จุลินทรีย์ ต้านไวรัส มีจริงหรือ
ข้อมูลจาก "สัตว์น้ำเศรษฐกิจ ฉับบ กรกฏาคม 2546"

จุลินทรีย์ต้านตัวแดงได้ 80%

จากปัญหาโรคตัวแดงดวงขาว ที่พบการระบาดในประเทศจีน เมื่อปี 2536 และมีการระบาดในประเทศไทยเมื่อปี 2537 สร้างผลกระทบต่อการเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำของประเทศจนถึงปัจจุบันนี้ และส่วนมากมักพบบริเวณการเลี้ยงกุ้งทางภาคใต้ฝั่งตะวันออกของประเทศ คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา และนครศรีธรรมราช ส่วนตะวันตกพบที่ ตรัง ซึ่งการระบาดของโรคดังกล่าวนนี้ ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากต่ออุตสากรรมเลี้ยงกุ้ง โดยความอันตรายของเชื้อดังกล่าว และการสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น ถือได้ว่าเกือบเทียบเท่ากับการระบาดของโรคหัวเหลือง
ปัจจุบันมีหลายหน่วยงานที่เข้าไปศึกษาความเป็นไปได้ในการรักษาโรคตัวแดงดวงขาว โดยการพยายามเพิ่มภูมิคุ้มกันกุ้งขึ้นมาเพื่อรับความรุนแรงเชื้อตัวนั้นๆได้ แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังทำได้ไม่เต็มที่มากนัก
ในคอลัมน์เทคนิคฟาร์มฉบับนี้เนื้อหาค่อนข้างจะออกวิชาการเล็กน้อย ในการนำเสนอข่าวดีเกี่ยวกับการใช้จุลินทรีย์ต้านไวรัสที่ทำให้เกิดโรคตัวแดงดวงขาว ที่ผลการทดลองสำเร็จไปกว่า 80 % โดย ผศ.ณรงค์ชัย ชูพูล หัวหน้าภาควิชาอุตสาหกรรมการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีราชมงคลนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลกับสัตว์น้ำเศรษฐกิจดังนี้

แนวคิดหรือที่มาของการศึกษาจุลินทรีย์เพื่อป้องกันโรคตัวแดงดวงขาว
ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ตนมีโอกาสทำการศึกษาวิจัยการใช้จุลินทรีย์ในการย่อยสลายสารอินทรีย์ในบ่อเลี้ยงกุ้ง ด้วยการตรวจวิเคราะห์ด้วยเครื่องโครมาโทกราพี ชนิดสมรรถนะสูง (HPLC) ได้ไปเก็บตัวอย่างน้ำในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ จากจุดนี้ได้พบเห็นปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ที่กุ้งกุลาดำเกิดโรคตัวแดงดวงขาวและโรคไวรัสหัวเหลือง เมื่อเป็นโรคแล้วก็ต้องรักษา เกษตรกรบางรายก็จะมีการใช้ยาปฏิชีวนะรักษาให้กุ้ง ซึ่งจุดนี้ส่งผลอาจจะมีผลปฏิชีวนะตกค้างในเนื้อกุ้งในปริมาณมากเกินกำหนดจากประเทศูผู้รับซื้อ ทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศได้ แต่ส่วนมากพบว่าเมื่อเกิดกุ้งเป็นโรคแล้วมักจะรักษาไม่หาย ทำให้เกษตรกรประสบกับการขาดทุน จากจุดนี้เองจึงเป็นแรงผลักดันให้ทำการวิจัย
ดังนั้นจึงมีแนวความคิดว่า การป้องกันโรคไม่ใช่การรักษา โดยให้กุ้งมีภูมิต้านทานโรค และในฐานะที่เป็นนักเทคโนโลยีชีวภาพ จึงให้นักศึกษาทดลองวิจัยการใช้แลคติกแอซิคแบคทีเรีย ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง ปกติการใช้โดยทั่วไปเป็นโปรไบโอติกใน สัตว์ปีก โค สุกร เป็นต้น ซึ่งการทดลองวิจัยได้เริ่มต้นด้วยการศึกษา การคัดเลือกและแยกแลคติกกับแอซิคแบคทีเรีย ที่มีศักยภาพทำให้กุ้งกุลาดำมีความต้านทานโรคเพิ่มขึ้น ใช้เวลาในการทดลอง 2 ปี ตอนนี้สามารถทำการแยกและคัดเลือกแลคติกแบคทีเรีย สายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติดีสำหรับการใช้เติมลงในอาหารกุ้ง
โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับการสนับสนุน
โครงการวิจัยเรื่อง การใช้ฟรีซดรายแลคติกแอคซิคแบคทีเรีย เพื่อการต้านทานโรคในกุ้งกุลาดำ ได้รับงบประมาณจำนวน 100,000 บาท จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ฝ่ายอุตสาหกรรม ภายใต้โครงการ โครงการอุตสาหกรรมสำหรับนักศึกษาปริญญาตรี หรือที่รู้จักในนาม IPUS เป็นโครงการที่สนับสนุนการศึกษา โดยทำโครงงานที่อุตสาหกรรมต้องการและมีส่วนร่วม โดย สกว. มุ่งเน้นอุตสาหกรรมที่เป็นห่วงโซ่การผลิตลงไปถึงระดับรากหญ้าของสังคมไทย
สำหรับโครงการวิจัยเรื่องนี้ ได้ผ่านการนำเสนอในงานแสดงผลงานพัฒนาเทคโนโลยีทุนปริญญาตรี สกว. ครั้งที่ 1 st TRF ณ ศูนย์คอมพิวเตอร์ ไอทีมอลล์ ฟอร์จูนทาวน์เวอร์ กรุงเทพฯ โดยได้เสนอผลงานในภาคโปสเตอร์ และการนำเสนอบนเวที โดยมีผลงานทางวิชาการของนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาต่างๆ รวม 70 โครงการ

