ผมว่าคนไทย เราเลี้ยงกุ้งมานาน เทคนิค ที่สำคัญอีกอย่างคือ การทำให้ผู้เลี้ยงกุ้งรู้ได้อย่างไรว่ากุ้งกินอาหาร พอหรือไม่พอ (ตอนนี้ต้องมองว่ากุ้งกินอาหารพอหรือเหลือ น่าจะถูกกว่าน่ะครับ) ซึ่งเราอาศัยการมองจากยออาหาร ผมไปอ่านเจอให้หนังสือพิมพ์กุ้งไทยแล้วน่าสนใจมากๆ เลยอยากแบ่งปัน ข้อมูลให้ผู้สนใจทุกท่าน ลองมองและหาเหตุผลว่าทำไม ท่านเกษตรกรเหล่านี้ ถึงทำเช่นนั้น และเราจะนำมาประยุกต์ให้เหมาะกับเราอย่างไร เพื่อเราจะได้เป็นอีกผู้หนึ่งที่สามารถทำให้การเลี้ยงกุ้งเป็นอาชีพที่ยั่งยืนได้.............ขอบคุณทีมงาน หนังสือพิมพ์กุ้งไทย ที่คอยสนับสนุนข้อมูลให้ทางเราด้วยดีเสมอมา .......เอกอนันต์ ยุวเบญจพล (ซิตโต้กรุ๊ป)

รวมสุดยอดเทคนิคการให้อาหารและการเช็คยอ

เมื่อฉบับที่แล้วเราได้นำเสนอเทคนิคการเตรียมบ่อและการเตรียมน้ำของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ประสบความสำเร็จเลี้ยงกุ้งได้ไซซ์ใหญ่มาโดยตลอด มาในฉบับนี้เพื่อความต่อเนื่องเราจึงได้รวบรวมสุดยอดเทคนิคการให้อาหารและการเช็คยอ ของเซียนผู้เลี้ยงกุ้งที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดี ซึ่งรับรองว่าแต่ละคนนั้นมีเทคนิคที่น่าสนใจและจะเป็นประโยชน์สำหรับท่านผู้อ่านอย่างแน่นอน

