สูตรให้อาหารกุ้งขาวบ้านแพ้ว
110 วัน ไซซ์ 40 ตัว/กก.

หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย

สูตรให้อาหารกุ้งขาวบ้านแพ้ว
110 วัน ไซซ์ 40 ตัว/กก.

นสพ.กุ้งไทย ได้นำเสนอข่าวสารในอุตสาหกรรมกุ้งแบบเกาะติดสถานการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เฉพาะมีแต่ข่าวทันกระแสเท่านั้น ในคอลัมน์เทคนิคฟาร์มเรายังได้นำเสนอ เทคนิคการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ เพื่อพัฒนาความรู้และมุมมองในการเลี้ยงกุ้งของเกษตรกรไทยให้กว้างไกลยิ่งขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ได้มีท่านผู้อ่านหลายท่านโทรศัพท์เข้ามา ต้องการให้ทีมงานนำเสนอเทคนิคการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมบ้าง เพราะในฉบับที่ผ่านๆ มา มีแต่ฟาร์มกุ้งกุลาดำ ทีมงานก็ไม่ขัดใจอยู่แล้ว ในฉบับนี้เราจึงพาท่านผู้อ่านไปเยี่ยมฟาร์มเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมของ ผู้ใหญ่บ้าน สุทิน เส็งเรียบ ฟาร์มตั้งอยู่ที่ 14/1 หมู่ที่ 5 ต.หลักสอง อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร 74120
เดิมทีผู้ใหญ่สุทินประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าวน้ำหอม ประมาณปี 2540 น้องเขยที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำอยู่ได้ชักชวนให้หันมาเลี้ยงกุ้งดู ซึ่งตอนนั้นกุ้งกุลาดำมีราคา กก.ละ 400 บาท ผู้ใหญ่สุทินเห็นว่าการเลี้ยงกุ้งน่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ดี จึงตัดสินใจโค่นต้นมะพร้าวน้ำหอมแล้วขุดบ่อเพื่อทดลองเลี้ยงกุ้ง 1 บ่อ ก็ปรากฏว่าเลี้ยงประสบความสำเร็จ ก็เลยโค่นต้นมะพร้าวน้ำห้อมที่กำลังให้ผลผลิตทิ้งทั้งหมดแล้วขุดบ่อเลี้ยงกุ้งเพิ่มอีก 3 บ่อ รวมเป็น 4 บ่อ เป็นบ่อขนาดประมาณ 3.5 ไร่ หลังจากนั้นก็เลี้ยงกุ้งกุลาดำประสบความสำเร็จเรื่อยมาอย่างต่อเนื่องตลอด 3 ปี จนมาในระยะหลัง กุ้งกุลาดำประสบปัญหาเรื่องโรคระบาด กุ้งโตช้า และแคระแกร็น พอดีช่วงประมาณปลายปี 2544 กระแสกุ้งขาวแวนนาไมมาแรง จึงทดลองนำกุ้งขาวมาเลี้ยงดูบ้าง ปรากฏว่าเลี้ยงประสบความสำเร็จ กุ้งขาวไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องโรคและเลี้ยงง่ายกว่ากุ้งกุลาดำมาก จึงเลี้ยงกุ้งขาวมาตลอด จนปัจจุบันเลี้ยงกุ้งขาวมาเป็นครอปที่ 3 แล้ว