ในงานแสดงผลงานทางวิชาการ คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ตัดสินใจให้โครงงานเรื่อง การใช้ฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย เพื่อการต้านทานโรคในกุ้งกุลาดำได้รับรางวัลชนะเลิศ
รางวัลที่ 1 ประเภท Professional vote ก็สร้างความภาคภูมิใจให้กับทีมวิจัย ตลอดจนเป็นแรงผลักดันในการศึกษาวิจัยต่อไป
ประเภทของจุลินทรีย์ที่ค้นพบ
เป็นแบคทีเรียชนิดสร้างกรดนม เรียกว่า แลคติกแอซิคแบคทีเรีย จัดเป็นแบคทีเรียในสกุล Lactobacillus casei มีรูปร่างเป็นท่อนค่อนข้างยาว ซึ่งแลคติกแอซิคแบคทีเรีย มีความสามารถในการผลิตสารต้านทานจุลินทรีย์ ได้แก่ Antimicrobial ซึ่งสามารถยับยั้งจุลินทรีย์ที่เป็นเชื้อโรคในระบบทางเดินอาหารของสัตว์และคน เช่น Vibrio spp. เป็นต้น
วิธีการผลิตเชื้อแบคทีเรียที่ใช้เป็นภูมิคุ้มกันโรคตัวแดงดวงขาว

วิธีการผลิตฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย มีขั้นตอนดังนี้
1.การแยกและการคัดเลือก แลคติกแอวิคแบคทีเรีย ซึ่งมีคุณสมบัติและศักยภาพในการสร้างความต้านทานโรคในกุ้งกุลาดำ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาในการทดลองค้นคว้านานเกือบ 2 ปี ในห้องปฏิบัติการ เมื่อได้แลคติกแอซิคแบคทีเรียตามที่ต้องการแล้ว ก็นำไปทำการผลิตหรือการเพิ่มจำนวนเซลล์
2.การหมัก เป็นกระบวนการเพิ่มจำนวนเซลล์แลคติกแอซิคแบคทีเรีย โดยการใช้อาหารเลี้ยงเชื้อที่มีสารอาหารครบถ้วน ควบคุมอุณหภูมิการหมัก 42 องศาเซลเซียส ใช้เวลา 12 ชั่วโมง ในการวิจัยครั้งนี้ใช้ถังหมักขนาด 5 ลิตร สารละลายเซลล์แลคติกแอซิคแบคทีเรีย ที่ได้มีจำนวนเซลล์อยู่ในช่วง 3.8x107-1.20x108 ซีเอฟยู/กรัม
3.การทำแห้งสารละลายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย ด้วยการฟรีซดราย ขั้นตอนนี้จะนำสารละลายฟรีซดราย ไปแช่แข็งที่อุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นนำไประเหิดภายใต้แรงดันสูญญากาศ 133x10-7 มิลลิบาร์ ใช้เวลาในการทำแห้งเชื้อประมาณ 18 ชั่วโมง
4.ขั้นตอนตรวจสอบคุณภาพ ฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย ก่อนนำไปใช้ผสมกับอาหารเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

