เทคนิคการเตรียมบ่อทำให้กุ้งโตดี
ข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย
4 เซียนแนะเทคนิคการเตรียมบ่อให้กุ้งโตดี

ช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั่วประเทศกำลังเตรียมบ่อเพื่อลงกุ้งรอบใหม่ หรืออาจจะเรียกว่าเริ่มต้นเลี้ยงครอปแรกของปีนี้ก็ว่าได้ ดังนั้น นสพ.กุ้งไทย ขอนำเทคนิคการเตรียมบ่อของ 4 เซียนผู้เลี้ยงกุ้งที่เรารู้จักเป็นอย่างดี ซึ่งทุกท่านเป็นผู้ที่เลี้ยงกุ้งประสบความสำเร็จมาตลอด และที่สำคัญทุกท่านเลี้ยงกุ้งกุลาดำได้ไซซ์ใหญ่ทุกรอบการเลี้ยงอีกด้วย

เทคนิคการฟื้นฟูดินให้มีชีวิต
คุณนันทาศักดิ์ หงษ์กิตติยานนท์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดปัตตานี กล่าวว่า สำหรับการเตรียมบ่อจะใช้เทคนิคการฟื้นฟูสภาพดินให้มีชีวิตโดยการทำให้พีเอชดินอยู่ที่ระดับ 5.5 ขึ้นไป เพื่อให้จุลินทรีย์ในดินทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการคือ หลังจากจับกุ้งแล้วจะนำเลนขึ้น จากนั้นทำการเช็คพีเอชดินแล้วหว่านฮิวมัสซึ่งเป็นสารอินทรีย์ฟื้นฟูพื้นบ่อลงไป สำหรับอัตราการใช้ขึ้นอยู่กับพีเอชของดิน กล่าวคือ ถ้าพีเอชดินอยู่ระหว่าง 3-4 ใช้ในอัตรา 800-1,000 กก./ไร่, อยู่ระหว่าง 4.4-4 ใช้ในอัตรา 600-700 กก./ไร่, อยู่ระหว่าง 4.9-4.5 ใช้ในอัตรา 500-600 กก./ไร่, อยู่ระหว่าง 5.4-5 ใช้ในอัตรา 400-500 กก./ไร่, อยู่ระหว่าง 5.9-5.5 ใช้ในอัตรา 300-400 กก./ไร่, อยู่ระหว่าง 7-6 ใช้ในอัตรา 200-300 กก./ไร่
หลังจากหว่านฮิวมัสแล้วจะฉีดพรมด้วยจุลินทรีย์ที่หมักขยายแล้วลงไป ซึ่งสูตรการหมักขยายจุลินทรีย์ (อัตราใช้ต่อไร่) มีกากน้ำตาล 20 กก. น้ำ 400 ลิตร และจุลินทรีย์บาซิลัส 1 กก. หมักขยายไว้ 1 คืน พอช่วงเช้าก็นำมาฉีดพรมให้ทั่วพื้นบ่อ จากนั้นตากบ่อไว้ 14 วัน พีเอชดินจะค่อยๆ ขึ้นมาเองและจะมีสัตว์หน้าดินเกิดขึ้นมาจำนวนมาก จากนั้นก็ทำการสูบน้ำเข้าบ่อโดยใช้ถุงกรอง แต่ถ้าไม่มั่นใจจะฆ่าพาหะก็ได้ เมื่อลงยาฆ่าพาหะแล้วก็ตีน้ำไปเรื่อยๆ อีก 14 วันก็สามารถปล่อยกุ้งได้ แต่ถ้าไม่ฆ่าพาหะเมื่อสูบน้ำเข้าบ่อเสร็จแล้วก็ปล่อยกุ้งได้เลย
"หลังจากลงฮิวมัสเสร็จแล้วจะเห็นแมลงบินลงมาวางไข่เต็มไปหมด เพราะฮิวมัสตัวนี้เป็นอาหารของสัตว์หน้าดิน และตัวมันเองก็อุ้มความชื้นได้ 8 เท่า สามารถกัดสนิมและทำให้ดินร่วนขึ้นอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันฮิวมัสมีขายตามท้องตลาดหลายยี่ห้อ แต่บางตัวใช้แล้วสีน้ำเข้มเกินไป บางตัวไม่สามารถปรับค่า C:N ในดินได้ แต่ผมคิดว่าเลือกใช้ได้ทุกยี่ห้อ แต่ต้องปรับปริมาณการใช้ให้เหมาะสมถึงจะเกิดประสิทธิผล ซึ่งหลังจากที่ผมทำระบบนี้ ผมเลี้ยงกุ้งได้ดีทุกรอบ พีเอชจะนิ่งตลอดการเลี้ยง เชื้อวิบริโอน้อย และมีมวลน้ำเกิดขึ้น เลี้ยงเกือบๆ 4 เดือน ได้กุ้งไซซ์ใหญ่ระดับหน้า 3 แถมต้นทุนต่ำอยู่ที่ประมาณ 100-110 บาท/กก.อีกด้วย"

