เลี้ยงกุ้งขาว เวนาไมย์ ให้ได้ไซส์ใหญ่
ชมรมกุ้งปัตตานี
วารสาร คัมภีร์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ

เลี้ยงกุ้งขาวให้ได้ไซซ์ใหญ่
ในช่วงแรกที่มีกระแสการเลี้ยงกุ้งขาว (แวนนาไม) เกิดขึ้นถูกชูประเด็นว่าสามารถเลี้ยงได้ไซซ์ 70-100 ตัวต่อกก. ในระยะเวลาที่สั้นกว่าเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ทำให้หลายคนเริ่มหันมาสนใจเลี้ยงกุ้งชนิดนี้กันมากขึ้น แต่ปัจจุบันการเลี้ยงกุ้งขาวถูกขยายภาพให้กว้างขึ้นมาอีกคือ นอกจากเลี้ยงได้ระยะสั้นแล้วจะต้องเลี้ยงให้ได้ไซซ์ใหญ่ด้วย ซึ่ง คุณสรวุฒิ จิระพันธุ์ กรรมการชมรมผู้เลี้ยงกุ้งปัตตานี เจ้าของฟาร์ม เลขที่ 1/47 ถ.เกษมสุข ต.สะบารัง อ.เมือง จ.ปัตตานี 94000 สามารถเลี้ยงได้ไซซ์ 55 ตัวต่อกก. ได้แล้ว

คุณสรวุฒิได้ยึดอาชีพการเลี้ยงกุ้งกุลาดำมาตั้งแต่ปี 2533 เพราะในเวลานั้นอาชีพเลี้ยงกุ้งเป็นอาชีพที่ทำรายได้ดีที่สุด โดยเริ่มแรกหาข้อมูลการเลี้ยงกุ้งจากการอบรมสัมมนา และเก็บข้อมูลความรู้จากหลายๆ แหล่งจนได้แนวทางการเลี้ยงกุ้งแล้วก็ผันตัวเข้าสู่อาชีพนี้เต็มตัว พอมาถึงปลายปี 2545 เป็นช่วงที่กุ้งขาวแวนนาไมเริ่มเข้ามา และเป็นที่ทราบกันดีว่าปีนั้นเจอปัญหาเรื่องสายพันธุ์ กุ้งแคระแกร็น บางทีเลี้ยงไม่มีผลกำไร กำไรน้อย อีกทั้งในช่วงเดือนตุลาคมปี 2545 เป็นช่วงฤดูฝนของทางภาคใต้ อากาศเย็นไม่เหมาะกับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเพราะเจอมรสุมในช่วงปลายปี ช่วงนั้นเลยทดลองเลี้ยงกุ้งขาว 1 บ่อ แล้วก็หาข้อมูลมาปรับวิธีการเลี้ยงโดยมีการประชุมกันในกลุ่มที่เลี้ยงกุ้งขาวด้วยกันเพื่อหาแนวทางการเลี้ยงที่ลงตัวทั้งการให้อาหาร การเช็คยอ

"เริ่มแรกผมลงลูกกุ้งขาวอัตราหนาแน่น 100,000 ตัวต่อไร่ บ่อเลี้ยงขนาด 3 ไร่ ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่เห็นว่าการเลี้ยงกุ้งขาวยังมีวิธีการเลี้ยงได้ประกอบกับมีแนวทางเลี้ยงในระดับหนึ่งแล้วพอหลังจากจับกุ้งกุลาดำไป 2 บ่อ ก็ลงกุ้งขาวอีก 2 บ่อ หลังจากนั้นก็ลงเพิ่มอีกรวมเลี้ยงทั้งหมด 5 บ่อ ซึ่งก็ประสบความสำเร็จดี และเลี้ยงต่อมาเรื่อยๆ มาปีนี้ 2546 ผมเลี้ยงกุ้งกุลาดำ 2 บ่อ กุ้งขาว 3 บ่อ โดยใช้บ่อพักน้ำรวมมีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ เพราะเนื่องจากพื้นที่ที่เลี้ยงกุ้งเป็นแหล่งที่มีคนเลี้ยงกุ้งกันค่อนข้างหนาแน่น ก็จัดสรรในส่วนบ่อพักใช้ร่วมกันแต่ช่วงไหนใครจับกุ้งต้องแจ้งกันให้ทราบ แต่เมื่อสูบน้ำจากบ่อพักเข้ามาแล้วก็จะสูบเขามาพักน้ำในบ่อพักของฟาร์มก่อนนำไปใช้"