ป้องกันโรคตัวแดงดวงขาวได้แค่ไหน????
การทดลองวิจัยที่ทำมานั้น ได้ทำการเหนี่ยวนำให้กุ้งเกิดโรค ด้วยการฉีดสารสะลายไวรัสตัวแดงดวงขาวเข้าสู่กล้ามเนื้อกุ้งทุกๆตัว ที่เลี้ยงด้วยอาหารที่เติมและไม่เติมฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย ผลการทดลองพบว่า กุ้งที่ผ่านการเลี้ยงด้วยอาหารที่มีการเติมฟรีซดรายแลคติกแอซิค 1.0 กรัม/อาหาร 1 กก. กุ้งมีอัตราการตายเท่ากับ 20% เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยการทดลองทีไม่เติมฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย มีอัตราตายเท่ากับ 54.1%
การทดลอง ค่อนข้างจะทำให้กุ้งเกิดโรคด้วยวิธีที่รุนแรงและฝืนธรรมชาติ ไม่เหมือนสภาพการเกิดโรคจริง ในสภาพการเลี้ยงในบ่อ เพราะการที่กุ้งจะเกิดโรคจากเชื้อไวรัส จำเป็นต้องมีการติดเชื้อไวรัส เนื่องจากเชื้อไวรัสไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้เองในธรรมชาติ ดังนั้นการเพิ่มจำนวนเชื้อไวรัสจะต้องอาศัยเซลล์ของสิ่งมีชีวิตในการเพิ่มปริมาณเชื้อ หากเปรียบเทียบโอกาสการติดเชื้อไวรัส การทดลองครั้งนี้กับสภาพการเลี้ยงจริงในระหว่างบ่อ โอกาสติดเชื้อของกุ้งก็ไม่เท่ากัน การเลี้ยงในบ่อจริงมีโอกาสติดโรคน้อยกว่า
ดังนั้นที่ถามว่า การทดลองครั้งนี้มีความสำเร็จแค่ไหน ตนขอตอบว่า 80% ในสภาพการทดลองในห้องปฏิบัติการ แต่ในการใช้แลคติกแอซิคแบคทีเรียในสภาพการเลี้ยงในบ่อจริงตอนนี้ ยังให้คำตอบไม่ได้ ต้องรอผลการเลี้ยงอีกประมาณ 4 เดือน

ปัจจุบันขั้นตอนการศึกษาวิจัยอยู่ในระดับไหน????
ขั้นตอนการวิจัยและทดลองในห้องปฏิบัติการ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว สำหรับโครงการวิจัยต่อไป เป็นการศึกษาการใช้ฟรีซดรายแลคติกแอซิคเพื่อต้านทานโรคในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ใช้เวลาทดลองประมาณ 4 เดือน เป็นการศึกษาการใช้ฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรียในสภาพการเพาะเลี้ยงในบ่อจริง ตอนนี้กำลังรอผลการอนุมัติงบประมาณโครงการวิจัย เพราะการทดลองครั้งนี้ ต้องใช้งบประมาณค่อนข้างสูง


มีการทดสอบภาคสนามแล้วหรือไม่ ??????????
เป็นแผนโครงการวิจัยในอนาคต เพื่อเป็นการยืนยันผลการทดลอง และการศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ เราจึงต้องมีการทดสอบทั้งในบ่อเลี้ยงกุ้งและโรงเพาะฟักลูกกุ้ง