การเตรียมบ่อและการปล่อยกุ้งให้ติดดีโตไว
ผู้ใหญ่สุทิน เล่าว่า หลังจากจับกุ้งเสร็จก็จะตากบ่อไว้ประมาณ 15 วัน เมื่อพื้นบ่อแห้งดีแล้วก็จะสูบน้ำเข้าบ่อ แต่ถ้าเป็นช่วงฤดูฝนตากบ่อไม่ได้ พอจับกุ้งเสร็จก็จะลงปูนขาวทั่วบ่อในอัตรา 50 กก./ไร่ แล้วก็ลงปูนแคลเซียมตามลงไปในอัตรา 10 กก./ไร่ แล้วก็พักบ่อไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ จากนั้นก็สูบน้ำจืดเข้าบ่อประมาณ 70 ซม. แล้วนำน้ำเค็มมาเติมปรับความเค็มให้อยู่ที่ 5 พีพีที ในขณะที่เติมน้ำเค็มก็ตีเคล้าน้ำไปเรื่อยๆ เมื่อเติมน้ำเค็มเสร็จแล้วก็ลงไอโอดีนฆ่าเชื้อในน้ำ ปริมาณการใช้ 1 ลิตร/ไร่ หลังจากนั้นก็ตีน้ำตลอดทั้งวันทั้งคืนไปประมาณ 3 วัน แล้วลงจุลินทรีย์ชนิดผง โดยนำมาละลายน้ำก่อนแล้วสาดรอบบ่อช่วงเช้า ในอัตรา 2 กก. ต่อบ่อ 3.5 ไร่ เสร็จแล้วก็ตีน้ำไปอีกประมาณ 2 วัน สีน้ำก็จะขึ้นมาเอง เพราะไม่ได้นำขี้กุ้งขึ้น เมื่อสีน้ำขึ้นนิ่งแล้วก็นำลูกกุ้งขาวแวนนาไมพี 8 มาปล่อยในอัตรา 100,000 ตัว/ไร่ โดยก่อนหน้าที่จะนำลูกกุ้งมาปล่อยก็จะแจ้งความเค็มให้โรงเพาะฟักทราบก่อนอย่างน้อย 7 วัน เพื่อให้โรงเพาะฟักปรับความเค็มลูกกุ้งมาให้ใกล้เคียงกับความเค็มของน้ำในบ่อ และก่อนลูกกุ้งจะออกจากโรงเพาะฟัก จะไปขอตัวอย่างลูกกุ้งมาให้แลปที่เชื่อใจตรวจ เพื่อดูว่าเป็นลูกกุ้งขาวแวนนาไมแท้หรือเป็นลูกกุ้งแชบ๊วย และตรวจโรคต่างๆ ก่อน ถ้าเป็นกุ้งขาวแวนนาไมแท้และปลอดโรค เมื่อนำมาปล่อยจะติดดีและโตเร็ว สำหรับวิธีการปล่อย เมื่อลูกกุ้งมาถึงที่ฟาร์มก็นำถุงบรรจุลูกกุ้งไปลอยน้ำในบ่อเพื่อปรับอุณหภูมิประมาณ 30 นาที จากนั้นก็แกะปากถุงปล่อยได้เลย

