ทั่วประเทศ.ฟันธงปีลิง
กุ้งดำฟื้น
อนาคตใสตลาดรอ

คนเลี้ยงกุ้งทั่วประเทศ ฟันธง ปี 2547 ลิงโลด กุ้งกุลาดำฟื้นคืนชีพ ตลาดพร้อมอ้าแขนรับไม่อั้น แต่ต้องเลี้ยงให้ได้ไซซ์กว่า 50 ตัว/กก. แนะลงกุ้งบางเลี้ยงได้แน่ ส่วนกุ้งขาวเหนื่อยหน่อย เหตุขาดแคลนแม่พันธุ์คุณภาพ อาจทำให้เลี้ยงยากขึ้น

ปีลิงต้องวางแผนการผลิต

ดร.ชลอ ลิ้มสุวรรณ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
กล่าวว่า ปีหน้าปีลิงต้องเริ่มต้นกันด้วยการวางแผนให้ดี รู้เขารู้เราก่อน ในช่วง 3 เดือนแรกของปี คิดว่ากุ้งทั่วโลกน่าจะยังมีน้อย แต่จะมีออกมาบ้างเล็กน้อยจากทางตอนใต้ของจีน เพราะจีนจะเลี้ยงช่วงระยะเวลาสั้นๆ เพียง 2-3 เดือนเท่านั้น กุ้งที่ออกมาจะเป็นกุ้งไซซ์เล็กประมาณ 80-100 ตัว/กก. ดังนั้นกุ้งขาวไทยต้องทำให้ได้ไซซ์ใหญ่ 60-70 ตัว/กก. ขึ้นไป พอมาถึงช่วงกลางปีกุ้งจีนจะเริ่มผลิตออกมาในปริมาณมาก ดังนั้นช่วงกลางปี ประเทศไทยต้องผลิตให้ได้ไซซ์ 50-60 ตัว/กก. ถึงจะรอดและเมื่อถึงปลายปีต้องทำให้ได้ไซซ์ 40-45 ตัว/กก. ถ้าคิดจะทำกุ้งขาว
ส่วนกุ้งกุลาดำ คนเลี้ยงกุ้งดำต้องมองอนาคตไว้ล่วงหน้าว่าอาจโดนผลกระทบจากกุ้งขาวได้ ดังนั้นต้องทำกุ้งกุลาดำให้หนีไซซ์นี้เป็นกฎบังคับเบื้องต้น ปีหน้าตนมองว่ากุ้งกุลาดำถ้าอยากอยู่รอดต้อง ทำไซซ์ให้ได้ 20-40 ตัว/กก. ในส่วนพื้นที่ความเค็มต่ำถ้าลากยาวถึงไซซ์ 40 ตัว/กก. อาจมีปัญหาเรื่องพื้นบ่อเน่าได้ ดังนั้นต้องย้ายลงบ่ออนุบาลก่อนตอนอายุ 30-50 วัน พยายามอย่าเกิน 60 วัน และเลี้ยงต่ออีก 3 เดือน คิดว่าน่าจะหมดปัญหาเรื่องพื้นบ่อเน่าแล้วจะได้กุ้งที่ไซซ์ใหญ่สู้กับตลาดได้ สำหรับพื้นที่น้ำเค็ม ควรทำแบบวิธีของคุณประยูร หงษ์รัตน์ เน้นเรื่องการเตรียมพื้นบ่อให้ดี ปล่อยลูกกุ้งบาง ประมาณ 4-5 หมื่นตัว/ไร่ เลี้ยงแบบระบบปิดก็อยู่ได้
"ปีลิง คนเลี้ยงกุ้งกุลาดำต้องทำให้ได้ไซซ์ 20-40 ตัว/กก. ทั้งปีไม่มีทางเลือก ดังนั้นต้องทราบศักยภาพของตนให้ดี มองภาพความจริงของตัวเองแล้วตีตารางเวลาในการออกกุ้ง ว่าควรออกมาในช่วงไหนบ้าง พยายามดัดแปลงวิธีการเลี้ยงบ้างตามความเหมาะสม ผมว่าอนาคตกุ้งกุลาดำยังอยู่ได้"

