ไทยควรเลี้ยงกุ้งดำ ออเดอร์มีแน่ถ้าไซซ์ใหญ่
หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย

หลังจากไทยหลุดแชมป์การผลิตกุ้งกุลาดำ เกษตรกรหลายเจ้าเริ่มไม่แน่ใจการผลิต ควรผลิตกุ้งดำต่อไปหรือหันหัวเลี้ยงกุ้งขาวตามกระแส สมาคมกุ้งไทยยื่นคำตอบแก่เกษตรกร ไทยควรเลี้ยงกุ้งดำต่อ มั่นใจหากทำไซซ์ใหญ่ออเดอร์มีเพียบ
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ไทยควรเลี้ยงกุ้งกุลาดำต่อไปหรือไม่เป็นคำถามที่เวลานี้ทุกคนต้องการทราบคำตอบที่ชัดเจน และภาพรวมของกุ้งกุลาดำมีตลาดรองรับแน่นอน แต่ผู้เลี้ยงกุ้งจะเลี้ยงไหวหรือไม่นั้นเป็นคำถามที่ตามมา เนื่องจากกุ้งขาวโตเร็วและให้ผลผลิตสูงในขณะที่กุ้งกุลาดำมีปัญหาในการเลี้ยง และให้ผลผลิตที่ต่ำ ปัญหาส่วนหนึ่งเกิดจากพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำยังไม่มีการพัฒนาที่ดีพอ ในขณะที่พ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวมีการพัฒนาจากต่างประเทศแล้ว และมีการนำเข้ามาเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ
การตลาดปรากฏว่าที่ผ่านมาเรื่องการตลาดของประเทศไทยสามารถปรับตัวได้ดี ถึงแม้การคาดการณ์ปริมาณกุ้งขาวในปีนี้ควรจะอยู่ที่การผลิต 30% ของกุ้งทั้งหมด มาถึงเวลานี้ปริมาณกุ้งขาวมีมากกว่า 50% ของกุ้งในประเทศ ซึ่งต้องให้เครดิตคนทำตลาดของประเทศไทยถือว่าเป็นนักการตลาดที่ดี สามารถพัฒนาสินค้าได้ดีระดับหนึ่ง กุ้งขาวจึงมีช่องทางจำหน่ายในตลาดได้ สำหรับในอนาคตกุ้งขาวจะเป็นอย่างไรคงต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิดต่อไป
"ถามว่ากุ้งกุลาดำจำเป็นไหมที่เราจะเลิกเลี้ยง ส่วนตัวผมคิดว่ากุ้งกุลาดำเราได้ลงทุนกับมันไปมากแล้ว ทั้งเรื่องของการผลิตและตลาด ผู้ซื้อไม่ว่าในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น มีเสียงตอบรับที่ดีมาตลอด และเมื่อนำกุ้งกุลาดำมาต้มแล้วสีสันจะสวยกว่ากุ้งขาว ในเรื่องคุณภาพของเนื้อกุ้ง กุ้งกุลาดำก็เป็นที่พอใจมากกว่า แม้แต่กระทั่งผู้ซื้อรายใหญ่ในสหรัฐฯ เขายังห่วงว่าอนาคตกุ้งกุลาดำจะเป็นอย่างไร ถ้าเมืองไทยไม่มีการผลิต เขาก็ต้องหันไปซื้อที่อื่น"
ขอฟันธงว่าประเทศไทยควรผลิตกุ้งกุลาดำเพราะตลาดมีรองรับชัวร์ และควรเลี้ยงให้ได้ไซซ์ใหญ่เพื่อไม่ให้ชนกับกุ้งขาว เพราะกุ้งขาวคุณสมบัติในการเลี้ยงเหนือกว่า ณ เวลานี้ถ้าเราต้องพัฒนาสายพันธุ์ให้มีคุณภาพ สามารถเลี้ยงได้ไซซ์ใหญ่อยู่ในระดับ 40 ตัว/กก. และจำเป็นต้องผลิตให้ได้ปีหนึ่งประมาณ 100,000 ตัน ส่วนกุ้งขาวคาดว่าจะเพิ่มปริมาณเป็น 300,000-400,000 ตัน ในอนาคตและมีแนวโน้มเพิ่มจำนวนมากกว่านี้แน่นอน แต่ถึงอย่างไร ขอให้เกษตรกรคำนึงถึงตลาดคู่แข่งในการผลิตกุ้งขาว ที่มีทั้งประเทศจีน เวียดนาม อินเดีย ละตินอเมริกา ซึ่งเขามีประสบการณ์ในการเลี้ยงกุ้งขาวมาก่อนประเทศไทย
นายไพบูลย์ ดุษฎีวุฒิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทจันทบุรีซีฟู้ดส์ จำกัด กล่าวเสริมว่า ไทยควรเลี้ยงทั้งกุ้งกุลาดำและกุ้งขาว แต่ขึ้นอยู่กับเกษตรกรว่าถนัดในการเลี้ยงกุ้งชนิดไหนมากกว่ากัน ถ้าเลี้ยงกุ้งกุลาดำแล้วได้ผลและผู้เลี้ยงมีประสบการณ์ในการเลี้ยงเป็นอย่างดี ก็ควรเลี้ยงกุ้งกุลาดำต่อไป บางคนอาจบอกเลี้ยงกุลาดำแล้วไม่ค่อยได้ผลจะหันมาเลี้ยงกุ้งขาวก็ไม่มีปัญหา สำหรับห้องเย็นเราต้องการกุ้งทั้ง 2 ชนิด เพราะเรามีตลาดทั้งสองรูปแบบ สัดส่วนในการส่งออก ณ วันนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณของวัตถุดิบที่มีอยู่ในตลาด ถ้ามีกุ้งกุลาดำมากเราต้องพยายามทำตลาดกุ้งกุลาดำ ถ้ากุ้งขาวมีปริมาณมาก เราต้องทำตลาดกุ้งขาว