กุ้งกล้วย กุ้งแชบ๊วยยักษ์
หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย

มาแล้ว…กุ้งกล้วย แชบ๊วยยักษ์
ตอนที่ 1

"กุ้งแชบ๊วยยักษ์ กุ้งบานาน่า พรอน หรือกุ้งกล้วย มีลักษณะรูปร่างเหมือนกับกุ้งแชบ๊วยในบ้านเรา แต่จะตัวใหญ่กว่า ลำตัวจะมีสีออกเหลืองๆ และมีสีน้ำเงินคาดบริเวณหลังของกุ้ง ลักษณะเด่นของกุ้งตัวนี้คือกรีจะสูงเป็นสัน และมีซี่กรีไม่กี่ซี่ ซึ่งปัจจุบันเรานำกุ้งตัวนี้เข้ามาทดลองเลี้ยงในประเทศไทย ในเบื้องต้นได้ผลเป็นที่น่าพอใจ คือกุ้งตัวนี้จะโตเร็วกว่ากุ้งขาวแวนนาไมมาก คาดว่าถ้าพบเทคนิคดีๆ เลี้ยง 4 เดือน น่าจะได้ไซซ์ 30 ตัว/กก."
น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ แกนประสานเครือข่ายคนไทย-กุ้งไทย กล่าวว่า เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เกิดโรคระบาดตัวแดงดวงขาวในกุ้งกุลาดำ และมีแนวโน้มว่าจะพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งกุลาดำได้ยาก จึงเริ่มมองหากุ้งสายพันธุ์อื่นมาสำรอง และได้พุ่งเป้าไปที่กุ้งแชบ๊วย เพราะกรมประมงได้พัฒนามาบ้างแล้ว จากนั้นก็เริ่มเก็บข้อมูลและไปปรึกษาผู้ส่งออก เนื่องจากเกรงว่าเมื่อทำแล้วจะไม่มีตลาด ซึ่งผู้ส่งออกส่วนใหญ่เห็นว่า เขาทำกุ้งกุลาดำเข้าที่อยู่แล้ว ถ้าทำกุ้งแชบ๊วยเกรงว่าจะมาเป็นภาระ เพราะกุ้งตัวนี้เปลือกบางแปรรูปยาก และหากมีปริมาณน้อยจะทำตลาดยาก เราจึงต้องหยุดโครงการนี้ไป

ญี่ปุ่นชอบแชบ๊วยยักษ์
ต่อมา ประเทศไทยนำกุ้งขาวแวนนาไมเข้ามาเลี้ยง และตลาดกุ้งขาวเริ่มเปิด เราก็มองว่า ในอนาคตจะมีประเทศผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมจำนวนมาก จะเกิดการแข่งขันกันอย่างรุนแรง เราต้องหากุ้งสายพันธุ์อื่นซึ่งมีความแตกต่างจากกุ้งขาวแวนนาไมมาทดแทน พอดีเราได้รับข้อมูลจาก ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช บริษัทแพ็คฟู้ด ว่า ในช่วงแรกที่ท่านนำกุ้งขาวแวนนาไมไปเสนอขายที่ตลาดญี่ปุ่น เขาถามว่า ไทยสามารถผลิตกุ้งขาวแชบ๊วยสายพันธุ์น้ำลึก หรือสายพันธุ์ พีเนียส เมอร์กุเอนสิส เดอ แมน (P.MERGUIENSIS DE MAN) หรือบานาน่า พรอน ได้ไหม เพราะว่าตลาดญี่ปุ่นต้องการกุ้งตัวนี้มาก หากไทยผลิตได้เขายินดีที่จะลุยตลาดอย่างเต็มที่ เราจึงคิดว่าถ้าเราพัฒนากุ้งตัวนี้ขึ้นมาได้ เราจะมีข้อได้เปรียบ คือ
1.กุ้งขาวแชบ๊วย เป็นกุ้งท้องถิ่นที่ญี่ปุ่นชอบมาก ดร.ผณิศวร ชำนาญเวช นายกสมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย ยืนยันว่า ถ้าไทยผลิตกุ้งแชบ๊วยได้ตัวใหญ่ๆ สวยๆ จะมีโอกาสทำรายได้จากญี่ปุ่นดีกว่ากุ้งขาวแวนนาไม
2.กุ้งขาวแชบ๊วย ชนิดตัวใหญ่จากแหล่งพันธุ์น้ำลึก หรือ บานาน่า พรอน (น้ำลึก-ไม่เสี่ยงโรคเหมือนชายฝั่ง) ทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า ไต้หวันสามารถเลี้ยงเป็นกุ้งตัวใหญ่ได้คล้ายกับเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ดังนั้น ถ้าเราสามารถจับจุดเทคนิคเลี้ยงที่เหมาะสมจนเลี้ยงในเชิงธุรกิจได้ กุ้งแชบ๊วยจากแหล่งพันธุ์น้ำลึกนี้ จะสามารถเสริมระบบผลิตกุ้งของไทยได้อีกระดับหนึ่ง
3.กุ้งขาวแชบ๊วย เป็นกุ้งท้องถิ่นเอเชียตะวันออกใต้ จะเอื้อให้ไทยสามารถนำมาผลิตได้ต่อเนื่อง และยังช่วยลดความเสี่ยงการกีดกันด้านการตลาดได้ด้วย
4.คุณชัยรัตน์ พุ่มช่วย และคณะฯ กรมประมง ซึ่งได้ทดลองผลิตพันธุ์กุ้งแชบ๊วย จากบ่อดินถึง F3 ยืนยันว่า สามารถผลิตพันธุ์กุ้งนี้จากระบบฟาร์มเลี้ยงได้ไม่ยากและลูกพันธุ์ที่ผลิตรุ่นหลังๆ มีแนวโน้มเลี้ยงง่ายกว่าใช้พ่อแม่พันธุ์จากธรรมชาติ