ชะลอผลิตกุ้งขาว หันเลี้ยงกุ้งดำไซซ์ใหญ่
นายประคอง จันทรัตน์นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย
กล่าวว่า ตอนนี้สถานการณ์อยู่ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลง ควรจะชะลอการเลี้ยงกุ้งขาวไปก่อน แล้วหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ แต่ถ้าจะเลี้ยงกุ้งขาวก็จะต้องเลี้ยงให้ไซซ์ใหญ่จริงๆ ประมาณ หน้า 3-4 ซึ่งทำได้ยากมาก เนื่องจากพันธุ์กุ้งในประเทศยังไม่มีคุณภาพเพียงพอ เพราะกรมประมงยังไม่อนุญาตให้นำพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาวเข้ามาในประเทศ ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันเป็นพันธุ์กุ้งจากบ่อดินในประเทศเป็นส่วนใหญ่ สำหรับกุ้งขาวในปีหน้าถ้ามีผลผลิตออกมาประมาณ 5-6 หมื่นตันถือว่าเยอะมากแล้ว ดังนั้นปีหน้าน่าจะชะลอการผลิตกุ้งขาวก่อนแล้วหันมาผลิตกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ เพราะกุ้งกุลาดำเรายังมีตลาด เช่น ญี่ปุ่นซึ่งเขาชอบกุ้งกุลาดำมากกว่ากุ้งขาว แต่ทั้งนี้ต้องเป็นกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ ในขณะที่กุ้งขาวเราไม่มีตลาดไป เพราะฉะนั้นปีหน้าถ้าวิเคราะห์แนวโน้มทางด้านการตลาดแล้ว หากเกษตรกรต้องการที่จะเลี้ยงกุ้งต่อไป น่าจะชะลอการผลิตกุ้งขาวแล้วหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่

ท.พ.สุรพล ประเทืองธรรม ที่ปรึกษาสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งทะเลไทย กล่าวว่า แนวโน้มการเลี้ยงกุ้งปีหน้าน่าจะดีกว่าปีนี้
เพราะคนเลี้ยงจะพิถีพิถันและเอาใจใส่ในการผลิตมากกว่าเดิม คาดการณ์ล่วงหน้าว่าคนเลี้ยงจะลดน้อยลงกว่าเดิม โดยเฉพาะทางพื้นที่ภาคกลางน่าจะหยุดเลี้ยงกันเยอะ เนื่องจากราคาไม่เอื้อและคนจะหันกลับมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากขึ้น สัดส่วนน่าจะเป็นกุ้งกุลาดำ 60 กุ้งขาว 40
สำหรับแนวโน้มการตลาดปีหน้าน่าจะดีขึ้นกว่าปีนี้ คงจะไม่แย่กว่าปีนี้แน่นอน แต่ถ้าให้เปรียบเทียบกับประเทศคู่แข่งอย่าง เวียดนาม จีน อินเดีย ประเทศไทยยังมีความได้เปรียบในเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศมากกว่า เพียงแต่ว่าประเทศคู่แข่งเขาได้กำไรเล็กๆ น้อยๆ เขาก็พอใจ ในขณะที่เราเคยได้กำไรเยอะๆ พอเราได้กำไรน้อย เราก็มีความรู้สึกว่ามันไม่ได้กำไร เพราะฉะนั้นปีหน้าเราต้องมาตั้งสมาธิให้ดี และพยายามปรับปรุงจุดอ่อนของเราให้ได้ ผมว่าเรายังพอไปได้