สูตรเช็คยอ 1 กรัมตลอดการเลี้ยง
คุณประยูร หงษ์รัตน์ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.จันทบุรี กล่าวว่า ก่อนปล่อยลูกกุ้งจะตีน้ำไว้อย่างน้อย 3 ชม. เพื่อให้อุณหภูมิของน้ำเท่ากันทั้งบ่อ แล้วจึงนำลูกกุ้งขนาดพี 13 ขึ้นไปมาปล่อยในอัตรา 40,000-50,000 ตัว/ไร่ ปล่อยวันแรกจะเริ่มให้อาหารในอัตรา ลูกกุ้ง 1 แสนตัว/อาหาร 2 ขีด/วัน เดินสาดรอบบ่อวันละ 2 มื้อ เพื่อหัดให้ลูกกุ้งรู้จักอาหารสำเร็จรูปและใช้อาหารไปช่วยสร้างสีน้ำด้วย โดยจะให้อาหารในอัตรานี้ไป 15 วัน
"ถ้าเราเตรียมอาหารธรรมชาติไว้ให้กุ้งกินอย่างอุดมสมบูรณ์แล้วเราปล่อยกุ้งไม่เกิน 50,000 ตัว/ไร่ อาหารธรรมชาติจะหมดประมาณวันที่ 18 กุ้งจะโตมีความยาวเฉลี่ย 4-5 ซม. ทั้งนี้หลังจากวันที่ 18 พออาหารธรรมชาติเริ่มหมด เราจะประเมินอัตราการติดของลูกกุ้ง ถ้ากุ้งติดเยอะก็จะเพิ่มจาก 2 มื้อ เป็น 4 มื้อ และปรับอาหารเพิ่มเป็น 2 เท่า จาก 2 ขีด เป็น 4 ขีด แล้วต้องคอยเช็คว่ากุ้งกินอาหารเพิ่มอีกหรือไม่ ถ้ากุ้งกินเพิ่มก็ต้องให้อาหารเพิ่มอีก ปกติถ้ากุ้งโตดี ประมาณ 3 อาทิตย์ก็เช็คยอออกแล้ว"
สำหรับเทคนิคการเช็คยอ คุณประยูรจะวางยอไว้ 2 ยอต่อบ่อ ตรงบริเวณที่น้ำเฉื่อยที่สุด หลังจากปล่อยกุ้ง 10 วัน จะนำอาหารมาใส่ยอเล็กน้อย เพื่อสังเกตการเจริญเติบโต และให้กุ้งรู้จักอาหารในยอ จากนั้นพอกุ้งมีอายุ 21-25 จะเริ่มเช็คยอและปรับอาหารตามยอ อัตราอาหารใส่ยอ ใช้ 1 กรัม/อาหาร 1 กก. ตลอดการเลี้ยง เวลาในการเช็คยอ ถ้าให้ 4 มื้อ จะเช็คยอ 3 ชม. ถ้าให้ 5 มื้อ เช็คยอ 2 ชั่วโมงครึ่ง
ในการใส่อาหารในยอจะใช้ฝาครอบอาหารไว้ (ใช้ไม้ยาวโดยที่ปลายไม้ข้างหนึ่งขึงลวดเป็นวงกลมแล้วหุ้มด้วยมุ้งเขียวทำเป็นฝาครอบ) เพื่อบังคับไม่ให้อาหารออกจากยอขณะหย่อนลงน้ำ เมื่อวางยอจนถึงพื้นบ่อ แล้วก็ค่อยๆ ยกไม้ครอบอาหารขึ้น ถึงแม้จะไม่หยุดเครื่องตีน้ำอาหารก็จะอยู่ในยอทุกเม็ดไม่หลุดออกไป ทำให้สามารถเช็คอาหารได้แม่นยำ สำหรับการอ่านผลยอ ถ้าอาหารในยอเหลือ ถึงแม้จะเหลือนิดหน่อย ก็ถือว่ากุ้งกินเหลือ ถ้าอาหารในยอหมดก็คือกุ้งกินหมด แต่ทั้งนี้ต้องดูด้วยว่าอาหารหมดนานแล้วหรือยัง คือหากยกขึ้นมามีกุ้งและมีขี้กุ้งอยู่ในยอเยอะแสดงว่า อาหารในยอเพิ่งหมด แต่ถ้าในยอเหลือแต่กุ้งตัวเล็กๆ และขี้กุ้งแหลกไปหมดแล้ว แสดงว่าอาหารหมดนานแล้ว มื้อต่อไปก็จะเพิ่มอาหาร ถ้ากุ้งกินอาหารอยู่ 5-10 กก. จะเพิ่มครั้งละ 1 กก. พอกุ้งกินถึง 10-15 กก. จะเพิ่มครั้งละ 2 กก. แต่ก็ต้องดูดินฟ้าอากาศด้วย ถ้าอากาศไม่ปกติ ก็จะเพิ่มแค่ 1 กก.
"ในแต่ละมื้อกุ้งจะกินอาหารไม่เท่ากัน ปกติมื้อเช้า 6.00 น. กับมื้อเย็น 18.00 น. จะเป็นมื้อที่กุ้งกินอาหารดี เราก็จะให้อาหารเต็มที่ตามที่กุ้งกิน (ตามผลยอ) เช่นถ้ากุ้งกินอยู่ 40 กก. ก็ให้กิน 40 กก. แต่มื้อเที่ยง 12.00 น. กับมื้อดึก 24.00 น. เป็นมื้อที่กุ้งกินอาหารลด ถึงแม้ว่ามื้อเช้ากับมื้อเย็นเราจะเช็คยอหมด เราก็ต้องลดอาหารลงมาให้ในอัตรา 85% ของมื้อเช้ากับมื้อเย็น หรือให้แค่ 34 กก. เท่านั้น แต่ถ้าเช็คยอแล้วกุ้งกินหมดเร็ว อย่างมากเราก็ให้อาหารแค่ 90% เพราะถ้าเราให้อาหารเต็มที่ 100% อาหารก็เหลืออยู่ดี"

