กุ้งกุลาดำขนาดใหญ่ แนวโน้มสดใส
ข้อมูลธุรกิจจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าไทย

กุ้งกุลาดำเป็นสินค้าที่นำรายได้เข้าประเทศปีละจำนวนมาก แต่ในขณะนี้ราคากุ้งกุลาดำตกต่ำอย่างหนัก ผู้เลี้ยงโรงเพาะฟัก ห้องเย็น ผู้ผลิต และแปรรูปอาหาร และผู้ส่งออกต่างประสบปัญหาการขาดทุน เนื่องจากผู้เลี้ยงในประเทศหันไปเลี้ยงกุ้งขาวแทนกุ้งกุลาดำ ประกอบกับกุ้งกุลาดำ มีสารปฏิชีวะตกค้าง ทำให้ส่งออกได้ยากขึ้น โดยเฉพาะตลาดสหภาพยุโรป ถึงแม้ว่าสหภาพยุโรปประกาศยกเลิกมาตรการตรวจเข้ม 100% แต่ยอดการส่งออกกุ้งไทยไม่กระเตื้องขึ้น

กุ้งไทยประสบปัญหาในการส่งออกโดยตลอด โดยเฉพาะสหภาพยุโรปเริ่มด้วยการตัดสิทธิพิเศษ GSP ต่อมา ก็ มีสารไนโตรฟูแรนต์ตกค้างในกุ้งที่ส่งออก และล่าสุดใช้วิธีสุ่มตรวจสอบกุ้งของไทยแทนการตรวจสอบ 100% กุ้งไทยก็ยังคงส่งออกได้น้อยลง ประกอบกับผู้เลี้ยงกุ้งไทย มีปัญหาในการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ และได้หันมาเลี้ยงกุ้งขาวมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้บทบาทของไทยในฐานะผู้ผลิต และผู้ส่งออก กุ้งกุลาดำลดลงไปด้วย ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ หอการค้าไทยได้สัมภาษณ์ คุณนิธิศ ภัทรกุลชัย เลขาธิการคณะกรรม การประมงและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง สภาหอการค้า แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2546 ในการสัมมนา " ยุทธศาสตร์กุ้งไทย ก้าวใหม่สู่ตลาดโลก " ณ จังหวัดสุมทรสาคร เพื่อขอทราบความเห็นต่อเรื่องราคากุ้งกุลาดำตกต่ำ ซึ่งคุณนิธิศฯ กล่าวว่า ราคาที่ตกต่ำนั้นมีสาเหตุมาจากกุ้งกุลาดำเลี้ยงยาก โตช้า และใช้ต้นทุนในการเลี้ยงสูง ส่งผลให้ผู้เลี้ยงกุ้งหันไปเลี้ยงกุ้งขาวแทนกุ้งกุลาดำ เนื่องจากกุ้งขาวเลี้ยงง่าย โดยไม่ต้องใช้ยา ให้ผลผลิตสูง โตเร็วและใช้ต้นทุนในการเลี้ยงต่ำ ประกอบกับผู้ผลิตกุ้งขาวอย่างเช่น จีน และลาตินอเมริกา มีผลผลิตเพิ่มขึ้น และผู้บริโภคหันมามาบริโภคกุ้งขาวมากขึ้น ยิ่งส่งผลให้กุ้งกุลาดำตกต่ำมากขึ้น

แนวทางแก้ไขปัญหาราคากุ้งกุลาดำตกต่ำ ผู้เลี้ยงกุ้งต้องมีการกำหนดสัดส่วนการผลิตกุ้งขาว และกุ้งกุลาดำให้ ชัดเจน การเลี้ยงกุ้งขาวต้องแข่งขันกับคู่แข่งกว่า 30 ประเทศ โอกาสที่กุ้งขาวของไทยจะเจาะตลาดต่างประเทศ อาจจะสู้ คู่แข่งไม่ได้ในเรื่องที่คู่แข่งมีประสบการณ์ในการเลี้ยงกุ้งขาว มาก่อนไทย และต้นทุนในการผลิตต่ำกว่าไทย ในขณะเดียวกันการหันมาเลี้ยงกุ้งขาวอย่างมาก ราคากุ้งขาวในประเทศจะยิ่งถูกลงมากเช่นกัน
สำหรับการเลี้ยงกุ้งกุลาดำ มีคู่แข่งไม่กี่ประเทศ ผู้เลี้ยงต้องหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำที่มีขนาดใหญ่ 40-60 ตัว/กก. และเลี้ยงให้ถูกสุขอนามัยตามมาตรฐานสากล โดยไม่มีสารตกค้าง เพื่อส่งออกไปยังตลาดที่สำคัญ เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น และสหภาพยุโรป และหาทางรักษาชื่อสียงของไทยที่เป็น ผู้ส่งออกกุ้งกุลาดำของโลก ไม่ให้ตกไปเป็นของคู่แข่งของไทย

มูลค่าการส่งออกกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง และแปรรูป
อัตราการขยายตัว : ร้อยละ
มูลค่า : ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สินค้า
ปี 2545(มค.-กย.)
ปี 2546(มค.-กย.)
อัตราการขยายตัว
1. กุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง
576.2
642.3
11.4
2. กุ้งแห้ง
1.6
1.7
6.2
3. กุ้งต้มสุกแช่เย็น
0.1
0.2
100.0
4. กุ้งแปรรูป
579.4
586.5
1.2
รวมทั้งสิ้น
1,157.3
1,230.7
6.3

ที่มา : สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงพาณิชย์
จัดทำโดย : ศูนย์ข้อมูลธุรกิจ หอการค้าไทย

ไทยส่งออกกุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ในปี 2546 (มค.-กย.) มูลค่า 1,230.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นจาก 1,157.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในช่วงเดียวกันของปี 2545 ร้อยละ 6.3 ตลาดที่สำคัญในการส่งออกกุ้งสดแช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป ได้แก่ สหรัฐฯ ทั้งนี้เนื่องจาก สหรัฐฯเป็นตลาดนำเข้าที่ไม่มีการเรียกเก็บภาษี เน้นการนำเข้ากุ้ง ในด้านคุณภาพและราคา และเป็นตลาดที่รองรับกุ้งทุกขนาด ล่าสุดสหรัฐฯ เลื่อนการฟ้องทุ่มตลาดกุ้งออกไป ไทยยังมีโอกาสส่งกุ้งออกไปได้อีกมาก ตลาดอันดับสองคือ ญี่ปุ่น เป็นตลาดที่กำหนดมาตรฐานในการนำเข้าสูง และอันดับ ต่อไป คือ แคนาดา เกาหลีใต้ สิงคโปร์ เป็นต้น

www.thaishrimp.net