ปล่อยบาง/เน้นการจัดการ ทำกุ้งดำไซซ์ใหญ่ได้แน่
นายอุทัย แตรประสิทธิ์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จ.ระยอง กล่าวว่า ปีหน้าถ้าเกษตรกรจะลงกุ้งก็ควรจะต้องเป็นกุ้งกุลาดำ เนื่องจากปริมาณกุ้งขาวยังล้นตลาดอยู่ และอีกประการหนึ่งคือ กุ้งขาวรัฐบาลเราไม่ส่งเสริม จะเห็นได้จากกรณีที่รัฐมีการประกันราคา รัฐให้ความสำคัญกุ้งกุลาดำมากกว่ากุ้งขาว เพราะฉะนั้นอนาคตก็คงจะต้องเป็นกุ้งกุลาดำ
สำหรับปีหน้าการเลี้ยงกุ้งกุลาดำต้องเปลี่ยนแนวทางใหม่ คือต้องเลี้ยงให้ได้ไซซ์ใหญ่ด้วยแนวทางการปล่อยกุ้งบางระดับ 50,000-60,000 ตัว/ไร่ เพื่อเลี้ยงให้ได้ไซซ์หน้า 4 ซึ่งเป็นไซซ์ที่ขายได้ราคาเกษตรกรพอมีกำไรอยู่ได้ และกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ตลาดญี่ปุ่นก็ยังต้องการของอยู่เยอะ เพียงแต่ว่าเรายังทำได้น้อย เพราะเราไม่ได้วางแผนกันก่อน ส่วนกุ้งขาวเรายังไม่มีความแน่นอน โดยเฉพาะตอนนี้ลูกพันธุ์เราก็ยังไม่ชัดเจน เพราะกรมประมงยังไม่อนุญาตให้นำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้งขาว จึงมีการลักลอบนำเข้ากันหรือนำพ่อแม่พันธุ์จากบ่อดินขึ้นมาใช้ ทำให้ระยะหลังถ้าสังเกตดีๆ กุ้งขาวอัตรารอดจะต่ำ โรคระบาดเยอะ และอัตราการเจริญเติบโตไม่ดี
"สรุปก็คือ ปีหน้ากุ้งกุลาดำกลับมาอย่างแน่นอน ใครสามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ไซซ์ใหญ่อยู่ได้อย่างแน่นอน ซึ่งอาชีพการเลี้ยงกุ้งของเราก็ยังเป็นอาชีพที่ยังทำกำไรพออยู่ได้ ขอให้พวกเราตั้งใจกันดีๆ อย่าทำอะไรตามกระแสกันมาก ที่ผ่านมาเราไปตามกระแสกุ้งขาว จึงทำให้เราเจ็บตัว เพราะฉะนั้นเราต้องมีจุดยืนให้ชัดเจน"

ทางด้านนายอานนท์ อารีราษฎร์ เลขาธิการชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จ.ระยอง
กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มการเลี้ยงกุ้งปีหน้า ตอนนี้ทราบข้อมูลมาว่าเกษตรกรทิ้งกุ้งขาวแล้วหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำกันมากขึ้น คิดว่าปีหน้าสัดส่วนกุ้งกุลาดำกับกุ้งขาวน่าจะเป็น 50:50 หรืออาจจะกลับมาเป็นกุ้งกุลาดำสัก 60 สำหรับผู้ที่มีความสามารถที่จะเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ก็น่าจะเลี้ยงกุ้งกุลาดำไป หรือแบ่งโซนกันอย่างชัดเจน คือ จังหวัดที่สามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ก็น่าจะส่งเสริมให้เลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างจริงจัง ในขณะเดียวกันบางจังหวัดเลี้ยงกุ้งกุลาดำไม่ได้ผลก็น่าจะส่งเสริมให้เลี้ยงกุ้งขาว ตรงนี้น่าจะดีกว่า
"ปีหน้ากุ้งกุลาดำจะกลับมาอย่างแน่นอน ตรงนี้น่าจะมีสาเหตุมาจากราคากุ้งขาวเริ่มตกต่ำลงแล้ว และเปรียบเทียบพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั่วโลก กุ้งกุลาดำจะเลี้ยงกันได้น้อย ส่วนกุ้งขาวเลี้ยงกันได้ทั่วโลก โดยเฉพาะในลาตินอเมริกาและจีนจะเลี้ยงกุ้งขาวกันมาก เพราะฉะนั้นปีหน้าอยากให้เกษตรกรหันมาปรับปรุงวิธีการเลี้ยงของตัวเองให้ดีขึ้น โดยเน้นทางด้านคุณภาพดิน พิถีพิถันในเรื่องการเตรียมบ่อ กุ้งกุลาดำเราสามารถทำไซซ์ใหญ่ได้ และผมเชื่อว่าปีหน้าแนวโน้มราคากุ้งกุลาดำคงจะไม่ต่ำไปกว่านี้ ถึงแม้ว่าราคาจะไม่ฟู่ฟ่าเหมือนเมื่อ 3-4 ปีก่อน แต่เรายังพอมีกำไรอยู่ได้แน่นอน"

