แนวทางการแก้ไขปัญหากุ้งกุลาดำโตช้า แตกไซส์
(ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย)


สาเหตุของโรคตลอดจนปัญหากุ้งโตช้าและแตกไซส์เกิดจากหลายปัจจัย
-สาเหตุจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เป็นต้นว่าในน้ำมีแก๊สพิษสูง เช่น แอมโมเนีย ไนไตร์ท แก๊สไข่เน่า หรือในน้ำมีความเค็มและแร่ธาตุไม่เหมาะสม
-สาเหตุจากมีสารมลภาวะเป็นพิษในน้ำ ซึ่งอาจเกิดจากสารปราบศัตรูพืช สารพิษจากโลหะหนัก สารพิษจากสาหร่ายบางชนิด เช่นสาหร่ายขี้ปลาวาฬกลุ่มไดโนแฟลเจลเลต ที่พบบ่อยเช่นไมโครซิสทิส

-สาเหตุจากอาหารมีคุณภาพไม่เหมาะสม ตามความต้องการของกุ้งแต่ละช่วงอายุหรือตามฤดูกาล หรือตามแต่ละพื้นที่ ทั้งนี้เพราะในแต่ละพื้นที่หรือฤดูกาลมีอาหารธรรมชาติต่างกัน อาหารสำเร็จรูปที่ให้จึงควรมีการปรับปรุงสูตรให้เหมาะสม และควรเป็นอาหารที่ปราศจากสารพิษจากเชื้อราหรือโรคอื่นๆปนเปื้อน

-สาเหตุจากเชื้อโรคชนิดต่างๆที่มีอยู่แล้วในตัวกุ้งและที่อยู่ในน้ำหรือในพาหะต่างๆในน้ำ เชื้อโรคต่างๆเหล่านี้อาจจะไม่ก่อให้เกิดโรคกับกุ้งถ้ากุ้งอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสม กุ้งจะมีภูมิต้านทานโรค เม็ดเลือดกุ้งก็จะทำหน้าที่กำจัดเชื้อโรคด้วยวิธีต่างๆกัน เชื้อโรคต่างๆที่ก่อให้เกิดโรคในกุ้งกุลาดำก็มีหลายชนิด คือ
พยาธิภายนอก เช่นซูโอแทมเนียม
พยาธิภายในเช่น เฮปโปรสปอร์ริเดียน ในตับและตับอ่อนของกุ้ง พยาธิในลำไส้ เช่น พวกกรีการิน รวมทั้งพยาธิในเม็ดเลือดกุ้ง
เชื้อริกเก็ตเซีย และคลาไมเดีย เชื้อราชนิดต่างๆเช่นพวกเลจินิเดียม
เชื้อแบคทีเรีย
เช่นพวกฟิลาเมนตัสแบคเรีย ที่เกาะตามเหงือกกุ้ง หรือพวกวิบริโอที่ก่อให้เกิดโรคโลหิตเป็นพิษและโรคเรืองแสง
เชื้อไวรัสชนิดต่างๆทั้งพวกเอ็มบีวี เอชพีวี หัวเหลือง ดวงขาว เอ็มบีวี ที่ก่อให้เกิดโรคต่างๆในกุ้ง

จะเห็นว่าสุขภาพของกุ้งจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดตลอดการเพาะเลี้ยงเพื่อลดปัญหาต่างๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหากุ้งกุลาดำเติบโตช้า ตลอดจนมีการแตกไซส์มากในบ่อเดียวกันทำให้เพิ่มต้นทุนการผลิตและขายไม่ได้ราคา ส่งผลให้ไม่สามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศได้ จากการศึกษาปัญหาดังกล่าวจากฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งในพื้นทีต่างๆทั้งที่เลี้ยงในเขตความเค็มต่ำและที่เลี้ยงตามชายฝั่งทะเล พบว่าสาเหตุที่สำคัญคือกุ้งเกิดภาวะตับและตับอ่อนอักเสบจนถึงรุนแรงเป็นเนื้อตาย ก่อให้เกิดกุ้งโตช้าและแตกไซส์

แนวทางแก้ไขปัญหากุ้งโตช้า และแตกไซส์
จากการศึกษาพบว่าเชื้อไวรัสเอชพีวีเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์ตับและตับอ่อนกุ้งกุลาดำอักเสบและตาย โดยพบตะกอนไวรัสของเชื้อนี้เป็นจำนวนมากในตับและตับอ่อนในกุ้งที่โตช้า ตลอดจนพบตะกอนไวรัสอยู่ในขี้กุ้งในลำไส้กุ้ง สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาควรปฏิบัติดังนี้
1.ตรวจอุจจาระพ่อแม่พันธุ์กุ้งด้วยวิธีการย้อมสี หรือวิธีการทางพีซีอาร์
2.ใช้ยาฆ่าเชื้อระหว่างการที่ให้แม่กุ้งวางไข่ และระหว่างฟักไข่
3.ตรวจลูกกุ้งด้วยวิธีการย้อมสีตับ และตับอ่อนกุ้ง วิธีทางจุลพยาธิวิทยา และวิธีการทางพีซีอาร์
4.ตรวจและกำจัดพาหะต่างๆของเชื้อนี้
5.หมั่นตรวจสอบคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับกุ้งแต่ละช่วงอายุ กำจัดสารพิษต่างๆทั้งสารพิษอินทรีย์และอนินทรีย์
6.ให้อาหารและอาหารเสริม รวมทั้งวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อตับและตับอ่อนเพื่อให้เซลล์ต่างๆของตับและตับอ่อนทำหน้าที่ได้อย่างสม่ำเสมอและสมบูรณ์
7.ใช้ยาปฏิชีวนะเท่าที่จำเป็นและไม่มีผลกระทบต่อผู้บริโภค เพื่อป้องกันโรคแทรกซ้อนจากเชื้อ แบคทีเรีย ควรปรึกษาสัตว์แพทย์ก่อนใช้ยาและควรตรวจชนิดและความไวของเชื้อแบคทีเรียต่อยาปฏิชีวน่ะก่อนการใช้
จะเห็นว่าการอักเสบจนถึงตายของตับและตับอ่อนกุ้งกุลาดำจากเชื้อเอชพีวี เป็นสาเหตุสำคัญของกุ้งโตช้า และแตกขนาด การแก้ไขเร่งด่วนจากทุกๆฝ่าย จะช่วยลดปัญหาดังกล่าวได้อันจะช่วยให้การเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำของไทยมีความยั่งยืนต่อไปและที่สำคัญขอให้ยึดถือประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน ทุกฝ่ายควรหันหน้าเข้าหากันแล้วมาร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรม การเพาะเลี้ยงกุ้งกุลาดำต่อไปอย่างจริงใจและจริงจัง คณะผู้วิจัยยินดีให้ความร่วมมือและช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งทุกคนเพระเป็นหน้าที่อย่างหนึ่งในการบริการทางวิชาการแก่ผู้ประกอบอาชีพนี้.
..................ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ ์กุ้งไทย และข้อมูลจาก งานกุ้งไทย ที่จังหวัดสุราษฏร์