ปัญหาที่สำคัญในการทดลอง ???????????
ปัญหาและอุปสรรคก็มีบ้าง แต่เราก็สามารถแก้ไขได้เนื่องจากมีแผนงานที่ชัดเจน ตลอดจนทางผู้ให้ทุนคือ สกว. นั้น จะมีการติดตามความก้าวหน้าของโครงการวิจัยเป็นระยะ ต้องทำงานแข่งขันกับเวลา เพราะต้องทำทั้งงานและงานวิจัย แต่ตนบอกว่าที่ทำงานวิจัยนั้นทำเพราะใจรักจริงๆ
สำหรับความสำเร็จของการวิจัยในครั้งนี้ นอกจากได้รับทุนสนับสนุนจาก สกว. แล้ว ก็มีนักศึกษาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ ชั้นปีที่ 4 ภาควิชาอุตสาหกรรมเกษตร คณะเกษตรศาสตร์นครศรีธรรมราช อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ได้แก่ นายอภิวัตต์ ตั้งธีรโชตกุล นายเฉลิมชนม์ บุญลิศ นายชัยยัณห์ ลิกชัย และนางสาวรุ่งทิวา ชูศรี
หากเกษตรกรหรือผู้สนใจเรื่องนี้ ต้องการสอบถามข้อมูล สามารถพบและสอบถามได้ในงานแสดงนิทรรศการ งานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ในวันที่ 18-23 สิงหาคม ศกนี้


ประเมินความสำเร็จของโครงการนี้ไว้อย่างไร ???????????
ภายหลังการศึกษาวิจัยในขั้นตอนแรก การศึกษาการแยกและคัดเลือกการใช้ฟรีซดรายแลคติกแอซิคแบคทีเรีย เพื่อต้านทานโรคในบ่อเลี้ยงกุ้ง คาดว่าโครงการนี้จะมีส่วยช่วยในการการแก้ปัญหาการเกิดโรค ลดการใช้ยารักษาโรคในปริมาณเกินความจำเป็น ซึ่งจุดนี้เป็นเหตุสำคัญในการทำให้มีการตกค้างของยาปฏิชีวนะในเนื้อกุ้ง ในฐานะหัวหน้าของโครงการวิจัยก็จะพยายามมุ่งมั่น ทำวิธีทางและบูรณณาการเทคโนโลยีชีวภาพ เพื่อให้เกิดความสำเร็จตามจุดประสงค์ของโครงการ
หนทางในการพัฒนาเป็นเชิงพาณิชย์ของเชื้อดังกล่าว
เรื่องนี้มีคนสอบถามกันเข้ามามาก แต่ตอนนี้เรายังไม่สามารถผลิตในระดับอุตสาหกรรมได้ เนื่องจากต้องรอ 3-4 เดือน สำหรับการทดลองในสภาพบ่อเลี้ยงจริง การศึกษาการขยายกำลังการผลิตจากระดับห้องปฏิบัติการไปสู่การผลิตในอุตสาหกรรม ขั้นตอนการผลิตในเชิงการค้าที่ต้องใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีที่ค่อนข้างซับซ้อน คือ การฟรีตดรายหรือไลโอฟิไลซ์ ส่วนการหมักเพื่อการผลิตเซลล์ก็ไม่ยุ่งยากมากนัก
เนื่องจากที่กล่าวมาแล้วว่าสถาบันการศึกษาไม่สามารถผลิตในเชิงการค้าได้ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องให้บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการจำหน่ายปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำเป็นผู้ผลิตและจำหน่าย ภายใต้การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ตามข้อกำหนด


ฝากข้อคิด
ในฐานะที่เป็นสถาบันการศึกษา มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาวิจัย ก็จำเป็นที่จะต้องรับทราบข้อมูลต่างๆจากเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ งานวิจัยบางเรื่องที่สถาบันการศึกษาทำอยู่นั้น ก็ได้คำแนะนำจากผู้เลี้ยงกุ้งในการศึกษาวิจัย
ด้วยเหตุที่ว่าประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการเพาะเลี้ยงกุ้งและอุตสาหกรรมการแปรรูป มีความเชี่ยวชาญในการเพาะเลี้ยงกุ้ง มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีปัจจัยต่างๆที่เอื้ออำนวย เช่น การกำหนดแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติให้ประเทศไทยเป็นครัวของโลก คาดการณ์ว่าอนาคตความต้องการอาหารต้องมีเพิ่มขึ้น ดังนั้นมูลค่าทางการตลาดรวมในธุรกิจการเลี้ยงกุ้งย่อมมีปริมาณมหาศาลแน่นอน
ในฐานะที่สถาบันการศึกษา เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับวงการสัตว์น้ำ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงกุ้งในอนาคต จำเป็นต้องทำงานในเชิงบูรณาการ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมแก้ปัญหาด้วยกัน เพิ่มให้อุตสาหกรรมการเลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จเป็นผู้นำส่งออกอันดับ 1 ของโลกต่อไป

www.sittogroup.com