เกษตรกรควรรู้ทิศทางตลาด
นายวิษณุ หยกจินดา กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งชีวภาพ จ.จันทบุรี

กล่าวว่า แนวโน้มการเลี้ยงกุ้งปีหน้า น่าจะเป็นกุ้งกุลาดำเยอะมากขึ้น เพราะกุ้งขาวราคาตกต่ำมาก ซึ่งคนที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำอย่างต่อเนื่องจะได้เปรียบในเรื่อง ของการตลาดและการเลี้ยง เพราะคนที่หันไปเลี้ยงกุ้งขาวจะทำให้สภาพบ่อเปลี่ยนแปลงไปเยอะ เพราะว่ากุ้งขาวปล่อยหนาแน่นทำให้มีของเสียสะสมในบ่อเยอะ ดังนั้นเมื่อหันไปเลี้ยงกุ้งขาวแล้วกลับมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำ โอกาสที่จะเลี้ยงได้ดีจะยากขึ้น สำหรับปีหน้าคนที่ยังตัดสินใจไม่ถูกว่าจะลงกุ้งขาวหรือกุ้งกุลาดำดี คิดว่าน่าจะลงกุ้งกุลาดำมากกว่าแต่อย่างโลภ ในขณะเดียวกันปีหน้ากุ้งขาวก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเกษตรกรเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ไซซ์ตรงกับกุ้งขาวซึ่งมีราคาถูก ก็จะขายกุ้งไม่ได้ราคา แต่ถ้าหนีไปทำกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ซึ่งกุ้งขาวทำได้ยาก เราก็จะขายกุ้งได้ราคามีกำไรอยู่ได้ แนวทางการเลี้ยงกุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ก็คือ ต้องปล่อยกุ้งให้บาง
"ปีหน้าอยากให้คนเลี้ยงกุ้งลุกขึ้นมาสู่อีก แต่เราต้องสู่อย่างมีระบบ และมีการวางแผนในเรื่องของการเลี้ยง การจัดการ และต้องรู้ทิศทางการตลาดมากขึ้น สำหรับทิศทางการตลาดในปีหน้าก็คือ อเมริกาจะเข้มงวดตรวจสินค้าเกี่ยวกับอาหารมากขึ้น ทำให้สินค้ามีค่าใช้จ่ายในการตรวจมากขึ้น ปัญหาในการส่งออกก็มีมากขึ้น เพราะฉะนั้นกุ้งไซซ์ 50-80 ตัว/กก. ก็จะยิ่งทำตลาดยากขึ้น ในขณะที่ไซซ์ใหญ่ซึ่งกุ้งกุลาดำทำได้แต่กุ้งขาวทำได้ยากเรายังมีตลาดอื่นที่ไปได้ ตรงนี้คือข้อได้เปรียบของกุ้งกุลาดำ ถ้าเกษตรกรอาศัยข้อได้เปรียบตรงนี้ เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส แล้วคุณจะยึดอาชีพการเลี้ยงกุ้งไปได้อีกนาน"