การเตรียมบ่อ
ใช้วิธีกวาดเลนขึ้นแล้วตากบ่อประมาณ 1 สัปดาห์ ก็ลงปูนโดโลไมท์ อัตราส่วนบ่อขนาด 3 ไร่ ใส่ปูนประมาณ 1-2 ตัน แล้วแต่ค่าพีเอชดิน เพราะจะเช็คค่าพีเอชดินเพื่อปรับปรุงพื้นบ่อด้วย
"พื้นที่เลี้ยงกุ้งอยู่เป็นป่าชายเลนดินจึงมีลักษณะเป็นกรด มีค่าพีเอชอยู่ประมาณ 4 พีพีเอ็ม ก็จะใช้โดโลไมท์ช่วยปรับพีเอชขึ้นมาประมาณ 6.5-7 พีพีเอ็ม ก็สามารถเลี้ยงกุ้งได้แล้ว วิธีการคือจะหว่านปูนทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วัน แล้วก็สูบน้ำเข้าสูงระดับ 1.50 ม. ให้มีความเค็มประมาณ 22 พีพีที (ถ้าในช่วงหน้าร้อนความเค็มประมาณ 10 พีพีที ถ้าหน้าฝนประมาณ 25-28 พีพีที)
การสูบน้ำเข้าจะกรองโดยใช้ผ้าสารู (ผ้าขาว) กรอง 6 ชั้น แล้วเปิดเครื่องตีน้ำทิ้งไว้ 3 วัน คอยเช็คค่าพีเอชน้ำให้อยู่ประมาณ 7.8-8 พีพีเอ็ม ถ้าค่าพีเอชต่ำกว่านี้ก็ลงโดโลไมท์เผาเพื่อให้ค่าแมกนีเซียมเพิ่มขึ้น แต่ถ้าค่าพีเอชอยู่ในระดับที่พอเหมาะแล้วก็ลงกากชาประมาณ 5 ถุงต่อบ่อขนาด 3 ไร่รอประมาณ 1 อาทิตย์เตรียมลงลูกกุ้ง

"ช่วงที่รอลูกกุ้งก็อาจมีการเติมวัสดุปูนลงไปบ้างเพื่อคอยปรับค่าพีเอช และเช็คค่าในน้ำทั้งค่าฟอสเฟต แคลเซียม ฯลฯ ถ้ายังขาดอยู่หรือมีน้อยเราก็เติมลงไป ซึ่งค่าฟอสเฟตน่าจะอยู่ประมาณ 0.25 ค่าแคลเซียมก็น่าจะอยู่ประมาณ 1,200-1,300 เป็นต้น"

การปล่อยลูกกุ้ง
สำหรับลูกกุ้งขาวจะตรวจเช็คดูสารตกค้างถ้าไม่มีก็ สั่งจองล่วงหน้าประมาณ 1 เดือน ขนาดพี10 ตัวละ 18 สตางค์ โรงเพาะจะแถมให้อีก 20-40% ของจำนวนที่สั่งมา เช่นเขาแพ็คมาถุงละ 1,600 ตัว เรานับได้ 2,100 ตัว แถมมา 500 ตัว จำนวนถุงที่เราเอามาลง 189 ถุง ก็ประมาณว่าลงลูกกุ้งไป 370,000 ตัว เป็นต้น ยิ่งช่วงนี้กุ้งขาวแรงมาก ถ้าไม่มีการสั่งล่วงหน้าจะไม่ได้ สำหรับการปล่อยลูกกุ้งจะปล่อยช่วงเย็นโดยลอยถุงลูกกุ้งปรับอุณหภูมิไว้ภายในบ่อแล้วก็กรีดถุงปล่อย
การให้อาหาร
พอลงลูกกุ้งแล้วตอนเช้าของอีกวันก็เริ่มให้อาหารมื้อแรก อัตราส่วน 300,000 ตัว ต่ออาหารเฉลี่ยเป็น 4 มื้อ มื้อละ 1 กก. เป็นอาหารกุ้งกุลาดำเบอร์ 1 แล้วก็เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ประมาณ 10 วันก็เริ่มให้อาหารเบอร์ 2 แล้วก็เริ่มวางยอเลย อัตราส่วนต่อยอให้ 0.1% เมื่อเช็คยอเสร็จแล้วจะวางยอตะแคงแช่ไว้ในน้ำไม่ยกขึ้นมาวางบนสะพานยอ สำหรับอาหารเบอร์ 2 จะให้ประมาณ 20 วัน แล้วก็ให้เบอร์ 3 ช่วงนี้จะเพิ่มวิตามินรวมให้มื้อหนึ่งด้วย แล้วก็ค่อยๆ ปรับจากอาหารกุ้งกุลาดำเบอร์ 3 มาเป็นอาหารกุ้งขาวเบอร์ 3 แล้วก็ไล่เบอร์อาหารไปจนถึงจับ

