หลอดไฟไล่แมลง ป้องกันตัวแดงดวงขาว
(แสงประเสริฐฟาร์ม กระบี่)
หนังสือพิมพ์กุ้งไทย

หลอดไฟไล่แมลง
ป้องกันตัวแดงดวงขาว

หากมีโรคไวรัสระบาดขึ้นในพื้นที่ใด ฟาร์มเลี้ยงกุ้งในบริเวณนั้นย่อมได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน บางคนบอกว่า เตรียมระบบป้องกันไว้เป็นอย่างดีแล้ว ทำไมโรคถึงยังระบาดเข้ามาติดกุ้งในฟาร์มได้ ซึ่งปัญหานี้เคยเกิดขึ้นกับ คุณศรีชนะ เอื้อสุนทร ผู้จัดการฟาร์มเลี้ยงกุ้ง "แสงประเสริฐฟาร์ม" ฟาร์มตั้งอยู่ที่ บ้านแหลมกรวด ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ โทร. 0-1970-8313 มาแล้ว แต่ด้วยความที่เป็นคนช่างสังเกตจึงพบว่า สิ่งที่นำพาเชื้อไวรัสเข้ามาแพร่ในระบบฟาร์มนั้น เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนเลย นั่นคือ 'แมลง' แต่ปัญหานี้จัดการง่ายๆ ได้ด้วย 'หลอดไฟ'
แสงประเสริฐฟาร์มมีพื้นที่รวมกันทั้งหมด 150 ไร่ แบ่งออกเป็น 3 โซน สำหรับฟาร์มที่เราไปเยี่ยมชมและเก็บรูปมาฝากท่านผู้อ่านนั้น มีบ่อเลี้ยงกุ้งทั้งหมด 8 บ่อ เป็นบ่อขนาด 3.5-7 ไร่ และมีบ่อพักน้ำอีก 1 บ่อ

ขั้นตอนสำคัญในการเลี้ยงกุ้งขาว
สำหรับขั้นตอนในการเตรียมบ่อนั้น คุณศรีชนะ กล่าวว่า หลังจากจับกุ้งเสร็จจะฉีดเลนไปเก็บแล้วตากบ่อไว้ กรณีถ้าไม่มีที่เก็บเลนก็จะตากบ่อแล้วนำรถแบ็คโฮมากวาดเลนขึ้น สำหรับหน้าฝนไม่สามารถตากบ่อได้ ก็จะใช้ปูนขาวหว่านทั่วบ่อในอัตรา 150 กก./ไร่ แล้วก็สูบน้ำเข้าบ่อได้เลย โดยกรองด้วยอวนตาถี่สีฟ้า 4 ชั้น
"ที่ฟาร์มจะไม่ใช้วิธีการฆ่าเชื้อ เพราะจะทำให้ทำสีน้ำยาก และแพลงก์ตอนจะบลูมยาก ดังนั้นผมจะสูบน้ำจากคลองเข้ามาพักน้ำไว้ในบ่อพักน้ำก่อนอย่างน้อย 7 วันถึงจะน้ำมาใช้ ซึ่งในบ่อก็จะมีปลาและสัตว์น้ำอื่นๆ คอยช่วยบำบัดน้ำ สำหรับความเค็มก็จะอยู่ที่ประมาณ 20-25 พีพีที อัลคาไลน์ประมาณ 80-100"
ขั้นตอนการเตรียมน้ำ หลังจากสูบน้ำเข้าบ่อแล้วก็จะตีน้ำแล้ววัดค่าพีเอชและค่าออกซิเจนช่วงเช้า-เย็น ถ้าพีเอชไม่แกว่งและออกซิเจนอยู่ในระดับที่เหมาะสมก็จะเริ่มทำสีน้ำ โดยจะนำถั่วเหลือง 5 กก. มาต้มกับปลาสด 5 กก. แล้วหมักไว้ 2 คืน พอเริ่มมีฟองก็ตักทั้งกากและน้ำนำมาสาดทั่วบ่อในช่วงเช้า แล้วตีน้ำไปเรื่อยๆ ใช้เวลาไม่เกิน 10 วัน ก็สามารถลงกุ้งได้ ทั้งนี้หลังจากลงกุ้งไปแล้วจะหมักถั่วเหลืองกับปลาใช้อีก 3 วันครั้ง จนกระทั่งกุ้งมีอายุ 10 วัน ก็จะหยุด