สูตรการให้อาหารกุ้งขาว
หลังจากปล่อยลูกกุ้งแล้วจะให้อาหารทันทีในอัตรา 2 กก./ลูกกุ้ง 300,000 ตัว ให้มื้อเช้าเพียงมื้อเดียว โดยจะให้ในอัตรานี้ไปประมาณ 10 วัน หลังจากนั้นก็จะปรับมาให้อาหารเป็น 2 มื้อๆ ละ 2 กก. เท่ากับเพิ่มเป็น 4 กก./วัน และจะให้อาหารในอัตรานี้ไป 10 วัน ก็ปรับเป็น 3 มื้อๆ ละ 2 กก. รวมเป็น 6 กก./วัน ให้คงที่ไปประมาณ 7 วัน ก็จะเริ่มเช็คยอปรับอาหาร โดยจะใช้อาหารใส่ยอ 5 กรัม/อาหาร 1 กก. ตลอดจนจับ ส่วนเวลาเช็คยอ ช่วงแรกจะเช็คที่ 2 ชม. พอกุ้งมีอายุ 1 เดือนไปแล้ว ก็จะเช็คที่ 3 ชม.ไปตลอดจนจับ
ผู้ใหญ่สุทิน กล่าวต่อไปอีกว่า การอ่านผลยอ ถ้าช่วงกุ้งยังเล็กๆ อยู่ ถ้าเช็คยอหมดภายใน 2 ชม. มื้อต่อไปจะเพิ่มอาหารให้ 1 กก. แต่ถ้ากุ้งมีอายุ 1 เดือนขึ้นไป หากเช็คยอแล้วอาหารหมดภายใน 2 ชม. แสดงว่าอาหารไม่เพียงพอ ก็จะเพิ่มอาหารให้ 3-4 กก./มื้อ ถ้าเช็คยอแล้วอาหารไม่พออีกก็เพิ่มให้อีก แต่ถ้าเช็คยอที่ 3 ชม.แล้วอาหารในยอยังเหลือเยอะก็จะปรับลดอาหารลงทันที 2-3 กก. ถ้าเหลือไม่มากก็จะให้อาหารคงที่ไว้ แต่พอกุ้งมีอายุ 3 เดือนไปแล้ว ถ้าเช็คยอแล้วอาหารหมดก็จะเพิ่ม แต่ถ้าอาหารเหลือ ไม่ว่าจะเหลือมากหรือเหลือน้อยก็จะลดทันที
"ปกติแล้วกุ้งจะกินอาหารเพิ่มขึ้นมากๆ อยู่ประมาณ 3 วัน หลังจาก 3 วันไปแล้วกุ้งจะลอกคราบ เราก็จะต้องมีการปรับลดอาหารให้ทัน ซึ่งส่วนใหญ่กุ้งจะลอกคราบช่วงกลางคืน เมื่อกุ้งลอกคราบแล้วถ้าเช็คยอมีอาหารเหลือเยอะ มื้อต่อไปจะงดอาหารทันที แล้วค่อยไปให้อาหารในมื้อถัดไป แต่การให้จะต้องปรับลดอาหารลงเหลือ 1 ใน 3 ของปริมาณอาหารที่ให้อยู่เดิม จากนั้นก็ค่อยๆ ปรับเพิ่มอาหารขึ้นมื้อละ 1 กก. และพอวันต่อไปกุ้งจะกินอาหารเป็นปกติ ก็จะกลับมาให้อาหารในอัตราเดิมที่กุ้งกินอยู่ก่อนกุ้งลอกคราบ เมื่อกุ้งกลับมากินอาหารเป็นปกติแล้วก็ใช้การเช็คยอปรับเพิ่มหรือลดอาหารเหมือนเดิม"
สำหรับการปรับเปลี่ยนเบอร์อาหาร เริ่มแรกผู้ใหญ่สุทินจะให้อาหารเบอร์ 1 ประมาณ 15 วัน จากนั้นก็จะนำอาหารเบอร์ 2 มาผสมลงไปประมาณ 3 วัน แล้วก็เปลี่ยนเป็นเบอร์ 2 ล้วน ให้เบอร์ 2 ล้วนไปประมาณ 20 วันก็นำอาหารเบอร์ 3 มาผสมลงไป 3 วันก็เป็นเบอร์ 3 ล้วนแล้วให้ไป 20 วัน ก็นำอาหารเบอร์ 4 มาผสมลงไป 3 วัน จากนั้นก็ให้อาหารเบอร์ 4 ล้วน ไปตลอดจนจับ และหลังจากกุ้งมีอายุ 2 เดือนแล้วจะนำวิตามินมาคลุกกับอาหารให้กุ้งกินทุกมื้อตลอดจนจับด้วย โดยใช้วิตามิน 3-5 กรัม/อาหาร 1 กก. เพื่อเสริมสร้างให้กุ้งมีความแข็งแรงขึ้น นอกจากนี้ ในระหว่างการเลี้ยงก็จะมีการใช้จุลินทรีย์ทุกๆ 15 วัน ไปตลอดจนจับ เพื่อให้จุลินทรีย์ลงไปช่วยบำบัดของเสียที่พื้นบ่อให้ดีขึ้น ส่วนอัตราการใช้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของบ่อ