คุณสรวุฒิ เล่าว่า "ในการเช็คยอนั้นถ้าที่ 0.1% ใช้เวลาเช็ค 1 ชม.ครึ่ง หลังจากเช็คยอเสร็จก็เปิดเครื่องตีน้ำ ในช่วงกุ้งเล็กถ้ายอหมดก็จะเพิ่มครั้งละ ครึ่งกก.ถึง 1 กก. โดยจะลดชั่วโมงลงมาครั้งละ 5 นาที จนจับจะอยู่ที่ 1 ชม. สำหรับเปอร์เซ็นต์ยออยู่ที่ 0.55% หรือ 0.6% ในระยะเวลาการเลี้ยงที่ 95 วัน ซึ่งทั้งหมดนี้จะดูการกินอาหารของกุ้งเป็นหลัก"
การดูแลคุณภาพน้ำ
ส่วนใหญ่ก็ใช้วัสดุปูนคอยปรับค่าพีเอชถ้าค่าพีเอชตกก็ใช้ปูนร้อน เช่นโดโลไมท์เผา 25 กก. ต่อไร่ ค่าอัลคาไลน์ก็ใช้วัสดุปูนเหมือนกัน ซึ่งการเลี้ยงกุ้งขาวนั้นค่าอัลคาไลน์ควรอยู่ระดับที่ 100 ขึ้นไป เพราะกุ้งขาวจะลอกคราบบ่อย นอกจากนี้ในช่วงแรกก็ใส่จุลินทรีย์ลงไปในบ่อเพื่อให้ไปช่วยสร้างสมดุลของระบบนิเวศในบ่อด้วย

การวางเครื่องตีน้ำ
จะวางเครื่องตีน้ำเหมือนกุ้งกุลาดำโดยเน้นการรวมเลน ในการวางเครื่องตีน้ำจะลงปักไม้ตั้งแต่กุ้งอายุ 1 เดือน แล้วก็ขยับไปจนกุ้งอายุ 2 เดือน (จะปักไม้ไผ่ในแนวเลนแล้วสาดอาหารนอกแนวเลน) การวางเครื่องตีน้ำก็วาง 6-8 ตัวต่อบ่อ 3 ไร่ ตอนกลางคืนช่วงแรกกลางวันเปิดเครื่องตีน้ำรอบนอก กลางคืนเปิดรอบใน จนกุ้งอายุประมาณ 45 วัน ตอนกลางคืนก็จะเปิดหมดทั้ง 8 ตัว จนถึงเช้า พอกุ้งอายุได้ 70 วัน ตอน
กลางวันก็เปิดเครื่องตีน้ำทั้งหมด ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ากุ้งในบ่อมีมากน้อยแค่ไหนด้วยต้องดูตามความเหมาะสม
การเปลี่ยนถ่ายน้ำ
หลังจากกุ้งอายุได้ 1 เดือนจะเติมน้ำเข้าทีละนิด ใช้ท่อ 8 นิ้ว เปิดน้ำเข้าประมาณครึ่งชม. แล้วค่อยๆ ขยับเป็น 45 นาที และ 1 ชม. ตามลำดับ จนกุ้งใหญ่ก็จะอยู่ที่ 2 ชม.ต่อวัน ในการโฟลว์น้ำจะปล่อยให้ล้นออกไปทางคูน้ำทิ้ง หลังจากนั้นก็คอยปรับแต่งสีน้ำให้เกิดความสมดุล

95 วัน ได้ไซซ์ 55 ตัว/กก.
คุณสรวุฒิใช้ระยะเวลาเลี้ยง 95 วัน ได้ไซซ์ 55 ตัวต่อกก. ซึ่งเกิดจากหลายๆ ปัจจัยที่สมดุลกัน ทั้งการให้อากาศ การให้อาหาร และคอยเช็คดูค่า ADG เพื่อดูอัตราการเจริญเติบโตต่อวันด้วย
"ผมมองว่ากุ้งขาวเป็นกุ้งที่น่าเลี้ยงเพราะปัญหาน้อยกว่ากุ้งกุลาดำ แต่เราต้องมั่นใจว่าได้สายพันธุ์ที่ดีมาจริงถ้าไม่แน่ใจไม่ควรเลี้ยง ที่สำคัญการเลี้ยงกุ้งขาวที่จังหวัดปัตตานีเขาก็มีการออกใบตรวจสารตกค้างให้เหมือนกับกุ้งกุลาดำด้วย ซึ่งก็น่าจะทำให้มีการพัฒนาการเลี้ยงกุ้งขาวไปในทางที่ดี และที่สำคัญในการจับกุ้งก็ต้องมีแพที่มีคุณภาพ เมื่อไปถึงห้องเย็นก็มีการแปรรูปที่ดี เท่านี้ก็จะได้เป็นสินค้าที่ได้มาตรฐาน ครบวงจร ไม่ใช่ว่าดีจากบ่อแต่ไปเสียที่ตลาดก็ไม่ดี ซึ่งทางชมรมฯ เรามีการประมูลกุ้งโอกาสที่เราจะได้ราคาสูงสุดจากการประมูลมีมาก แต่เราก็ต้องจับให้สด สวย คุณภาพดี หัวไม่คลอน อัดน้ำแข็งให้ถึง ด้วยครับ"
เดินหน้าทั้งการพัฒนาการเลี้ยงและพัฒนาความคิดกันเป็นกลุ่มชมรมอย่างนี้ รับรองว่าช่วงประชุมเอเปคพวกผู้นำทั้งหลายคงได้ชิมรสชาติกุ้งขาวแวนนาไมตัวโตๆ ที่เลี้ยงโดยคนไทยกันอย่างเอร็ดอร่อยถ้วนหน้าแน่นอน.

นำเสนอข้อมูล โดย ไทยชริมพ์ดอทเน็ต

www.thaishrimp.net