ลูกค้าต้องการกุ้งดำมากกว่า
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า กุ้งกุลาดำยังเป็นที่นิยมของตลาดอเมริกา โดยเฉพาะถ้านำไปต้ม กุ้งกุลาดำจะสีสวยและกรอบอร่อยกว่ากุ้งขาวแวนนาไม เพราะฉะนั้นในแง่ของการตลาด ลูกค้ามีความต้องการกุ้งกุลาดำมากกว่ากุ้งขาว เพราะฉะนั้นในปี 2547 ถ้าใครเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้น่าจะดี ซึ่งตอนนี้กุ้งกุลาดำก็มีราคาสูงกว่ากุ้งขาว 30-40 บาทอยู่แล้ว
"ส่วนตลาดอื่นๆ เช่น ตลาดญี่ปุ่น ผมก็ยังเชื่อว่ากุ้งกุลาดำก็ยังเป็นที่นิยม เพียงแต่ว่าปัญหาของกุ้งกุลาดำ คือ จะเลี้ยงอย่างไรให้มีต้นทุนต่ำสามารถแข่งขันได้เท่านั้น ซึ่งกุ้งกุลาดำตลาดก็ยังต้อนรับอยู่เสมอ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้เลี้ยงกุ้งของไทยเห็นว่า การเลี้ยงกุ้งขาวประสบความสำเร็จ ต้นทุนการผลิตถูกและได้ผลผลิตที่เพิ่มมาก จึงนิยมหันไปเลี้ยงกุ้งขาว แต่จริงๆ แล้วกุ้งกุลาดำถ้าแก้ไขในเรื่องพันธุ์กุ้งให้สามารถลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มผลผลิตได้ เชื่อว่ากุ้งกุลาดำยังเป็นสินค้าที่มีอนาคตมาก"
ทางด้านนายนันทาศักดิ์ หงษ์กิตติยานนท์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า แนวโน้มการเลี้ยงกุ้งปีหน้า น่าจะมีทั้งกุ้งกุลาดำและกุ้งขาว แต่คิดว่ากุ้งกุลาดำขายได้ง่ายกว่า เพราะเท่าที่พูดคุยกับห้องเย็น ส่วนใหญ่มีความต้องการกุ้งกุลาดำมากกว่ากุ้งขาวและไซซ์ที่เขาต้องการคือ ไซซ์ 50 ตัว/กก. ขึ้นไป ซึ่งไซซ์ขนาดนี้กุ้งขาวทำได้ยาก ส่วนกุ้งขาวปีหน้าคาดว่าจะเลี้ยงได้ไซซ์เล็กลง ราคาก็ยังไม่ดีขึ้น คนเลี้ยงก็จะได้กำไรน้อยลง ซึ่งตรงกันข้ามกับสถานการณ์ของกุ้งกุลาดำ แต่อย่างไรเสียคิดว่าปีหน้าเราก็คงจะต้องเหนื่อยกันอีกปี
ส่วนแนวทางการเลี้ยงกุ้งกุลาดำให้ได้ไซซ์ใหญ่ ปัจจัยหลักๆ ก็คือ ต้องฟื้นฟูดินก้นบ่อให้ดีขึ้น พีเอชดินต้องทำให้ได้อย่างน้อย 5.5 ส่วนลูกกุ้งก็ต้องมีการตรวจเช็ค ผ่านแลปที่มีมาตรฐาน ด้านการจัดการเรื่องอาหาร เดือนแรกให้อาหาร 4 มื้อ เดือนที่ 2 และ 3 ให้ 5 มื้อ พอเดือนที่ 4 ให้กลับมาให้ 4 มื้อ เลี้ยงด้วยระบบ 4-5-5-4 กุ้งจะโตดีกว่า และเลี้ยงให้ครบ 120 วัน กุ้งกุลาดำต้องทำให้ได้หน้า 3-4 ถ้าเป็นกุ้งขาวก็ต้องทำให้ได้หน้า 4-5 แต่กุ้งขาวจะทำยากอยู่สักหน่อย