การคัดเลือกลูกกุ้ง
คุณศรีชนะ กล่าวว่า ปัจจุบันจะเลือกใช้ลูกกุ้งปลอดเชื้อจากบริษัทใหญ่ๆ โดยจะเข้าไปดูและคัดเลือกลูกกุ้งเอง แล้วจะสุ่มตัวอย่างมาตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์ เพื่อดูความสมบูรณ์และความยาวลำตัวของลูกกุ้ง โดยปกติที่ฟาร์มจะใช้ลูกกุ้งพี 12 ซึ่งจะต้องมีความยาว 8 มม. ส่วนการตรวจพีซีอาร์ทางบริษัทจะเป็นผู้รับผิดชอบ เมื่อผลการตรวจเป็นที่น่าพอใจก็จะนำลูกกุ้งมาปล่อยในอัตรา 100,000-120,000 ตัว/ไร่ การปล่อยก็จะใช้วิธีการปรับสภาพลูกกุ้งในถังก่อน เพื่อปรับค่าออกซิเจนและค่าพีเอชของลูกกุ้งให้ใกล้เคียงกับน้ำในบ่อ วิธีการคือตักน้ำในบ่อมาเติมในถังทีละนิดจนกระทั้งกุ้งลอกคราบแล้วจึงปล่อยลูกกุ้งลงบ่อ ทั้งนี้จะลงกุ้งในช่วงบ่าย เพราะอุณหภูมิของน้ำจะสูง ซึ่งหากนำลูกกุ้งมาทดลองน้ำในบ่อ ถ้าลูกกุ้งไม่แข็งแรงก็จะตายหมด ถ้าลูกกุ้งตายก็จะคืนลูกกุ้งชุดนั้นทั้งหมด ลูกกุ้งจะต้องได้มาตรฐานจริงๆ ถึงนำมาปล่อยลงเลี้ยง