เทคนิคเปลี่ยนขี้กุ้งให้เป็นปุ๋ย
สำหรับแนวทางการเตรียมบ่อของ คุณคำนึง มฤคี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดตรัง
จะใช้เทคนิคที่เรียกว่าการเปลี่ยนขี้กุ้งให้เป็นปุ๋ย วิธีการคือ หลังจากจับกุ้งถ้ามีขี้กุ้งไม่มากนักก็จะตากบ่อไว้ไม่เกิน 45 วัน แต่ถ้ามีขี้กุ้งมากก็จะตากบ่อไว้นานกว่า 45 วัน จนขี้กุ้งแห้งสนิทยุบเรียบเกือบเสมอพื้นบ่อ หรือเห็นเป็นสีเทาแล้วมีกลิ่นหอม ก็จะสูบน้ำเข้าบ่อ จากนั้นรอแมลงลงมาวางไข่ไม่เกิน 7 วัน ก็ปล่อยลูกกุ้งได้เลย แต่ถ้าสีน้ำยังไม่ขึ้นก็จะเติมปุ๋ยอินทรีย์กับปุ๋ยเคมีช่วยในการทำสีน้ำ
สำหรับบ่อที่มีปัญหาเรื่องดินกรดหรือบ่อเป็นสนิม คุณคำนึง บอกว่า หลังจากจับกุ้งให้นำปูนมาร์ลมาหว่านให้ทั่วบ่อแล้วตากบ่อไว้ จากนั้นสูบน้ำเข้าบ่อเพื่อชะล้างกรดทิ้ง แต่สำหรับบ่อที่ขุดใหม่แล้วเป็นกรดตรงนี้ตากบ่อไม่ได้ ต้องสูบน้ำเข้ามาแช่เพื่อล้างกรดทิ้งอย่างเดียว แต่เมื่อเลี้ยงแล้วมีปุ๋ยขี้กุ้งทับถมไว้สัก 4-5 ครั้งก็สามารถตากบ่อได้ตามปกติ เพราะจะมีปุ๋ยขี้กุ้งเป็นตัวช่วยรักษาสมดุล ดังนั้นที่พูดว่าบ่อสนิมเหล็กตากบ่อไม่ได้ ตรงนี้ยืนยันว่าเฉพาะบ่อที่ขุดใหม่เท่านั้น แต่บ่อที่เลี้ยงมานานแล้วไม่ได้เอาขี้กุ้งขึ้นตรงนี้ตากบ่อได้แน่นอน
"การเตรียมบ่อโดยเปลี่ยนขี้กุ้งให้เป็นปุ๋ยเป็นวิธีที่ช่วยประหยัดต้นทุนได้มาก ลดต้นทุนในการทำสีน้ำไปได้เยอะ แต่ที่ผ่านมาเราฝั่งใจอยู่ว่าขี้กุ้งเป็นของไม่ดีจึงต้องนำเอาขี้กุ้งขึ้น แต่พอเรารู้ว่าขี้กุ้งมีประโยชน์เราก็เปลี่ยนให้ขี้กุ้งกลายเป็นปุ๋ย ยิ่งเลี้ยงดินก็ยิ่งดี แต่ตรงนี้เราต้องมีความเข้าใจพอสมควร คือ ถ้าเราตากบ่อไว้จนขี้กุ้งกลายเป็นปุ๋ยมันก็จะมีคุณอนันต์ ในทางกลับกันถ้าเราตากบ่อไว้ไม่นานพอ ขี้กุ้งยังไม่เปลี่ยนเป็นปุ๋ย มันก็จะมีโทษมหันต์ได้เช่นกัน นอกจากนี้การเตรียมบ่อแบบนี้ยังเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้เกิดมวลน้ำ ส่งผลให้กุ้งโตดีขึ้น ทำไซซ์ใหญ่ระดับหน้า 2-3 ได้แน่นอน และวิธีนี้ยังเป็นวิธีที่ช่วยให้การเลี้ยงกุ้งของเรายั่งยืนอีกด้วย"