สูตรให้อาหาร 4-5-5-4
คุณนันทาศักดิ์ หงษ์กิตติยานนท์ ประธานชมรมผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ปัตตานี กล่าวว่า
ปกติระบบการเตรียมบ่อที่ทำอยู่จะมีอาหารธรรมชาติหรือสัตว์หน้าดินเกิดขึ้นมาเยอะมาก ซึ่งช่วงแรกๆ จะให้กุ้งกินสัตว์หน้าดิน แต่ก็ต้องให้อาหารสำเร็จรูปด้วย โดยหลังจากปล่อยกุ้งแล้วจะให้อาหาร 1 กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว แบ่งซอยออกเป็น 4 มื้อ จากนั้นในอาทิตย์แรกจะเพิ่ม วันละ 200 กรัม, อาทิตย์ที่ 2-3 เพิ่มวันละ 300 กรัม และอาทิตย์ที่ 4 เพิ่มวันละ 400 แต่ส่วนใหญ่พอถึงอาทิตย์ที่ 3 ก็จะเช็คยอออกแล้ว หลังจากเช็คยอได้ก็จะปรับอาหารตามยอ
อัตราการเช็คยอ ช่วงแรกจะเช็ค 5 กรัม/อาหาร 1 กก. เวลาเช็คที่ 2 ชั่วโมงครึ่ง จนกระทั่งกุ้งได้ขนาด 130 ตัว/กก. หรือกุ้งมีอายุ 60 วัน ก็จะเปลี่ยนมาเช็ค 6 กรัม ที่ 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นพอกุ้งมีอายุ 90 วัน จะมีขนาดประมาณ 50 ตัว/กก. ก็เช็ค 7 กรัม ที่ 1 ชั่วโมงครึ่ง และพอกุ้งมีขนาด 40 ตัว/กก. ก็เปลี่ยนมาเช็ค 8 กรัม ที่ 1 ชั่วโมงครึ่ง ไปจนจับ ส่วนการปรับเพิ่มอาหารจะรอให้กุ้งกินอาหารหมด 2 มื้อติดต่อกันก่อนจึงจะเพิ่ม
"สูตรการให้อาหารของผมจะเป็นสูตรการให้อาหารแบบเมื่อ 10 ปีที่แล้ว คือผมจะใช้สูตร 4-5-5-4 โดยในเดือนแรกผมจะให้อาหาร 4 มื้อ เดือนที่สองให้ 5 มื้อ เดือนที่สามให้ 5 มื้อ และเดือนที่สี่ผมจะกลับมาให้ 4 มื้อ เนื่องจากพอเลี้ยงกุ้งเข้าสู่เดือนที่ 4 ในบ่อจะมีฟล็อคเกิดขึ้นมา กุ้งก็จะเก็บฟล็อคกิน กุ้งจึงกินอาหารน้อยลง แต่ในทางกลับกันกุ้งจะโตดีและแข็งแรงกว่าเราให้อาหาร 5 มื้อ และปัญหาโรคขี้ขาวของเราก็แทบจะไม่มีเลย"

ให้อาหารผสมปลาสดตลอดการเลี้ยง
คุณวิษณุ หยกจินดา กลุ่มผู้เลี้ยงกุ้งแนวทางชีวภาพ จ.จันทบุร
ี กล่าวว่า อัตราการปล่อยกุ้งจะพิจารณาตามฤดูกาลหรือสภาพอากาศเป็นหลัก ถ้าฤดูที่เลี้ยงยาก เช่น ฤดูหนาวก็ยิ่งต้องปล่อยกุ้งให้บางลง อาจจะปล่อยสัก 30,000-40,000 ตัว/ไร่ เพื่อให้กุ้งมีอัตรารอดมากขึ้น แต่ในฤดูปกติจะปล่อยไม่เกิน 50,000 ตัว/ไร่ ซึ่งบางคนบอกว่าปล่อยน้อยแล้วไม่คุ้ม จะคุ้มได้อย่างไรถ้ายังตีน้ำเท่าเดิม การปล่อยกุ้งบางถ้าจะให้คุ้มต้องตีน้ำให้น้อยลงและให้อาหารตามความเป็นจริง
สำหรับแนวทางการให้อาหาร คุณวิษณุ กล่าวว่า "ผมจะให้อาหารน้อย คือจะให้พอดีกับความต้องการของกุ้ง โดยอาศัยการปรับเช็คยอ แต่อาทิตย์แรกผมไม่ได้ให้อาหารเลย เพราะผมเตรียมบ่อแบบไม่ฆ่าเชื้อและไม่ได้เอาเลนขึ้น อาหารธรรมชาติก็เกิดขึ้นมาเอง ตรงนี้แสดงให้เห็นแล้วว่า ต้นทุนเราน้อยตั้งแต่เริ่มแรก หลังจากปล่อยกุ้งไปแล้ว 1 อาทิตย์ถึงจะเริ่มให้อาหาร ในอัตรา 0.5 กก./กุ้ง 1 แสนตัว แบ่งออกเป็น 4 มื้อ ทั้งนี้ผมจะผสมปลาสดในอาหารตั้งแต่มื้อแรกไปจนกระทั่งจับด้วย บางคนถามว่าให้อาหารสดไม่กลัวน้ำเสียเหรอ ผมบอกว่าผมปล่อยกุ้งบาง อาหารผมให้น้อย ดังนั้นไม่มีปัญหาเรื่องน้ำเสียแน่นอน หลังจากให้อาหารวันแรกแล้วจะเพิ่มอาหารทุกวันๆ ละ 2-3 ขีด ไปจนกว่าจะเช็คยอได้ และพอเช็คยอหมด ผมจะเพิ่มอาหารสูงสุดไม่เกินวันละ 0.5 กก."