ทดลองเลี้ยงบ่อดิน 12 ฟาร์ม
น.สพ.สุรศักดิ์ อธิบายว่า กุ้งขาวแชบ๊วย เป็นกุ้งสายพันธุ์ท้องถิ่นมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งเอเชียตะวันออกถึงเอเชียใต้ (จีน, ญี่ปุ่น, เวียดนาม, ไทย, อินโดนีเซีย ถึงตอนเหนือของออสเตรเลีย) และนักวิชาการประมง กรมประมง ได้ศึกษาทดลองขยายพันธุ์และเพาะเลี้ยงมาแล้วระดับหนึ่ง แต่ในทางธุรกิจส่วนใหญ่ยังเป็นการจับจากธรรมชาติ
จริงๆ แล้วเราเคยทดลองเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยน้ำตื้นที่กรมประมงผลิต เราก็ได้ข้อมูลระดับหนึ่งว่าเรามีความสามารถเลี้ยงได้ แต่ในขณะนั้นเราใช้วิธีการเลี้ยงและให้อาหารของกุ้งกุลาดำ จึงทำให้ต้นทุนสูง แต่มาถึงปัจจุบันเรามีอาหารกุ้งขาว และห้องเย็นก็เปิดตลาดกุ้งขาวแล้ว เราก็น่าจะมาทดลองเลี้ยงกันอีกครั้งหนึ่ง เราก็เริ่มเก็บข้อมูลใหม่ และพบว่า ไต้หวันก็มีการเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยเช่นกัน แต่เป็นกุ้งแชบ๊วยสายพันธุ์น้ำลึก ชื่อว่า บานาน่า พรอน หรือกุ้งกล้วย ซึ่งเขาเลี้ยงกุ้งตัวนี้ 120 วัน ได้ไซซ์ 30 ตัว/กก. นอกจากนี้ออสเตรเลียก็เลี้ยงกุ้งตัวนี้ได้ไซซ์ใหญ่เช่นกัน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศส่งกุ้งบานาน พรอน ไซซ์ใหญ่ไปขายตลาดญี่ปุ่นแล้วได้ราคาสูงมาก (เมื่อเทียบกับกุ้งกุลาดำ) เราก็คิดว่า ถ้าเราสามารถผลิตกุ้งตัวนี้ได้ในเชิงพาณิชย์ โดยใช้วิธีการเลี้ยงต่อยอดจากกุ้งขาวแวนนาไม เราก็น่าจะส่งขายตลาดญี่ปุ่นและได้ราคาสูงกว่ากุ้งขาวแวนนาไม
หลังจากนั้นเราก็ทำการติดต่อประสานงานจนได้คนที่สามารถนำกุ้งแชบ๊วยสายพันธุ์น้ำลึกมาได้ เราก็เลยนำเข้ามาให้สารินแฮชเชอรี่ทดลองทำลูกพันธุ์ และหาบ่อดินมาทดลองเลี้ยง ซึ่งได้ฟาร์มอาสาสมัครมา 12 ราย คือ ท.พ.สุรพล ประเทืองธรรม, อ.ประคอง จันทรัตน์, น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ, คุณอรุณ ตรีสิริเกษม, คุณพงษ์ชัย ศิรินทรางกูร, คุณอรรถพล สุริยวงศ์แห, คุณเกรียงศักดิ์ รุ่งโรจน์วรารักษ์, คุณพิญพันธ์ สุวรรณรัตน์, คุณนพดล วรรณวีระ, คุณสมนึก หนูเที่ยง, คุณสมพล - คุณนงเยาว์, คุณจันทิมา เลิศวรากรพงศ์ และคุณสายัณท์ แสงมณี