เทคนิคการใช้ฟางสร้างอาหารธรรมชาติ
คุณอานนท์ อารีราษฎร์ เลขาธิการชมรมผู้เลี้ยงกุ้งคุณภาพ (ซีโอซี) จ.ระยอง
เล่าถึงเทคนิคการเตรียมบ่อเพื่อให้กุ้งโตดีว่า หลังจากจับกุ้งจะดูดเลนกลางบ่อออกไปเก็บไว้ จากนั้นตากบ่อไว้จนแห้งแล้วทำการไถพรวน 3-4 รอบ แล้วคราดดินให้เรียบเสมอกัน เสร็จแล้วสูบน้ำเข้าบ่อนิดหน่อยให้ดินพอชุ่มน้ำ นำอีเอ็มมาคลุกกับปุ๋ยโบกาชิแล้วนำมาหว่านให้ทั่วบ่อ ในอัตรา 40-50 กก./ไร่ แล้วนำฟางข้าวมาปูที่พื้นบ่อ ทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน สัตว์หน้าดินก็จะเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก จากนั้นก็สูบน้ำเข้าบ่อแล้วเก็บฟางขึ้นหรืออาจจะเก็บมามัดรวมกันแล้วใช้ไม้ปักผูกฟางไว้ในบริเวณที่น้ำเฉื่อย ตรงนี้จะเป็นแหล่งอาหารของไรได้เป็นอย่างดี ลูกกุ้งก็สามารถเข้าไปกินไรได้ นอกจากนี้ใช้ฟางแล้วสีน้ำขึ้นเร็วอีกด้วย ซึ่งช่วงแรกน้ำจะออกเป็นสีน้ำตาลแดง แต่พอตีน้ำไปสักพัก สีน้ำจะขึ้นมาเขียวสวย ทั้งนี้หลังจากสูบน้ำเข้าบ่อจะตีน้ำเฉพาะช่วงกลางวัน แล้วหยุดเครื่องตีน้ำกลางคืนเพื่อให้แมลงลงมาวางไข่ ประมาณ 7-10 วันก็นำลูกกุ้งมาปล่อยได้เลย
"แนวทางการเตรียมบ่อของผม คือ การปรับปรุงคุณภาพดินพื้นบ่อให้ดีขึ้น ด้วยการใช้ปุ๋ยโบกาชิกับอีเอ็ม เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ดินโปร่งขึ้น ส่งผลให้อากาศแทรกตัวไปในดินได้ ทำให้จุลินทรีย์ที่มีตามธรรมชาติทำงานได้อย่างเต็มที่ ดินก็มีคุณภาพดีขึ้นมา ทำให้กุ้งเลี้ยงง่ายขึ้นและเจริญเติบโตเร็วขึ้นอีกด้วย"

ปุ๋ยชานอ้อยหมักฟื้นฟูสภาพดิน
คุณวิษณุ หยกจินดา เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแนวทางชีวภาพ จ.จันทบุรี กล่าวว่า ปัจจุบันการเตรียมบ่อจะใช้แนวทางการปรับปรุงดินด้วยการใช้ปุ๋ยหมัก กล่าวคือ หลังจากจับกุ้งจะตากบ่อไว้จนแห้งแล้วทำการไถคราด จากนั้นหว่านปุ๋ยชานอ้อยหมักให้ทั่วบ่อเพื่อปรับปรุงดิน อัตราการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพบ่อ บ่อที่ดินค่อนข้างดีอยู่แล้ว จะใช้ในปริมาณ 2-3 ตัน/ไร่ แต่บ่อที่เสื่อมโทรมหรือมีสนิมมากๆ ก็จะเพิ่มปริมาณการใช้มากขึ้น บางบ่อต้องใช้ถึง 4 ตัน/ไร่ ทั้งนี้หลังจากหว่านปุ๋ยเสร็จแล้วสูบน้ำเข้าบ่อแล้วตีน้ำไป 3-5 วันก็ปล่อยกุ้งได้เลย
"ผมจะไม่เอาขี้กุ้งขึ้น แต่ผมจะใช้ปุ๋ยชานอ้อยหมักฟื้นฟูสภาพเปลี่ยนขี้กุ้งให้กลายเป็นปุ๋ย ซึ่งหลังจากลงปุ๋ยหมักไปแล้ว ใช้เวลาประมาณ 10 กว่าวัน ดินก็กลับมามีสภาพสมบูรณ์ แต่เราไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยหมักทุกรอบ อาจจะใส่ 2 ครอป เว้น 1 ครอปก็ได้ ตรงนี้ก็จะทำให้ดินมีชีวิตขึ้นเรื่อยๆ สำหรับบ่อที่เป็นดินกรด ปุ๋ยชานอ้อยหมักตัวนี้ก็ช่วยได้ เพราะมันมีคุณสมบัติเป็นด่าง จะทำให้ดินมีสภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้การจัดการเรื่องคุณภาพน้ำง่ายกว่าเดิมมาก ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องสีน้ำล้ม นอกจากนี้กุ้งยังโตเร็วกว่าเดิมเป็นเท่าตัว ครอปที่ผ่านมาปล่อยกุ้ง 40,000 ตัว/ไร่ เลี้ยง 2 เดือน 20 วัน ได้ไซซ์ 43 ตัว/กก. ต้นทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 80-90 บาท/กก.เท่านั้น แต่โดยเฉลี่ยแล้วจะเลี้ยงไม่เกิน 3 เดือนครึ่ง ได้กุ้งไซซ์ 40 กว่าตัว/กก. ตรงนี้ได้กำไรเห็นๆ ผมถึงบอกว่าถ้าเราเลี้ยงได้กุ้งโตและต้นทุนต่ำ ถึงราคาจะตกเราก็ยังอยู่ได้"
นสพ.กุ้งไทย ฉบับที่ 14 ปักษ์หลังประจำเดือนมกราคม 2547