ประมวลสถานการณ์ตลาดกุ้งปี 2546
.....หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย.....


ประมวลสถานการณ์ตลาดกุ้งปี '46

บริษัท ตลาดสัตว์น้ำไทย จำกัด ซึ่งเป็นองค์กรที่ร่วมจัดตั้งขึ้นระหว่างผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงกุ้งและโรงงานแปรรูปส่งออก ตามนโยบายการพัฒนาคุณภาพและตลาดกุ้งไทยผ่านโครงการตลาดกลางกุ้งโคอ๊อป ที่มีรูปแบบบริการและกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาตามลำดับนั้น ถึงสิ้นปี 2546 มีข้อสรุปประมวลสถานการณ์ตลาดและราคากุ้งตลอดปี 2546 ดังนี้

1.กิจกรรมตลาดกุ้งโค-อ๊อป
ตามการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า บริษัท ตลาดสัตว์น้ำไทยจำกัด คาดว่าจะเกิดปัญหาด้านราคากุ้งตกต่ำในปี 2546 อย่างรุนแรง จึงได้มีกิจกรรมรณรงค์ให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทำกุ้งให้มีคุณภาพสูงสุดก่อนขาย โดยไม่ให้มีปัญหาหางกร่อน กลิ่นโคลนและรักษาคุณภาพความสดให้อยู่ในระดับสูงสุดจากฟาร์มถึงตลาดหรือโรงงาน พร้อมการฝึกให้เกษตรกรได้รับรู้วิธีการขายกุ้งที่ตรงตามความเป็นจริงทั้งน้ำหนักและราคา
แต่การดำเนินงานตลาดกลางรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจากรูปแบบเดิมไปมาก ส่งผลให้เกษตรกรรับไม่ทัน ทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคากุ้งในปี 2546 รุนแรงตามกระแสและข่าวลือจนเกินกว่าที่ระบบตลาดรูปแบบใหม่จะชะลอให้เกิดความเสถียรตามเป้าหมายได้

2.สถานการณ์ตลาดกุ้ง 2546
2.1 กุ้งกุลาดำ
ช่วงต้นปี 2546 ราคากุ้งกุลาดำโดยเฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ที่เกษตรกรพอรับได้ แม้ระดับราคากุ้งไซซ์ 60-100 ตัว จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับต้นทุนการผลิตแต่การที่เกษตรกรได้รับรู้ว่าปี 2546 ราคากุ้งไม่สูงเพราะผลผลิตกุ้งโลกเพิ่มขึ้น ส่วนใหญ่จึงนิ่งดูเหตุการณ์
ถึงเดือนมิถุนายน 2546 ราคากุ้งกุลาดำเริ่มลดต่ำลงอีกโดยภาคส่งออกอ้างปริมาณผลผลิตกุ้งกุลาดำของอินเดียและเวียดนามที่ออกสู่ตลาดมากและผลผลิตกุ้งขาวจีนที่เริ่มลดราคาขายในตลาดโลก ระดับราคาที่ลดต่ำลงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งเริ่มประสบปัญหาขาดทุนรุนแรง และเริ่มประสานองค์กรกิจกรรมผู้เลี้ยงกุ้งเพื่อเรียกร้องให้ รัฐบาลช่วยเข้าดูแลแก้ไขปัญหาราคากุ้ง
ประกอบกับข่าวการเลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมรอบต้นปีที่สามารถผลิตได้ที่ต้นทุนต่ำและเสี่ยงเสียหายน้อยกว่า จึงเกิดกระแสเปลี่ยนจากการเลี้ยงกุ้งกุลาดำเป็นกุ้งขาวแวนนาไมอย่างรวดเร็ว
ครอปปลายปี 2546 การผลิตกุ้งกุลาดำได้ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนถึงเดือนตุลาคมที่ราคากุ้งกุลาดำลดต่ำสุด ประกอบกับเกษตรกรส่วนใหญ่ประสบปัญหาขาดทุนสะสมอยู่แล้วจึงตัดสินใจหยุดเลี้ยงบางส่วน อีกทั้งมีข่าวว่าจะมีการฟ้องทุ่มตลาดของสหรัฐอเมริกา จึงเกิดการหยุดเลี้ยงกุ้งเพิ่มขึ้นเพื่อรอดูสถานการณ์ คาดว่าในปี 2547 ถ้าสถานการณ์ราคาไม่มีความชัดเจนหรือแนวโน้มไม่ดีกว่าปลายปี 2546 เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจะเลี้ยงกุ้งกุลาดำประมาณ 40-60% ของต้นปี 2546 ซึ่งถือเป็นระดับตกต่ำด้านการผลิตกุ้งอย่างที่ไม่เคยเกิดมาก่อน
บริษัท ตลาดสัตว์น้ำไทย จำกัด จึงได้ประสานแจ้งข้อมูลให้ภาคส่งออกร่วมแก้ปัญหาโดยด่วน พร้อมทั้งมีการประชุมร่วมฝ่ายผู้ส่งออกและแกนนำผู้เลี้ยงกุ้งขึ้น เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การผลิตและตลาดกุ้งมิติใหม่ 2547 เพื่อเพิ่มช่องทางตลาดใหม่ๆ ที่มีโอกาสด้านราคาเพิ่มขึ้นพร้อมกับหาวิธีการช่วยด้านการผลิตแก่ฟาร์มเลี้ยงเพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสามารถดำเนินการต่อไปได้ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการผลิตทรุดตัวจนกระทบต่ออุตสาหกรรมกุ้งส่งออกของไทยในอนาคต

