เนวิน ทำประกันกุ้ง หากอียูเผาฯ
หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย

เนวิน'ทำประกันกุ้ง
หากอียูเผารัฐใช้คืน
ห้องเย็นฮึดมีแรงสู้

เนวินผุดไอเดียเตรียมรับประกันภัยกุ้ง สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ส่งออกกุ้งของไทย เผยรัฐบาลจะแบกรับภาระค่าเบี้ยประกัน มั่นใจผลักดันให้ตลาดส่งออกขยายตัวไปยังตลาดอื่นๆ ได้ทั่วโลกมากขึ้น ห้องเย็นเอาด้วย เสียเบี้ยประกันเองก็ยอม พร้อมบุกตลาดอียู ยันภาษีไม่เคยกลัว หวั่นถูกเผาอย่างเดียว หากรัฐชดใช้ ลุยเต็มที่แน่นอน
นายเนวิน ชิดชอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแนวคิดในการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ส่งออกกุ้งของไทย ด้วยการรับประกันภัยกุ้ง โดยรัฐบาลจะแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องเบี้ยประกัน ซึ่งมาตรการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถทำให้ผู้ส่งออกกุ้งกุลาดำของไทย เกิดความเชื่อมั่นที่จะผลักดันให้การส่งออกเกิดการขยายตัวไปยังตลาดอื่นๆ ที่นอกเหนือจาก ตลาดส่งออกหลัก คือประเทศสหรัฐอเมริกา เนื่องจาก หลังเกิดข้อพิพาทกรณีประเทศสหรัฐอเมริกา เตรียมฟ้องร้องผู้ส่งออกไทย โดยกล่าวหาว่า ไทยส่งออกกุ้งเข้าทุ่มตลาดในประเทศสหรัฐฯ ส่งผลให้ 1 ปีที่ผ่านมา การส่งออกเกิดการชะลอตัวมาโดยตลอด เนื่องจาก ผู้ประกอบการไม่กล้าทำการส่งออกกุ้ง ขณะเดียวกันประเทศคู่แข่งขัน เช่น จีน เวียดนาม อินเดีย มีการขยายกำลังการผลิตป้อนสู่ตลาดโลกเพิ่มมากขึ้น ทำให้ราคากุ้งกุลาดำของเกษตรกรไทยตกต่ำ

ประกันภัยสำเร็จ 50 ตัว/กก. 250 บาทแน่นอน
นายเนวิน กล่าวต่ออีกว่า มาตรการรับประกันภัยกุ้งดังกล่าวนั้น ขณะนี้ได้มอบหมายให้กรมประมงไปศึกษาความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และมั่นใจว่าจะเกิดการขยายตัวของตลาดส่งออกกุ้ง และทำให้สถานการณ์ของราคากุ้งปรับตัวเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งน่าจะส่งผลให้กุ้งขนาด 50 ตัว/กก. มีราคาขายอยู่ที่ 250 บาท/กก.ได้ภายในระยะ 1 เดือนข้างหน้านี้
"แนวทางการรับประกันภัยกุ้ง จะไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับรัฐบาลอย่างแน่นอน เนื่องจากการดำเนินการในเรื่องของการปราบปรามปัญหาสารตกค้างไนโตรฟูแรนและคลอแรมฟีนิคอลอย่างเข้มงวดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กุ้งไทยมีความปลอดภัยไร้ปัญหาสารตกค้าง รวมไปถึงมาตรการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานอีกด้วย จึงไม่น่าที่จะมีปัญหาในเรื่องของการส่งออกกุ้งของไทย" นายเนวินกล่าว