มั่นใจได้กุ้งไซซ์ใหญ่เหมือนกุลาดำ
"เท่าที่ได้ข้อมูลมาจนถึงปัจจุบัน ผมค่อนข้างมั่นใจว่า เราสามารถพัฒนาการเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยสายพันธุ์น้ำลึกหรือกุ้งบานาน่าพรอนได้ จากเดิมที่เราใช้กุ้งแชบ๊วยสายพันธุ์ชายฝั่ง ซึ่งเราไม่มีโอกาสได้พ่อแม่พันธุ์ไซซ์ใหญ่ระดับ 8-9 นิ้ว แต่กุ้งแชบ๊วยสายพันธุ์น้ำลึกจากที่เรานำพ่อแม่กุ้งเข้ามามีโอกาสได้ไซซ์ระดับ 9-10 นิ้ว ทำให้เราค่อนข้างมั่นใจว่า หากแม่พันธุ์กุ้งตัวใหญ่ แสดงว่าเมื่อนำลูกพันธุ์มาเลี้ยงเราก็น่าจะได้กุ้งไซซ์ใหญ่ 20-30 ตัว/กก. เพราะเป็นช่วงที่กุ้งเล็กยังอยู่ในระยะที่กุ้งกำลังโตเร็วอยู่ ผมก็เลยนำมาทดลองเลี้ยง โดยสร้างเครือข่ายประสานงานอย่างเป็นระบบ และติดต่อประสานงานกับนักวิชาการกรมประมงอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของกระบวนการในโรงเพาะฟัก เราติดต่อกับ คุณชัยรัตน์ พุ่มช่วย ซึ่งท่านเป็นคนพัฒนาพ่อแม่พันธุ์กุ้งแชบ๊วยในบ่อดิน ปัจจุบันถึงรุ่น F3 แล้ว ส่วนในบ่อดินเราก็ติดต่อกับนักวิชาการหลายๆ ท่านด้วยกัน สำหรับรูปแบบการเลี้ยงเราใช้เทคนิคของกุ้งขาวแวนนาไมเป็นหลัก ซึ่งมาถึงวันนี้กุ้งในบ่อดินที่โตที่สุดมีอายุประมาณ 20 วันแล้ว ซึ่งในเบื้องต้นเห็นได้อย่างชัดเจนว่า กุ้งตัวนี้โตเร็วกว่ากุ้งขาวแวนนาไมมาก คือจะโตและตัวใหญ่พอๆ กับกุ้งกุลาดำเลยทีเดียว คิดว่าเราน่าจะได้กุ้งไซซ์ใหญ่อย่างแน่นอน" น.สพ.สุรศักดิ์กล่าว
"ยังไม่จบ" แต่เนื่องจากเนื้อที่เรามีจำกัด จึงต้องขอยกยอดไปต่อกันในฉบับที่ 7 ซึ่งในตอนต่อไป เราก็จะมาดูกันว่า ในการทดลองเลี้ยงกุ้งกล้วยนั้น ฟาร์มอาสาสมัครทั้ง 12 ฟาร์ม มีเทคนิคการเลี้ยงกันอย่างไรบ้าง มีให้อาหารอย่างไร ตีน้ำอย่างไร แล้วกุ้งตัวนี้มีลักษณะนิสัยอย่างไร และที่พลาดไม่ได้ คือผลการเลี้ยง (ในเบื้องต้น) จะเป็นอย่างไรนั่นเอง ท่านผู้อ่านห้ามพลาดอย่างเด็ดขาด
"โครงการนี้อยู่ระหว่างการศึกษาทดลอง กรุณาอย่าแห่เลี้ยงตอนนี้ จะขาดทุนได้… ผู้เพาะลูกกุ้งอย่าเชียร์ชาวบ้านเลี้ยงเดี่ยวๆ เพราะกลุ่มนครศรีธรรมราชทดลองเลี้ยงแล้วยังไม่ได้ผลดีในเชิงธุรกิจ"