2.2 กุ้งขาวแวนนาไม
จากการที่ไทยเป็นผู้นำในตลาดกุ้งโลกมานานและได้รับความเชื่อถือจากผู้นำเข้าในด้านการแปรรูปส่งออกมาโดยตลอด ทำให้ช่วงต้นปี 2546 ราคากุ้งขาวแวนนาไมอยู่ในเกณฑ์ดีและระดับราคาเดียวกับกุ้งกุลาดำ ในขณะที่เป็นสายพันธุ์กุ้งที่เพิ่งนำเข้ามาเลี้ยงจึงยังไม่มีปัญหาโรครุนแรงทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมได้ผลตอบแทนสูงกว่ากุ้งกุลาดำมาก แต่เมื่อผู้นำเข้าได้มีการทดลองตลาดแล้ว ปรากฏว่ากุ้งขาวแวนนาไมของไทยด้อยกว่ากุ้งขาวแวนนาไมที่ผลิตจากกลุ่มประเทศอเมริกาใต้ซึ่งเลี้ยงในพื้นที่ชายฝั่งและความเค็มสูง ส่งผลให้ราคากุ้งขาวแวนนาไมของไทยเริ่มต่ำกว่ากุ้งอเมริกาใต้มาตามลำดับ
ประกอบกับถึงกลางปี 2546 ที่ผลผลิตกุ้งขาวแวนนาไมของจีนออกสู่ตลาดมากจนขายไม่ทัน ส่งผลให้ราคากุ้งขาวแวนนาไมลดต่ำลงอย่างรวดเร็วและทรงต่ำจนถึงสิ้นปี 2546 ในขณะเดียวกันเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไม เริ่มปรับการเลี้ยงได้กุ้งไซซ์ใหญ่ถึงระดับ 40 ตัว/กก. เพื่อให้ได้ราคาสูงขึ้นแต่ได้ผลเฉพาะบางส่วนเท่านั้น ประกอบกับเริ่มเกิดปัญหากุ้งโตช้าและเกิดโรคระบาดจึงส่งผลให้ปลายปี 2546 ผู้เลี้ยงกุ้งขาวแวนนาไมส่วนใหญ่ชะลอหรือหยุดปล่อยกุ้งลงเลี้ยงด้วยเช่นกัน
ในกรณีกุ้งขาวแวนนาไม ได้มีแผนงานร่วมระหว่างองค์กรกิจกรรมผู้เลี้ยงและโรงงานแปรรูปส่งออก เพื่อทำการเชื่อมโยงการผลิตและการตลาดให้เกิดความสมดุล โดยการผลิตจากพื้นที่ชายฝั่งที่ให้ผลผลิตคุณภาพระดับเดียวกับกุ้งอเมริกาใต้และจัดส่งสู่ห้องเย็น โดยตรงตามแผนการตลาดล่วงหน้าที่ตกลงเฉพาะราย