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ
สำหรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ในช่วงแรกน้ำในบ่อจะมีระดับความลึกอยู่ที่ 70 ซม. จึงใช้วิธีการเติมน้ำอย่างเดียว โดยจะเติมน้ำทุกครั้งก่อนที่กุ้งลอกคราบ เพื่อกระตุ้นให้กุ้งลอกคราบพร้อมๆ กันทั้งบ่อ การเติมน้ำเข้าบ่อจะใช้น้ำจืดเติมครั้งละประมาณ 2-3 นิ้ว หลังจากนั้นพอกุ้งมีอายุ 45 วันขึ้นไป เมื่อเห็นว่าน้ำในบ่อเข้มจัดก็จะมีการเปลี่ยนถ่ายน้ำ โดยถ่ายน้ำออกประมาณ 10 ซม.และเติมน้ำใหม่เข้ามาให้ได้ระดับเดิม
ผู้ใหญ่สุทิน บอกว่า การเลี้ยงกุ้งขาวระบบความเค็มต่ำ กุ้งมักมีปัญหาเรื่องขาดแร่ธาตุ คือ ช่วงที่กุ้งลอกคราบกุ้งจะดึงอัลคาไลน์ไปใช้เยอะ เช่น ในบ่อเคยมีอัลคาไลน์อยู่ 200 พอกุ้งลอกคราบอัลคาไลน์จะเหลือแค่ 100-150 ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเสริมแร่ธาตุเพิ่มอัลคาไลน์ด้วยการใช้ปูนร้อน 50 กก./บ่อ ผสมกับปูนแคลเซียม 50 กก./บ่อ หว่านให้ทั่วบ่อช่วงหัวค่ำก่อนที่กุ้งจะลอกคราบ

การเปิด/ปิดใบพัดตีน้ำ
ในช่วงกุ้งขาวยังเล็กๆ อยู่ กุ้งจะใช้ออกซิเจนน้อยกว่ากุ้งกุลาดำ แต่พอกุ้งขาวมีอายุ 2 เดือนขึ้นไปแล้ว กุ้งขาวจะเริ่มต้องการออกซิเจนมาก ดังนั้นที่ฟาร์มจะเปิดใบพัดตีน้ำไว้ตลอด 24 ชม. โดยในช่วงถ้ามีแสงแดดก็จะตีเคล้าน้ำเบาๆ ให้น้ำในบ่อหมุนเวียนตลอด และจะเร่งใบพัดตีน้ำเต็มที่ตั้งแต่หกโมงเย็นไปจนถึงเก้าโมงเช้า ซึ่งในช่วงให้อาหารก็จะไม่หยุดตีน้ำ และในช่วงกุ้งใหญ่ถ้าอากาศปิดหรือฝนตกก็จะเร่งใบพัดตีน้ำเต็มที่เช่นกัน
"บ่อที่เพิ่งจับกุ้งไป เลี้ยง 3 เดือน 20 วัน ได้ไซซ์ 40 ตัว/กก. เหตุที่ผมเลี้ยงได้ไซซ์ใหญ่ เพราะผมปล่อยกุ้งบางลง บ่อ 3 ไร่ครึ่งผมปล่อยกุ้งไปแค่ 280,000 ตัว ทั้งนี้ ถ้าเราปล่อยกุ้งบาง แล้วเรามาเน้นที่การจัดการเรื่องให้อาหารและการให้อากาศในบ่อให้เพียงพอ กุ้งขาวมีโอกาสทำไซซ์ใหญ่ได้ง่ายกว่ากุ้งกุลาดำมาก ปัญหาเรื่องโรคก็ไม่ค่อยมี แต่โรคที่กุ้งกุลาดำเป็น กุ้งขาวก็เป็นได้เช่นกัน แต่จะมีความรุนแรงน้อยกว่า เช่น โรคหัวเหลือง และโรคตัวแดงดวงขาว ถ้ากุ้งกุลาดำเป็นจะตายทีเดียวทั้งบ่อ แต่ถ้ากุ้งขาวเป็นจะค่อยๆ ทยอยตาย คือจะไม่รุนแรงเหมือนกุ้งกุลาดำ เพราะฉะนั้นเรื่องการป้องกันโรคก็เป็นเรื่องที่ทุกฟาร์มควรให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ด้วย"

นสพ.กุ้งไทย ฉบับ 8 ปักษ์หลังเดือนตุลาคม 2546
www.thaishrimp.net