ห้องเย็นเผยภาษีอียูแพงไม่เคยกลัว
ทางด้าน ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย กล่าวว่า จริงๆ แล้วเรื่องการรับประกันภัยกุ้ง ทางรัฐบาลได้สอบถามทางผู้ส่งออกว่า จะมีทางออกใดที่จะทำให้กุ้งไทยไปยุโรปได้บ้าง ผู้ส่งออกก็บอกไปว่าตลาดยุโรปเรามีปัญหาอย่างเดียวคือไปแล้วถูกเผา ซึ่งถ้ากรมประมงตรวจกุ้งก่อนส่งออกจนมั่นใจก็ให้รับประกันไปเลย เอกชนก็จะทำตลาดได้ง่ายขึ้น
กุ้งไปอียูถ้าไม่ติดเรื่องถูกเผา เราก็ส่งไปได้ เรื่องภาษีแค่นี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับผู้ส่งออก แต่ช่วงที่ภาษีขึ้นก็ยอมรับว่า ยอดส่งออกกุ้งของเราที่ส่งไปยุโรปตกไปครึ่งหนึ่ง แต่ใช่ว่ากุ้งไทยจะหายไปจากอียูทั้งหมด คนที่ยังพอมีแรงทำส่งไปได้ก็ยังมี แต่หลังจากอียูออกมาตรการเผากุ้ง คนที่ถูกเผาก็เลิกส่งกุ้งไปอียูเลย ดังนั้นเมื่อกรมประมงบอกว่า กรมประมงมีอุปกรณ์ในการตรวจ ตรวจแล้วกรมประมงก็รับประกันไปเลย แล้วจะคิดเป็นเบี้ยประกันหรือค่าตรวจเพิ่มอย่างไรก็ให้กรมประมงไปคิดมา ถ้าเป็นอย่างนี้เราก็น่าจะดึงยอดทางยุโรปขึ้นมาได้

รัฐประกันภัยมั่นใจยอดอียูกลับมา
"สำหรับวิธีการประกัน ผู้ที่รับประกันก็ต้องคำนวณว่ามีโอกาสเจอยาตกค้างในกุ้งเท่าไหร่ แต่ไม่ทราบว่ากรมประมงจะคำนวณว่าส่งไปกี่ตู้แล้วจะเจอกี่ตู้ยังไง ตรงนี้ยังไม่ได้ตกลงกันในรายละเอียด ซึ่งตอนนี้กรมประมงกำลังไปเช็คอยู่ว่า คนที่รับตรวจกุ้งเขาคิดค่าประกันเท่าไหร่ แต่คิดว่ากรมประมงสามารถรับประกันกุ้งได้สบายๆ เพราะเขาทั้งตรวจกุ้งอยู่เอง แล้วยังมีอำนาจบังคับอีกด้วย ซึ่ง ณ วันนี้สิ่งที่ทำให้เราไม่กล้าส่งออกกุ้งไม่ใช่เพราะภาษี ถึงภาษีแพงเราก็ยังขายกันอยู่ได้ แต่พอมาเจอเรื่องเผาก็ไม่รู้จะส่งไปยังไง เพราะที่เราส่งไปก็ได้กำไรไม่มากอยู่แล้ว ตรงนี้ถ้ามีการรับประกัน โดยกรมประมงเป็นคนเก็บเบี้ยประกัน เราก็พร้อมที่จะให้ แล้วกรมประมงก็ไปตรวจกุ้งจนมั่นใจว่าไม่มีสารตกค้างแล้วจึงส่งไปอียู ถ้าไม่โดนเผา กรมประมงก็เก็บเบี้ยประกันไว้ แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุอียูตรวจเจอสารตกค้างขึ้นมาแล้วเผากุ้ง กรมประมงก็เครมหรือชดใช้เงินให้กับภาคเอกชน ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ผู้ส่งออกก็จะมีกำลังใจในการทำตลาดอียูขึ้นอีกเยอะ รับรองว่ากุ้งไทยจะไปอียูอย่างน้อยๆ 10% ของปริมาณที่เคยส่งไปในอดีต ตรงนี้ก็จะมีผลทำให้ราคากุ้งในประเทศดีขึ้นอย่างแน่นอน" ดร.ผณิศวรกล่าว