ให้อาหารทะลุเพดาน
หลังจากปล่อยลูกกุ้งแล้วจะให้อาหารทันทีในอัตรา ลูกกุ้ง 1 แสนตัว/อาหาร 2 กก./วัน ซอยออกเป็น 4 มื้อ โดยจะให้อาหารในอัตรานี้ไปประมาณ 7 วัน พอวันที่ 8 ก็จะเพิ่มอาหารให้มื้อละ 2 ขีด ไปจนกระทั่งกุ้งมีอายุ 14 วัน ก็จะเพิ่มเป็นมื้อละ 3 ขีด ซึ่งถ้าอากาศดีๆ ไม่เกิน 16 วัน ก็สามารถเช็คยอได้
"ช่วงที่ผมเพิ่งเลี้ยงกุ้งขาวเป็นครอปแรก ผมมองว่ากุ้ง 1 แสนตัว น่าจะกินอาหารชนเพดานอยู่ที่ 8 กก. ดังนั้นถ้าปล่อยกุ้ง 7 แสนตัว กุ้งน่าจะกินไม่เกิน 60 กก. ผมก็เลยบีบอาหาร ตอนนั้นเลี้ยง 105 วัน ได้ไซซ์ 70 ตัว/กก.เท่านั้น พอมารอบหลังผมจับประเด็นใหม่ว่ากุ้งขาวกินอาหารเยอะ ผมจึงปล่อยให้กุ้งกินอาหารชนเพดาน คือ กุ้ง 1 แสนตัว ผมให้กิน 10 กก. เลี้ยง 93 วัน ได้กุ้งไซซ์ 53 ตัว/กก. กุ้งโตดีกว่า เอฟซีอาร์ อยู่ที่ 1.2-1.3 เท่านั้น"
สำหรับการเช็คยอจะใช้อาหารใส่ยอ 1 กรัม/1 กก. เช็คที่ 3 ชม.และพอกุ้งอายุ 40 วัน ก็จะเริ่มทอดแหสุ่มน้ำหนักกุ้งทุกๆ 7 วัน ไปจนกระทั่งจับ เพื่อปรับเปลี่ยนอาหารตามน้ำหนักจริงของกุ้ง "การสุ่มกุ้งขาวมีความจำเป็น สมมติว่าเราเช็คยอที่ 2 ชม. ใน 1 ชม.แรกเราจะต้องมายกยอดูก่อน เพราะกุ้งขาวลำไส้ใหญ่ เวลากินอาหารในยอเสร็จเขาก็จะขี่ทับถมอาหาร พอกุ้งตัวอื่นว่ายน้ำเข้ามาเห็นแต่ขี้เต็มไปหมดเขาก็จะว่ายน้ำผ่านไปไม่เข้ามากินอาหารในยอ ดังนั้นพอเช็คยออาหารก็จะเหลือ เราก็ไปบีบอาหาร กุ้งก็ไม่โต ดังนั้นพอ 1 ชม.แรกเราก็มาเช็คยอดูก่อนแล้วเขย่าๆ ให้ขี้หลุดออกไป ตรงนี้จะทำให้อ่านผลยอได้แม่นยำกว่า"

เลี้ยงกุ้งขาวต้องตีน้ำรอบจัด
คุณศรีชนะ กล่าวว่า การเลี้ยงกุ้งขาวต้องเน้นเรื่องการตีน้ำ คือต้องเปิดเครื่องตีน้ำให้รอบค่อนข้างจัด อย่างน้อยต้องอยู่ที่ประมาณ 80-100 รอบ/นาที เพราะถ้าตีน้ำเบาๆ แบบเลี้ยงกุ้งกุลาดำ ออกซิเจนไม่พออย่างแน่นอน ทั้งนี้ออกซิเจนไม่ควรต่ำกว่า 4 ถ้าต่ำต้องเติมปูนลงไปช่วย ถ้าเป็นกุ้งอายุ 70 วันไปแล้วจะใช้ปูนขาวในอัตรา 50 กก./ไร่ แล้วตีน้ำให้แรงขึ้น แต่ถ้ากุ้งยังอายุไม่ถึง 70 วัน ก็จะใช้ปูนร้อนหรือปูแคลเซียม
"การใช้เครื่องตีน้ำแบบสไปรอลจะทำให้ตีน้ำได้ฟุ้งกว่าใบพัดตีน้ำแบบธรรมดา แต่ใบพัดตีน้ำแบบธรรมดาก็ให้ออกซิเจนที่เพียงพออยู่แล้ว สำหรับการเปิดปิดใบพัดตีน้ำ ตอนกลางคืนจะตีน้ำตลอดไม่มีหยุด ส่วนตอนกลางวันจะหยุดตีน้ำในช่วงให้อาหาร เมื่อเช็คยอเสร็จแล้วจึงค่อยตีน้ำเพื่อประหยัดพลังงาน ทั้งนี้ค่าพลังงานของเราต่อรอบการเลี้ยง (ประมาณ 3 เดือน) จะไม่เกิน 40,000 บาท/บ่อ"

