BACK

กุ้งกล้วย ไม่กล้วยอย่างที่คิดแล้วล่ะ
หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย

www.thaishrimp.net
'กุ้งกล้วย' ไม่กล้วยอย่างที่คิด
โดย : น.สพ.สุรศักดิ์ ดิลกเกียรติ
แกนประสานเครือข่าย คนไทย-กุ้งไทย


หนังสือพิมพ์กุ้งไทยฉบับที่แล้ว ได้ลงข่าวเรื่องที่ผมและคณะอาสาสมัครร่วมกันทดลองเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย พีเนียส เมอร์กุเอนสิส โดยเลือกสายพันธุ์น้ำลึกนอกอ่าวไทยมาทดลองเลี้ยง กุ้งชนิดนี้นานาประเทศขนานนามว่า 'บานาน่า พรอน หรือ กุ้งกล้วย' จากข้อมูลศึกษาทดลองในแฮชเชอรี่ที่ผมให้ คุณอรรถพล สุริยวงศ์แห ช่วยเพาะลูกกุ้งให้ ปรากฏว่ากุ้งชนิดนี้โตเร็วมาก แต่พอนำมาเลี้ยงในบ่อดินซึ่งขณะกุ้งนี้รุ่นแรกมีอายุมากที่สุดประมาณ 40 วัน ปรากฏว่า "กุ้งกล้วย ไม่กล้วยอย่างที่คิด" คงจะต้องค้นหาเทคนิคการเลี้ยงที่เหมาะสมอีกพักใหญ่ทีเดียว
ดังนั้น ในฉบับนี้ผมขออนุญาตบรรณาธิการ ลงข้อมูลโครงการศึกษาทดลอง ทั้งเป้าหมาย และผลการศึกษาถึงปัจจุบัน เพื่อให้ชาวกุ้งไทยได้รับทราบพร้อมกัน และหากท่านใดมีความคิดหรือแนวทางดีๆ หรือจะร่วมศึกษาทดลอง จะได้ร่วม 'แจม' กันต่อไป

เป้าหมายโครงการศึกษาทดลองกุ้งกล้วย
1.หากุ้งสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่แตกต่างเพื่อขายตลาดบนในประเทศญี่ปุ่นและอื่นๆ
2.ผลิตกุ้งไซซ์ใหญ่ระดับ 25-30 ตัว/กก. เพื่อเสริมตลาดบนของกุ้งกุลาดำ ซึ่งลูกค้ามักจะบ่นว่ากุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่เนื้อเหนียวกว่ากุ้งกล้วย
3.เตรียมสายพันธุ์กุ้งสำรองเป็นทางเลือกในอนาคต
4.หาพันธุ์กุ้งที่เลี้ยงร่วมเพื่อเป็นตัวเก็บเศษและ/หรือช่วยบำบัดในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ

ข้อมูลเชิงบวก
1.ราคาขายส่งในประเทศญี่ปุ่น พบว่า กุ้งกล้วยราคาสูงกว่ากุ้งกุลาดำ 2 เท่า (ในขนาดเดียวกัน)
2.มีข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วว่า ไต้หวันและออสเตรเลีย ผลิตกุ้งนี้ขายญี่ปุ่นได้แล้ว
3.มีข้อมูลเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย (จากแหล่งพันธุ์ชายฝั่ง) ทั้งเลี้ยงเดี่ยวและเลี้ยงเสริมในบ่อกุ้งกุลาดำอายุ 40 วัน ปรากฏว่าเลี้ยงได้ผล ช่วยสร้างรายได้เสริมในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้เป็นอย่างดี

สรุปข้อมูลการเลี้ยงกุ้งกล้วยสายพันธุ์น้ำลึกของไต้หวัน (รับทราบจากบุคคลที่ 3 ที่ไปดูกิจการด้วยตนเอง)
1.เตรียมบ่อ เตรียมน้ำ โดยสร้างอาหารธรรมชาติมากๆ และเพาะหนอนแดงเสริม ทำสีน้ำเข้มจัดก่อนปล่อยกุ้ง (ใช้ปุ๋ยหมัก สูตร ปลาบด+รำละเอียด)
2.ปล่อยลูกกุ้งอัตรา 50,000 ตัว/ไร่ และเลี้ยงโดยเติมเฉพาะปุ๋ยหมักเพื่อเร่งอาหารธรรมชาติ (ในระยะ 20 วันแรก)
3.เลี้ยงต่อด้วยอาหารสำเร็จคลุกเคลือบด้วยน้ำปลาบดหมัก โดยไม่ทราบสูตร (ถ้าเป็นสูตรเกาหลี จะใช้ปลาบด 50-60% + น้ำตาลทรายแดง 50-40% หมัก 20 วันขึ้นไป)
4.ผล คือ เลี้ยง 120 วัน ได้กุ้งไซซ์ใหญ่กว่า 30 ตัว/กก.

