว เพราะถ้าเราลากทั้งบ่อจะได้กุ้งในอวนมากเกินไปแล้วกุ้งจะไปทับกันเสียหาย สำหรับรอบสุดท้ายก็ให้ลากทั้งบ่อได้เลย เพราะเหลือกุ้งอยู่ในบ่อไม่มากแล้ว หลังจากลากอวนเสร็จก็สูบน้ำออก และเพื่อให้ง่ายต่อการจับกุ้งที่เหลืออยู่ในบ่อ เมื่อลากอวนรอบสุดท้ายก็ให้นำอวนถอยหลังมาปูปิดบนท่อสูบน้ำเอาไว้ เมื่อทำการสูบน้ำกุ้งก็จะถูกกระแสน้ำดูดมาเข้าอวนทั้งหมด จากนั้นก็ยกอวนที่มีกุ้งขึ้นมา โดยที่ไม่ต้องไปเสียเวลาเก็บกุ้งที่พื้นบ่อเลย อีกประการหนึ่งถ้าไม่ใช้วิธีนำอวนมาปูไว้ที่ท่อเพื่อจับกุ้งตอนสูบน้ำ จะทำให้กุ้งจมโคลนเสียหายได้
ส่วนการจับแบบไม่คว่ำบ่อหรือการจับแบบทยอยจับ เมื่อเลี้ยงกุ้งได้ประมาณ 3 เดือน ก็จะนำอวนที่มีช่องตาขนาด 3 ซม. มาลงลากเพื่อคัดเฉพาะกุ้งตัวใหญ่ๆ ขึ้นมา การลากอวนก็จะเริ่มลากตอนบ่าย 3 และให้ลากทีละครึ่งบ่อเพื่อป้องกันกุ้งทับกันเสียหายเช่นกัน จากนั้นก็นำกุ้งที่ได้ขึ้นมาน็อคน้ำแข็งแบบแห้ง โดยนำน้ำแข็งมาปูรองพื้นก่อน แล้วค่อยนำกุ้งมาใส่ แล้วก็ใส่น้ำแข็งและเอากุ้งมาใส่อีกทำเป็นชั้นๆ ไป ซึ่งกุ้งขาวแวนนาเมจะดองน้ำไม่ได้ เพราะจะทำให้หัวหลุด การลากอวนจะใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงก็เสร็จแล้ว เพราะการลากอวนทยอยจับขายส่วนมากจะลากขึ้นมาครั้งละไม่เกิน 2 ตัน เพราะจะทำให้เหมือนกับเป็นกุ้งที่จับมาจากธรรมชาติ จะทำให้ขายได้ราคาดีกว่าเอาไปขายที่ละมากๆ ซึ่งการขายก็จะนำไปขายตอนตี 2 ซึ่งครอปที่ผ่านมาทยอยจับคัดแต่ไซซ์หัวขาย เลี้ยง4 เดือนกว่าๆ ได้ไซซ์ 40 ตัว/กก. เพราะการลากจับจะทำให้กุ้งในบ่อน้อยลง ตัวเล็กๆ ก็จะโตดี นำไปขายที่สะพานปลาแถวยานนาวา กรุงเทพฯ ซึ่งไซซ์ 40 ตัว/กก. ขายได้กก.ละ 280-320 บาท ราคาดีกว่ากุ้งกุลาดำมาก แต่ปัจจุบันห้องเย็นและแพต่างๆ ก็มารับซื้อกุ้งขาวแวนนาเมถึงปากบ่อเหมือนกับกุ้งกุลาดำแล้ว ก็จับขายแบบคว่ำบ่อได้เลย
"การเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาเมเป็นทางเลือกใหม่สำหรับในพื้นที่น้ำจืด เพราะเราก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาเลี้ยงทดแทนกุ้งกุลาดำแล้ว สำหรับกุ้งก้ามกรามเมื่อเทียบกับกุ้งขาวแวนนาเม กุ้งขาวแวนนาเมขายได้ราคาดีกว่าเยอะ นอกจากนี้กุ้งก้ามกรามกว่าเราจะเริ่มจับขายได้ ก็ต้องเลี้ยงถึง 5 เดือน แต่กุ้งขาวแวนนาเม 3 เดือนก็สามารถจับขายได้แล้ว ต้นทุนการเลี้ยงก็ไม่สูงแค่ประมาณ 60-70 บาท/กก.เท่านั้น ถ้าเลี้ยงดีๆ เช็คยอแม่นๆ FCR จะออกมาที่ 1 คือกุ้งกินอาหารทั้งหมด 1 ตัน ก็จับกุ้งได้ 1 ตันพอดี"