หลอดไฟไล่แมลงป้องกันตัวแดงดวงขาว
"ที่ฟาร์มของเราจะใช้หลอดไฟโซเดียมสีเหลือง 400 วัตต์ เมื่อก่อนเราก็ใช้หลอดไฟนีออนเหมือนกับฟาร์มอื่นๆ เราคุมโรคเรืองแสงไม่อยู่ และช่วงที่มีโรคตัวแดงดวงขาวระบาดเราก็โดนเหมือนกัน เราจับประเด็นไม่ถูกว่าเป็นเพราะอะไร เนื่องจากฟาร์มของเราก็ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับฟาร์มคนอื่น และเรามีทั้งอวนดักปู ดักนก มีระบบป้องกันเป็นอย่างดีแล้ว ผมจึงสันนิษฐานว่า อาจเป็นเพราะแมลงลงมาวางไข่ในบ่อแล้วกุ้งไปกินอาจทำให้เกิดตัวแดงดวงขาวได้ ผมจึงเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟสีเหลือง เพราะสังเกตจากไฟถนนที่เป็นหลอดสีเหลืองจะไม่มีแมลงมาเล่นไฟ ซึ่งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ผมเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟโซเดียมสีเหลือง 400 วัตต์ ในฟาร์มของผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องโรคตัวแดงดวงขาวเลย ส่วนในเรื่องของต้นทุน หลอดโซเดียมชุดหนึ่งก็ประมาณ 1,500 บาท แต่ลงทุนครั้งเดียวใช้ได้นาน และใช้แค่ 2 หลอด วางหัวบ่อท้ายบ่อก็พอ เพราะหลอดพวกนี้จะให้แสงสว่างมาก แต่ถ้าเป็นหลอดนีออนสีขาวจะต้องติดหลายๆ หลอดถึงจะสว่าง และหลอดพวกนี้จะช็อตง่ายเราก็ต้องเปลี่ยนอยู่บ่อยๆ ส่วนในเรื่องของค่าไฟก็เพิ่มขึ้นมาไม่เท่าไหร่ แต่ผลที่ได้คุ้มค่ากว่ามาก"
คุณศรีชนะ กล่าวว่า ที่ฟาร์มจะขายกุ้งแบบประมูลคว่ำบ่อ ให้แพจับแล้วเข้าห้องเย็นเลย เพื่อรักษาคุณภาพความสดของกุ้งไว้ให้มากที่สุด เช่น บ่อ 6 ไร่ กุ้ง 15 ตัน ใช้เวลาไม่เกิน 4 ชม. ก็ไปถึงห้องเย็นแล้ว เพราะกุ้งขาวจะไซซ์เสมอไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องแตกไซซ์จึงดำเนินการได้เร็ว
"ผมจะเลี้ยงกุ้งขาวประมาณ 105 วัน ส่วนใหญ่จะได้ไซซ์หน้า 5 เอฟซีอาร์อยู่ที่ 1.2-1.3 ต้นทุนค่าอาหารและค่าปัจจัยต่างๆ ไม่เกิน 50 บาท/กก. ซึ่งยังไม่รวมค่าแรงงานกับค่าพลังงานและค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีกประมาณ 25 บาท แต่ถ้าเราสามารถลดค่าอาหารลงไปได้ ต้นทุนเราไม่เกิน 20 บาท/กก. แน่นอน ตรงนี้ที่เรารู้เพราะปัจจุบันเราทำอาหารกุ้งใช้เองด้วย ถ้าเกษตรกรสามารถลดต้นทุนส่วนนี้ลงไปได้ ต้นทุนการเลี้ยงจะถูกมาก ถึงแม้ราคากุ้งตกต่ำเราก็ยังสามารถอยู่ได้" คุณศรีชนะกล่าว
หนังสือพิมพ์กุ้งไทยในฉบับหน้า (ฉบับที่ 12) เราจะนำเสนอเทคนิคการทำอาหารกุ้งใช้เองของคุณศรีชนะ เอื้อสุนทร ผู้ที่กำลังมองหาวิธีลดต้นทุนการเลี้ยงกุ้งอยู่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
ฉบับที่ 11 ปักษ์แรกประจำเดือนธันวาคม พ.ศ. 2546
www.thaishrimp.net ไทยชริมพ์ดอทเน็ต