3.การแก้ไขปัญหาด้านการตลาดสู่ปี 2547
ในปี 2547 ภาครัฐและเอกชนได้มีการร่วมแก้ไขปัญหาตลาดกุ้งมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐได้ดำเนินการโดยสรุปมีดังนี้
3.1 ระหว่างประเทศ
3.1.1 ต่อรองทางการค้ากับสหภาพยุโรป
3.1.2 ประสานและป้องกันแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดจากการฟ้องทุ่มตลาดของชาวประมงสหรัฐอเมริกา
3.2 ภายในประเทศ
3.2.1 กุ้งกุลาดำ จัดทำโครงการรับจำนำกุ้ง ได้แก้ไขปัญหาตลาดโดย กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
3.2.2 กุ้งขาวแวนนาไม จัดทำโครงการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศภายใต้โครงการ "กุ้งธงฟ้าราคาประหยัด สดจากฟาร์มสู่ผู้บริโภค"

4.การแก้ไขปัญหาทางด้านการผลิตเพื่อรับรองธุรกิจกุ้งในอนาคต
เพื่อป้องกันปัญหาการทรุดตัวของอุตสาหกรรมกุ้งส่งออกของไทย ในปี 2547 จำเป็นต้องมีกิจกรรมร่วมจากหลายฝ่ายเข้าดำเนินการ อาทิ
4.1 จัดทำโครงการ "ผลิตกุ้งคุณภาพส่งตรงจากฟาร์มสู่โรงงาน" ตามยุทธศาสตร์ "การผลิตและตลาดกุ้งมิติใหม่ 2547 " ภายใต้การมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจเอกชนทุกขั้นตอน โดยบริษัท ตลาดสัตว์น้ำไทย จำกัด รับเป็นศูนย์บริการรับผิดชอบโครงการ
4.2 ประสานงานภาครัฐ ขอให้สถาบันการเงินสนับสนุนด้านเงินทุนหมุนเวียนแก่ภาคการผลิตกุ้ง
4.3 ประสานงานภาครัฐร่วมเอกชน เพื่อสร้างความสมดุลของผลผลิตทั้งสายพันธุ์กุ้งที่เลี้ยงและปริมาณผลผลิตที่สมดุลกับการตลาด

สรุป
สถานการณ์ตลาดกุ้งของไทย ในปี 2546 โดยรวมถือว่าตกต่ำกว่าจากที่ประเมินไว้และกุ้งไทยเริ่มอยู่ในฐานะเสียเปรียบด้านการตลาดเมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง ในขณะที่ปี 2546 ผู้ประกอบการเพาะเลี้ยงกุ้งซึ่งถือเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมกุ้งไทย อยู่ในภาวะอ่อนแอ สับสนและไม่มั่นใจในอาชีพ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการร่วมมือแก้ไขปัญหาทั้งด้านการผลิตและตลาดโดยเร่งด่วน เพื่อให้กุ้งไทยสามารถคงศักยภาพการเป็นกลุ่มผู้นำธุรกิจกุ้งโลกในปี 2547 ได้ต่อไป

ตารางประมวลราคากุ้งกุลาดำ ประจำปี 2546

ตารางประมวลราคากุ้งแวนนาไม ประจำปี 2546


ฉบับที่ 13 ปักษ์แรก ประจำเดือนมกราคม พ.ศ. 2547