กุ้งกุลาดำเริ่มกลับมาแล้ว
นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการโรงเพาะฟักและอนุบาลลูกกุ้งทะเล จ.ฉะเชิงเทรา
กล่าวว่า แนวโน้มสถานการณ์การเลี้ยงกุ้งปี 2547 ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะเกษตรกรส่วนใหญ่รู้ทิศทางแล้วว่าควรเลี้ยงกุ้งไซซ์ใหญ่ ส่วนจะเลี้ยงกุ้งกุลาดำหรือกุ้งขาว ภาครัฐต้องมีแผนการผลิตที่ชัดเจนว่าปีหน้าสัดส่วนความต้องการกุ้งกุลาดำกับกุ้งขาวเพื่อการส่งออกเป็นอย่างไร เกษตรกรจะได้ไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด
ตอนนี้ออเดอร์กุ้งกุลาดำเริ่มมีเข้ามามากขึ้นแล้ว ซึ่งช่วงที่ผ่านมาเกษตรกรยังสับสนอยู่ว่าจะลงกุ้งอะไรดี แต่ปัจจุบันเกษตรกรเริ่มมองออกแล้วว่าตอนนี้กุ้งกุลาดำไซซ์ใหญ่ยังสามารถทำกำไรได้ ทุกคนจึงมีความคิดว่าในสภาวะที่ราคากุ้งขาวตกต่ำแบบนี้ หันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำน่าจะดีกว่า ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมาสัดส่วนกุ้งขาว 70 กุ้งกุลาดำ 30 แต่ในปีหน้าสัดส่วนน่าจะอยู่ที่ 50:50 และคิดว่ากุ้งกุลาดำน่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากประเทศผู้ผลิตกุ้งกุลาดำมีน้อย กุ้งกุลาดำจึงทำตลาดง่ายกว่ากุ้งขาว และกำไรส่วนต่างต่อกิโลกรัมกุ้งกุลาดำก็ได้เยอะกว่ากุ้งขาว ฉะนั้นแนวโน้มในปีหน้าเกษตรกรจะหันมาผลิตกุ้งกุลาดำเยอะขึ้น
"ปีหน้าถ้าเกษตรกรจะเลี้ยงกุ้งอย่างสบายใจ ผลิตแล้วมีคนซื้อ ไม่ขาดทุน ทุกคนต้องเข้าระบบ และเข้ากลุ่ม ชมรม หรือสมาคม และมีทิศทางการผลิตที่แน่นอน เกษตรกรก็จะไม่ผิดหวังกับการทำธุรกิจกุ้ง แต่ถ้ายังไม่มีแนวทางการผลิตที่ชัดเจนอาจจะเดือดร้อนได้ เพราะแนวทางปีหน้าน่าจะชัดเจนเกี่ยวกับการเข้าระบบ"

ทางด้านนายวินัย มั่งเจริญ ภูเก็ตแฮชเชอรี่ กล่าวว่า จากข้อมูลฝ่ายขายของบริษัทภูเก็ตแฮชเชอรี่ ในช่วงเดือน พ.ย. - ธ.ค.ที่ผ่านมา ลูกค้าสั่งจองลูกกุ้ง เป็นกุ้งกุลาดำประมาณ 85% เป็นกุ้งขาว 15% ส่วนในช่วงต้นปี เดือน ม.ค.- มี.ค. ลูกค้าจะสั่งจองล่วงหน้า กุ้งกุลาดำประมาณ 90% กุ้งขาวประมาณ 10% เป็นตัวเลขที่บ่งบอกได้ชัดว่าช่วงครึ่งปีแรกในการลงกุ้งของเกษตรกรน่าจะเป็นกุ้งกุลาดำประมาณ 80-85% ของพื้นที่ภาคใต้
"ปี 47 คิดว่าเกษตรกรจะลงกุ้งกุลาดำมากกว่ากุ้งขาว ทำให้แนวโน้มกุลาดำน่าจะกลับมาแน่นอน แต่มีข้อแม้ว่าต้องทำให้ได้ไซซ์ใหญ่ด้วย และในความคิดเห็นของผมคิดว่าเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ที่สามารถเลี้ยงกุลาดำได้ก็ควรจะเลี้ยงกุ้งกุลาดำ แต่พื้นที่ที่เลี้ยงกุ้งกุลาดำไม่ได้ก็ต้องเลี้ยงกุ้งขาว แต่ต้องลงบางเลือกลูกพันธุ์ดีๆ ถึงจะชนะ ดังนั้นปีหน้าแพ้หรือชนะอยู่ที่ลูกพันธุ์"
ทางด้านโรงเพาะฟักก็ต้องปรับตัวเช่นเดียวกัน ต้องทำลูกกุ้งคุณภาพให้เกษตรกรและพยายามผลิตตามออเดอร์อย่าผลิตเพื่อรอขาย ถ้าเกษตรกรบ่อดินแพ้โรงเพาะฟักก็แพ้ด้วย ฉะนั้นเกษตรกรบ่อเพาะต้องทำให้ดีที่สุด ค่อยๆ เน้นคุณภาพให้มาก คิดอยู่เสมอว่าจะทำอย่างไรให้เกษตรกรบ่อดินซึ่งเป็นลูกค้าเราอยู่ได้