สรุปข้อมูลเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย (พันธุ์ชายฝั่ง) ของคุณไพริน รักนิ่ม อ.ระโนด จ.สงขลา (ข้อมูลเลี้ยง 2 รอบ และระหว่างการเลี้ยงรอบปัจจุบัน)
1.เตรียมอาหารธรรมชาติ และรักษาสีน้ำเข้ม (โดยเติมปุ๋ยยูเรียเล็กน้อย) หรือมีตะกอนดินตลอดการเลี้ยง ให้ความขุ่นใสประมาณ 10 ซม. เพื่อป้องกันกุ้งตื่นตัวจนเครียดและกินกันเอง
2.เลี้ยงที่ระดับพีเอชสูงกว่าปกติ (อาจเพราะน้ำเข้ม) และเติมน้ำเพิ่มความเค็มในช่วงเดือนที่ 3-4 (ความเค็ม 15-30)
3.อัตราปล่อย 50,000 ตัว/ไร่
4.ให้อาหารกุ้งกุลาดำ และเทคนิคเลี้ยงเลียนแบบกุ้งกุลาดำ
5.ผลการเลี้ยง - รอบแรก ระยะเวลาเลี้ยงที่ 110 วัน ไซซ์เฉลี่ย 60 ตัว/กก. อัตรารอด 70% อัตราแลกเนื้อ 1.5 ขึ้นไป ผลผลิตระดับ 800 กก./ไร่
- รอบปัจจุบัน ที่อายุ 75 วัน ได้ไซซ์ 70 ตัว/กก. (เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2546)

สรุปข้อมูลเลี้ยงกุ้งแชบ๊วยโดยปล่อยเสริมในบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำอายุ 40-50 วัน (คุณธวัชชัย-ตะกั่วป่า ซึ่งเลี้ยงมานานแล้ว และคุณพนัส-ท่าชนะ ทดลอง 2 รอบ, อื่นๆ)
1.ปล่อยลูกกุ้งแชบ๊วยเสริมในบ่อกุ้งกุลาดำ (ที่อายุกุ้งกุลาดำ 40-50 วัน) อัตราปล่อย 80,000-120,000 ต่อบ่อ 4 ไร่ โดยปล่อยบริเวณชายเลน หลังหว่านอาหารมื้อเที่ยง 20 นาที
2.เลี้ยงกุ้งกุลาดำปกติ โดยไม่ต้องสนใจกุ้งแชบ๊วย
3.การกินอาหาร ลูกกุ้งแชบ๊วยระยะแรกกินซากแพลงก์ตอน แพลงก์ตอนสัตว์ ตะกอนอาหาร ตะกอนขี้กุ้งกุลาดำ และปรับกินสะเก็ดอาหารหรืออาหารสำเร็จกุ้งกุลาดำบ้างในช่วงกุ้งใหญ่ 15-20 วันสุดท้าย
4.ผลที่ได้คือ
4.1 เลี้ยงกุ้งกุลาดำ เดือนที่ 3-4 ง่ายขึ้น เพราะลูกกุ้งแชบ๊วยช่วยเก็บเศษสารอินทรีย์ส่วนเกินและช่วยเป็นตัวรบกวนไม่ให้กุ้งกุลาดำหมกเลนหรือเกาะเฉื่อยที่พื้นบ่อจนติดซูโอแทมเนียม
4.2 ได้ผลผลิตเสริมประมาณบ่อละ 500-1,200 กก. ที่ไซซ์ 60-70 ตัว/กก. ซึ่งอัตรารอดอยู่ที่ 30-60% เพราะจะถูกกุ้งกุลาดำจับกินในช่วงกุ้งเล็กหรือช่วงลอกคราบบางส่วน (ถ้าปรับเทคนิคการปล่อย โดยปล่อยที่เขตเลนหลังหว่านอาหารมื้อเย็นหรือบ่าย อัตรารอดจะสูงขึ้น)
4.3 ชนิดของลูกกุ้งที่ซื้อจะมีผลต่อการเจริญเติบโต เข้าใจว่าผู้ผลิตลูกกุ้งไม่ได้เลือกแยกพันธุ์กุ้งชัดเจน
4.4 ต้นทุนการผลิตไม่เพิ่มขึ้น เพราะกุ้งแชบ๊วยช่วยเป็นตัวบำบัดช่วงแรก แม้กินอาหารบ้างในช่วงปลาย แต่การที่กุ้งกุลาดำอยู่สบาย เปรียว และโตเร็วช่วงปลายจะทดแทนค่าอาหารได้ (สรุปคือได้แชบ๊วยฟรี)
5.ข้อควรระวัง ต้องเลือกเฉพาะลูกกุ้งแชบ๊วยที่ปลอดโรคดวงขาว จากแหล่งที่เชื่อถือได้จริง