เน้นอยู่บ่อดูกุ้งด้วยตนเอง
คุณคำนึง มฤคี เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง จ.ตรัง
กล่าวว่า หลังจากปล่อยกุ้งไปแล้วจะให้อาหารเท่าใดนั้นจะดูจากอาหารธรรมชาติเป็นหลัก ถ้าอาหารธรรมชาติมีมากก็จะให้อาหารน้อย คือ ประมาณ 0.5 กก./ลูกกุ้ง 1 แสนตัว หว่านให้ทั่วบ่อ จากนั้นก็จะนำยอมาวางแล้วใส่อาหารลงไปประมาณ 1 ช้อนกาแฟ เพื่อดูว่ามีอะไรมากินอาหารบ้าง ถ้ามีศัตรูกุ้งมากินอาหารในยอ ก็จะหว่านอาหารเพิ่มลงไปเพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูกุ้งไปรบกวนลูกกุ้ง แต่ถ้าในบ่อไม่มีศัตรูกุ้งก็จะให้อาหารเม็ดน้อยมาก สำหรับการวางยอ ปกติจะวางบ่อละ 4 ยอ ส่วนยอต้องเย็บด้วยอวนฟ้าตาถี่ 2 ชั้น เพื่อป้องกันไม่ให้อาหารซึ่งมีขนาดเล็กหลุดลอดออกไปได้ จะได้เช็คยอได้อย่างถูกต้อง
"ปกติถ้ากุ้งติดดี อาหารธรรมชาติจะหมดประมาณวันที่ 16 ซึ่งเราก็จะสามารถเช็คยอออก แต่บางบ่อถ้าอาหารธรรมชาติมีเยอะจริงๆ ประมาณ 25 วัน ไม่เกิน 30 วัน ก็จะเช็คยอออกหมดทุกบ่อแล้ว ยกเว้นบางกรณีกุ้งติดบางและอาหารธรรมชาติมีเยอะ กว่าจะเช็คยอออกก็อาจจะถึงวันที่ 45 แต่กรณีนี้เกิดขึ้นน้อยมากถ้าเราเตรียมบ่อดีและเลือกลุกกุ้งมาดี"
คุณคำนึง กล่าวว่า สูตรในการเช็คยอจะมีอยู่หลายวิธี จะใส่อาหารในยอมากหรือน้อยผลที่ได้ออกมาก็จะเหมือนกัน แต่โดยทั่วไปที่ใช้อยู่จะเริ่มต้นเช็คที่ 5 กรัม/อาหาร 1 กก. พอกุ้งเข้าเดือนที่ 2 ก็เปลี่ยนมาเช็คที่ 7 กรัม/อาหาร 1 กก. จากนั้นเมื่อกุ้งโตขึ้น ก็เพิ่มเป็น 8-10 กรัม/อาหาร 1 กก. ตามลำดับไล่ขึ้นไปเรื่อยๆ ส่วนเวลาในการเช็คยอ ช่วงแรกเช็คที่ 2 ชั่วโมงครึ่ง แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น 2 ชั่วโมง และสุดท้ายพอเช็คยอที่ 10 กรัม ก็เหลือ 1 ชั่วโมงครึ่ง
"ผมจะปรับอาหารแบบมื้อต่อมื้อ ซึ่งถ้าเช็คยอแล้วอาหารหมด ก็จะดูว่าอาหารหมดแบบไม่พอหรือหมดแบบพอดี กรณีหมดแบบพอดีคือ เช็คยอแล้วกุ้งกินหมดในเวลาที่กำหนด เราก็จะยังไม่เพิ่ม แต่ถ้าเช็คแล้วกุ้งกินหมดก่อนเวลาแสดงอาหารไม่พอเราก็ต้องเพิ่ม แต่จะเพิ่มเท่าไหร่นั้นจะดูที่สภาพอากาศและดูว่ากุ้งติดมากหรือน้อยเป็นหลัก แต่ส่วนใหญ่จะเพิ่มไม่เกิน 4 กก./มื้อ ส่วนกรณีอาหารเหลือ เราก็จะวางยอต่อไป ถ้าเหลือจนถึงชนมื้อ มื้อนั้นเราก็จะงดอาหารเลย จากนั้นเราก็ต้องมาหาสาเหตุให้พบว่าเป็นเพราะอะไรกุ้งถึงไม่กินอาหาร แล้วเราก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ สรุปแล้วการให้อาหารไม่มีหลักตายตัว แต่สิ่งที่เกษตรกรควรปฏิบัติ ก็คือ เกษตรกรต้องอยู่บ่อแล้วดูพฤติกรรมกุ้งด้วยตัวเอง ถึงจะประสบความสำเร็จ"............................................หนังสือพิมพ์กุ้งไทย


รวมสุดยอดเทคนิคการให้อาหารและการเช็คยอ จากเกษตรกรตัวจริงที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจกุ้ง
ข้อมูล จาก หนังสือพิมพ์ กุ้งไทย ฉบับเดือน กุมภาพันธ์ 2547