แนะผู้ค้าปัจจัยปรับตัวปี 47
น.สพ.ปรีชา เอกธรรมสุทธิ์ นายกสมาคมการค้าปัจจัยการผลิตสัตว์น้ำไทย กล่าวว่า ปีหน้าการเลี้ยงกุ้งกุลาดำน่าจะมากขึ้นเนื่องจากเรื่องราคาจะเอื้อต่อการเลี้ยง ฉะนั้นเกษตรกรจะหันมาเลี้ยงกุ้งกุลาดำมากกว่าปีนี้ จากที่เคยเป็นกุ้งกุลาดำ 30% กุ้งขาว 70% ปีหน้ากุ้งกุลาดำน่าจะขึ้นมาถึง 50% ขึ้นอยู่กับภาวะราคาถ้าราคายืนอยู่อย่างนี้กุ้งขาวลดลงอยู่แล้ว แต่ถ้าราคากุ้งขาวดีขึ้นสถานการณ์อาจจะเปลี่ยนก็ได้ แต่วันนี้ไม่มีแนวโน้มว่ากุ้งขาวจะดีขึ้นมาเลย
การปรับตัวของผู้ค้าปัจจัยปี 47 ผู้ค้าปัจจัยต้องหาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่จำเป็น เช่น ผลิตภัณฑ์สำหรับปรับปรุงคุณภาพน้ำคุณภาพดิน วัสดุปูนกลุ่มนี้ต้องปรับตัวให้ตรงวัตถุประสงค์ และต้องผลิตสินค้าให้มีราคาที่เหมาะกับการผลิตกุ้งกุลาดำและกุ้งขาว แต่ถ้าไม่ปรับตัวก็จะอยู่ในธุรกิจลำบาก และสินค้าทุกตัวต้องถูกต้องตามกฎหมาย ณ วันนี้ผู้ค้าก็อยู่ในระบบเกือบ 100% แล้ว
สำหรับเกษตรกรที่ยังไม่แน่ใจว่าจะลงกุ้งอะไร ถ้าหากว่าเกษตรกรอยู่ในพื้นที่ที่ไม่เสี่ยงมากและสามารถเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ไม่อยากควรลงกุ้งกุลาดำ แต่ในพื้นที่ที่เลี้ยงกุ้งดำไม่ได้ก็เลี้ยงกุ้งขาวแทน แต่เขาต้องทำไซซ์ให้ได้และต้องวางแผนการเลี้ยง ให้กุ้งออกในเวลาที่เหมาะสม เลี่ยงกุ้งขาวจีนซึ่งจะออกช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.และเดือน ส.ค.-ก.ย. ส่วนกุ้งกุลาดำตลาดไปได้เรื่อยๆ แต่ต้องเลี่ยงไซซ์ 40-50 ให้ได้

ฉบับที่ 12 ปักษ์หลังประจำเดือนธันวาคม 2546
ข้อมูล โดย หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย........
นำเสนอสู่โลกอินเตอร์เน็ตโดย www.thaishrimp.net


ทั่วปท.ฟันธงปีลิง กุ้งดำฟื้น อนาคตใสตลาดรอ