สรุปข้อมูลการทดลองเลี้ยงกุ้งกล้วยของกลุ่มอาสาสมัคร (ประเมินที่อายุทดลองชุดแรกอายุ 40 วัน)
1.ข้อมูลการเตรียมบ่อ เตรียมน้ำ และการปล่อยลูกกุ้ง
- ทุกบ่อไม่ได้เตรียมอาหารธรรมชาติเต็มที่เพราะทำไม่ทัน (เนื่องจากเป็นโครงการเร่งด่วนและลูกกุ้งในบ่อเพาะโตเร็วมาก)
- อัตราปล่อย 100,000 ตัว/ไร่ และสีน้ำไม่เข้มจัดพอ
2.แนวทางการเลี้ยง
- ทุกบ่อใช้แนวทางการเลี้ยงของกุ้งแวนนาไมและใช้อาหารกุ้งแวนนาไมหรือกุ้งรวม
3.ผลสรุปถึงอายุกุ้ง 25-30 วัน (เริ่มเช็คยอ)
- อัตรารอดดี ระยะ 25 วันแรกโตเร็ว
- บ่อที่น้ำใสและ/หรือ อัลคาไลน์ต่ำ จะเกิดปัญหากินกันเองและเครียดจัด
- โดยเกณฑ์เฉลี่ยน่าพอใจ
4.ผลสรุปที่กุ้งอายุ 40 วัน
- ส่วนใหญ่เช็คยอไม่ได้ ต้องปรับให้อาหารแบบคาดเดา โดยดูพฤติกรรมและการเจริญเติบโต
- พบว่ากุ้งไม่ค่อยชอบอาหารโปรตีนต่ำหรือที่มีกลิ่นไม่จูงใจ เมื่อคลุกอาหารด้วยปลาบดหมักกุ้งจะกินอาหารดีขึ้น
- กุ้งผอมเพรียวกว่ากุ้งขาวแวนนาไม ความยาวตัวได้ แต่น้ำหนักไม่ได้ (ที่ 40 วัน น้ำหนักประมาณ 2.5-3.0 กรัม ความยาว 5.5-6.0 ซม.)
- ด้วยความรู้สึกตรงกัน คือ
* กุ้งนี้มีลำไส้เล็ก เมื่อเทียบกับกุ้งกุลาดำและกุ้งแวนนาไม
* กุ้งนี้ตื่นตกใจง่าย และกร้าวร้าว (ดุ) เกินคาด
* อาหารไม่พอ หรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม จะกินกันเอง และเครียดง่าย
* พบกล้ามเนื้อส่วนหางและข้างลำตัวบางส่วนขุนขาว (ยังไม่ได้ส่งตรวจวิเคราะห์)
- เสียกุ้งทดลองไปแล้ว 2 บ่อ
* จากสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสม แกว่ง อัลคาไลน์ต่ำ (ปิดบ่อที่กุ้งอายุ 18 วัน)
* จากโรคตัวแดงดวงขาว เนื่องจากบ่ออยู่ริมถนน มีแขกเยี่ยมยกยอตลอดวัน (ปิดบ่อที่กุ้งอายุ 35 วัน)

แนวทางศึกษาทดลองต่อเนื่อง
1.ทดลองปรับเรื่องอาหาร
* ชนิดอาหาร -ปรับใช้อาหารกุลาดำ/กุ้งรวม/กุ้งแวนนาไม หรืออาหารคลุกปลาบดหมัก
* วิธีให้อาหาร -ซอยมื้ออาหาร และปรับตามเงื่อนไขในการลอกคราบ หรือ
-เสริมอาหารระหว่างมื้อตามความจำเป็น หรือ
-เลี้ยงน้ำเข้ม ให้แพลงก์ตอนดรอปต่อเนื่องหรือเป็นครั้งคราว
2.ทดลองปรับสภาพแวดล้อม
- เลี้ยงน้ำสูง สีน้ำเข้มหรือมีตะกอนดิน
- ใช้สารกระตุ้นให้ลอกคราบพร้อมกันเป็นครั้งคราว หรืออื่นๆ
3.ศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อค้นหาเทคนิคการเลี้ยงให้ได้กุ้งไซซ์ใหญ่ โดยไม่เกิดภาระต้นทุนกับผู้ร่วมทดลอง
สรุป : การศึกษาทดลองเลี้ยงกุ้งแชบ๊วย ที่เรียกว่า กุ้งกล้วยนี้ ปรากฏว่า ไม่กล้วยอย่างที่คิด ดังนั้น ความมั่นใจที่ได้ตอนนี้ก็เฉพาะกรณีปล่อยลูกกุ้งแชบ๊วยปลอดเชื้อเสริมในบ่อกุ้งกุลาดำ ส่วนการเลี้ยงเดี่ยวให้ได้ไซซ์ใหญ่นั้น ยังต้องทดลองอีกระยะหนึ่ง ซึ่งขณะนี้อาสาสมัครบางรายเริ่มย้ายกุ้งให้บางลงและจะทำการทดลองต่อเนื่องต่อไป "ผลเป็นอย่างไร อีกไม่นานเกินรอครับ"
เป้าหมายหลักของโครงการผลิตกุ้งกล้วย คือ ให้สามารถเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่กว่า 30 ตัว/กก.
เพื่อส่งขายตลาดเฉพาะ ญี่ปุ่น และเอเชียตะวันออก-ใต้